เหตุผล

กระทาชายสองคนพูดกันในวงเหล้า

คนที่1 : “นายรู้ไหม๊ว่าทำไมหมอที่ผ่าตัดคนไข้ถึงต้องใส่หน้ากากแลก็สวมถุงมือ”

คนที่2 : “ก็เพราะเป็นชุดที่ต้องใส่เวลาทำงานหน่ะซิ”

คนที่1 : “ไม่ใช่”

คนที่2 : “แล้วทำไมหละ”

คนที่1 : “ที่ใส่หน้ากากก็เพราะเวลาผ่าตัดแล้วมีอะไรผิดพลาดคนไข้จะได้จำหน้าไม่ได้ไง”

คนที่2 : “แล้วทำไมต้องใส่ถุงมือหล่ะ”

คนที่1 : “ก็จะได้ไม่ทิ้งรอยมือไว้เป็นหลักฐานไง”

คนที่2 : “จริงของแก”

พรุ่งนี้อาจสายเกินไป

ถ้าคุณโกรธใครขึ้นมาแล้วไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเพื่อช่วยแก้สถานการณ์

จงทำด้วยตัวเอง

บางทีใครคนนั้นอาจจะยังคงอยากเป็นเพื่อนกับคุณอยู่
และ ถ้าคุณไม่ทำ พรุ่งนี้อาจสายเกินไป
ถ้าคุณตกหลุมรักใครสักคนแต่คนๆ นั้นไม่รู้ จงบอกเค้าไป

บางทีคนๆ

นั้นอาจจะกำลังรักคุณอยู่ด้วยเช่นกัน
และถ้าคุณไม่บอกเค้า

บางทีพรุ่งนี้อาจจะสาย

ถ้าคุณอยากจะจูบใครสักคนหนึ่งเหลือเกิน

ทำเสียสิบางทีเค้าคนนั้นอาจจะกำลังต้องการจูบของคุณอยู่ก็ได้
และถ้าคุณไม่ได้ทำ
บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป

ถ้าคุณยังคงรักใครสักคนที่คุณคิดว่าป่านนี้เค้าคงลืมคุณไปแล้ว
จงบอกเค้าวันนี้

บางทีเค้าอาจจะยังคงรักคุณอยู่เช่นกัน

ถ้าคุณไม่บอกเค้าวันนี้ บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป

ถ้าคุณต้องการการกอดจากเพื่อนสักคนหนึ่ง
บอกเค้าสิ

บางทีพวกเค้าอาจกำลังอยากให้คุณกอดมากกว่าที่คุณเป็นเสียอีก
และถ้าคุณไม่ทำวันนี้

บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป

ถ้าคุณรู้สึกว่าเพื่อนคุณแสนดีเหลือเกิน จงบอกพวกเค้าด้วย
เพราะเค้าเองก็อาจจกำลังรู้สึกอย่างเดียวกับคุณเช่นกัน
ถ้าคุณไม่ทำแล้วเค้าต้องจากไปเสียแล้ว บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป
ถ้าคุณรักพ่อแม่ของคุณและยังไม่มีโอกาสแสดงออกมา ทำซะเถอะ

ท่านยังอยู่ตรงนั้นเพื่อให้คุณได้มีโอกาสแสดงให้ท่านรู้

หากท่านจากไปวันนี้

พรุ่งนี้ก็สายเกินไปเสียแล้ว

ส่งข้อความนี้ไปให้ทุกๆ
คนที่คุณแคร์พวกเค้า
รวมทั้งคนที่ส่งมันมาให้คุณด้วย
แล้วคุณจะได้รู้ว่ามีใครบ้างที่เค้าแคร์คุณเช่นกัน……ไม่งั้น………บางที่

………พรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป

บทเรียนของความรัก

ครั้งหนึ่ง..เคยมีความรักกับคนหนึ่ง

คนนั้น..เปลี่ยนวันที่อับเฉา ให้สดใสขึ้นมา
คนนั้น..ทำให้เรามั่นใจว่า..ใช่
คนนั้น..ไม่เคยไกลห่าง
คนนั้น..บอกว่า “ตายแทนเราได้”

..แต่แล้ว..ทุกอย่างก็จบลง..
ทำให้เข้าใจว่า…ทุกสิ่งมิอาจคงที่
..แล้วเวลาก็ผ่านไปอย่างเจ็บปวด
แต่เวลาอันยาวนานก็สามารถรักษา “แผลใจ” ให้บรรเทาลง

..แล้ววันนึงก็ได้พบกับคนคนหนึ่ง
เขาเป็นที่ดูธรรมดาๆ
เป็นคนที่เราไม่เคยใส่ต่อกัน
แต่..มีบางเหตุการณ์ที่ทำให้เราได้ใกล้กัน
มีความผูกพันต่อกัน
.. ทำให้เรายิ้มได้เมื่อคิดถึง

..ตลอดเวลาที่คบกัน เขาก็ไม่เคย..
บอกว่า..เราเป็นคนพิเศษ
แต่..บางการกระทำของเค้า
ทำให้เรารู้สึกอบอุ่น

ถึงอย่างไร..ก็ไม่ขออะไรมากจากเขา..
..เพราะรู้สึกว่า เพียงเค้าเกิดมา ทำให้เรามีความสุข
“มันก็มากพอ”

ถึงแม้วันพรุ่งนี้..มันจะเปลี่ยนไป
ก็ไม่เป็นไร..เพราะเรามีความอบอุ่นในวันนี้
หล่อเลี้ยง..สำหรับพรุ่งนี้

แม่มด

ในสมัยที่แม่มดยังรุ่งเรือง
ณ หมู่บ้านแม่มดแห่งหนึ่ง มีนางแม่มดชรา + อัปลักษณ์มาก
อยู่เดียวดายไร้คู่มานานแสนนาน

วันหนึ่ง ขณะที่ขี่ไม้กวาดอยู่ พบชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา
ดาวประจำหมู่บ้านมนุษย์กำลังนั่งเหม่ออยู่บนขอนไม้ริมชายป่า

แม่มดได้ทีจึงคว้าชายหนุ่มขึ้นไม่กวาด เหาะขึ้นฟ้าทันที
ชายหนุมตกใจ จึงรีบถามแม่มดว่า

“เจ้าจะพาเราไปไหนน่ะ”

แม่มดกระหยิ่มยิ้มย่องตอบไปว่า

“จะพาเจ้าไปทำผ -สระ -อัว น่ะสิ”

ชายหนุ่มมองหน้าอันเหี่ยวย่นอัปลักษณ์รายกับย่าของแม่มดในเรื่องสโนว์ไวท์แล้วจึงบอกว่า

“เราไม่เต็มใจ ปล่อยเราไปเถอะนะ”

แม่มดทำหน้าเซ็งแล้วบอกกับชายหนุ่มว่า

“การที่จะจากแม่มดไปนั้นทำได้เพียง 3 วิธี”
ชายหนุ่มตกลงยอมฟัง

“วิธีที่ 1 เจ้าต้องอยู่กับข้า 1 คืน”

ชายหนุ่มมองหน้าแม่มดเฒ่าแล้วตอบทันที่ว่า “แล้วข้ออื่นล่ะ”
แม่มดแก่โกรธที่ชายหนุ่มดูหมิ่นความงามของนางจึงบอกต่อว่า

“วิธีที่ 2 “ นางเหาะลงไปกลางทุ่งหญ้า
คว้ากระต่ายสีขาวหิมะตาสีแดงวัยแตกหนุ่มมาตัวหนึ่ง “เจ้าต้องฆ่ากระต่ายตัวนี้” พร้อมทั้งยื่นมีดและกระต่ายให้ชายหนุ่ม

ชายหนุ่มรับมีดและกระต่ายมา มองดูตาสีแดงที่มีแแววหวาดกลัวของมัน
ชายหนุ่มสงสารกระต่ายน้อยจึงตอบแม่มดว่า

“เราทำไม่ได้ ข้อสุดท้ายคืออะไร”

แม่มดจึงบอกว่า “การที่แม่มดจะลาจากกับมนุษย์ เราจะดื่มเหล้าด้วยกัน 3 จอก”
ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นจึงตกลง

แม่มดร่อนลง หน้าบ้านของตน
ตั้งโต๊ะตรงสนามหน้าบ้าน
ยกเหล้าดื่มกับชายหนุ่ม 3 จอก……4จอก……5จอก…..1 ขวด ….ชายหนุ่มเริ่มเมาได้ที่แล้ว…
แม่มดจึงถามชายหนุ่มว่า “พี่ขา…..กินเหล้าอย่างเดียวมันไม่อร่อยเท่าไหร่ว่ามั๊ยคะ”
ชายหนุ่มจึงตอบว่า”ใช่จ๊ะน้อง..พี่รู้สำเปรี้ยวปากอยู่พอดี”

แม่มดจึงยื่นมีดกับกระต่ายตัวนั้นให้ชายหนุ่ม..ในไม่ช้ากระต่ายขาวก็กลายเป็นกระต่ายปิ้ง
ทั้งสองก็นั่งกินเหล้าจนเวลาล่วงเลยไปถึงตี 2 ชายหนุ่มเมาไม่ได้สตืแล้วทีนี้…แม่มดจึงหามชายหนุ่มเข้าไปในกระท่อมแล้วพูบกับตัวเองคนเดียวว่า
“เ ส ร็ จ ก รู”

เรื่องนี้เราได้ฟังอาจารย์เล่ามา สอนว่า เราต้องมีสติอยู่เสมอ และ อย่าเผลอจนโดนแม่มดฉุด(อันนี้เราเติมเอง)

** อาจจะเติมแต่งผิดไปจากของเดิมนิดหน่อยนะคะ

พรุ่งนี้แล้วสินะ

… ไม่รู้วันนี้จะเขียนยังไงดี
ไม่รู้จะเริ่มเขียนยังไงดี

วันนี้ก็ขอเพื่อนสนิท 1 วัน
ขอเจอเค้าก่อนที่จะต้องไป … ได้ไหม??
(สงสัย? ว่าทำไมต้องขอ ทำยังกะเพื่อนๆเป็นผู้ปกครอง)
ปากของเพื่อนๆก็บอกว่า … ได้สิ

แต่เอาเข้าจริงๆ
พวกเพื่อนๆก็บ่นเอา บ่นเอา
แล้วเราก็ปลีกตัวมาได้สักที

มาเจอเค้าก่อน
ไปหาอะไรกิน
แล้วก็ให้ไปส่ง
แล้วพ่อก็มารับ

รู้สึกไม่อยากเขียนอะไรมากเลย
รู้สึกเวลามันช่างเดินเร็วเหลือเกิน
เร็วเหลือเกิน

ถ้าการไปของเค้าทำให้เราร้องไห้
ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอก
ถ้าฉันร้องไห้ให้กับคนที่ฉันรัก

ไม่ว่าจะเป็นใคร
ถ้าฉันร้องไห้ให้เค้าได้
เค้าคือคนที่ฉันแคร์

หรือถ้าฉันเป็นห่วงเค้า
ฉันก็อยากปลอบใจเค้าน่ะ
ฉันอยากให้เค้ามีความสุข

ถึงแม้ความทุกข์จะเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเจอ
แต่ฉันก็เข้าใจว่าเมื่อทุกข์แล้วเป็นอย่างไร
เลยไม่อยากให้คนที่ฉันรักและเป็นห่วง
ต้องทุกข์เหมือนฉัน … ในตอนนี้

พรุ่งนี้เธอต้องไปแล้ว
… ยังไงก็เดินทางอย่างปลอดภัยน่ะ
รักษาสุขภาพด้วย