ศัพท์วัยรุ่น…… คุณครูต้องรู้ไว้

เนิบ — สบายๆ ไม่ยุ่ง

ป๊อก — หลับ

โปร — คนที่เราแอบชอบ

โอ — โอเค

ปู๊ — แฟน

กิ๊ก — มากกว่าเพื่อน แต่ไม่ใช่แฟน

สิ่งอัน — ทุกสิ่งทุกอย่าง

เกิร์ป — โง่ แบบ ควาย

เซี๊ยะ — ยุยง

เซี๊ยว — เพี้ยนมาจากคำว่าเสี่ยว ก้อ แปลว่า เสี่ยวไง

เอ้าท์ — เชย ตกกระแส โอ๊ย ไม่ไหวๆ

วัยรุ่นเซ็ง — ไม่ได้ดั่งใจตัวเองหรือว่า เซ็งไง

เทรนดี้ — อินเทรน ทันกระแส ตามกระแส

ZONE สีม่วง — บุคคลอันตราย ดูแล้วไม่น่าไว้ใจ

ซับแหมน — เหมือน HI! ไง ก็ ทักทาย

ซับโบร๋ — หวัดดี

สตรอเบอร์รี่ — ก้อ ตอแหลไง

กั๊ก — แฟนของกิ๊ก

เบๆ — ง่าย ๆ ทำได้ อย่างสบายๆ

เงือม — งู

นางสาวหยก..

ความเดิมจากตอนที่แล้ว..
หยกและเพื่อนๆ เข้าเรียนที่ม.ราม
เช่าหอพักอยู่ด้วยกันที่ รามฯ2..
……………………………………………………..
ต่อๆ..

เทอมแรก เกรดออกมาดี จนหน้าบาน
คือ ลงไป 7 ตัว ได้ G มา4 ไม่ตกเลย
นี่ขนาดชิวๆ เรียนๆเล่นๆ ยังได้ดีขนาดนี้
ก็เลยฮึด ตั้งใจเรียนมากขึ้น
แล้วเกรดก็ออกมาดีขี้นเรื่อยๆๆ ก็ยิ่งภูมิใจ..

http://bp2.blogger.com/_chQOLl7uIZE/Rig9_S2Dj5I/AAAAAAAAAB0/dNd34Ux2A80/s320/SSM15319.JPG
ปีแรกในรั้วมหาลัย เริ่มไว้ผมยาวอีกครั้ง
(หลังจากนั้นก็ปล่อยยาวตลอด)

http://img69.imageshack.us/img69/9602/scan0007b.jpg
รูปตอนนี้ดูอ้วนนะ แก้มออกแลยอ่ะ..

พอปี2 ก็ย้ายออกมาเช่าหอพัก หน้ารามฯ1
คราวนี้พักหอพักรวม..
สนุกเลยคราวนี้.. แต่ละคนก็มีผู้ชายเริ่มเข้ามาเรื่อยๆ
เพื่อนๆก็มีเสียศูนย์กันไปบ้าง..

แต่หยกยังเรื่อยๆ ไม่ได้ตกลงกับใครแน่นอน
ได้เพื่อนอุ๋มเป็น McAfee+Nod สแกนให้หมด
ไม่ผ่านซักคน ฮ่าๆๆ เลยไม่ได้คบใคร T_T

แล้วเรื่องก็เกิด คือ เพื่อนเรามีคนมาจีบ
แล้วเพื่อนคนที่มาจีบก็ได้คุยกับหยก
แล้วเค้ารู้สึกว่า เฮ้ย..โอเลย ชอบๆ
แต่เค้าไม่ได้ชอบเรานะ
แต่ชอบที่ว่า คือ อยากให้เราลองเจอเพื่อนเค้าอีกที
หลายต่อมากๆ..

แล้วก็ได้เจอกัน..
เราก็ เออ.. น่ารักดีว่ะ ที่สำคัญ สูงกว่าเรา

พูดถึงเรื่องความสูง มีเรื่องอยู่ว่า..
หยกนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องสมุด
แล้วก็มีผู้ชายเข้ามาคุยด้วย ก็จีบน่ะล่ะ
แล้วทีนี้ พอเราลุกขึ้นยืนเท่านั้นล่ะ
ถึงได้รู้ว่า เราสูงกว่า..เยอะเลย
เค้าก็หน้าเสียไปเลย ประมาณว่า เสียหน้าเหมือนกัน
ฮ่าๆๆๆ (ฮือๆๆ T_T )
บอยอ่ะ จำได้ป่ะ? ฮ่าๆๆ

กลับมาที่ คุณคนนั้น..
ก็นัดเจอกัน คุยกันนิดหน่อย ก็แยกกันไป
ไม่ได้เจอกันเลย..
เวลาเราเจอคนที่แนะนำให้รู้จัก ก็จะถามว่าา มาคนเดียวหรอ
ความหมายคือ ไอ้หล่อนั่นไม่มาด้วยหรอ กุอยากเจอ ฮ่าๆๆ

เค้าคงรู้แหล่ะ เลยนัดให้เจอกันอีก..
แล้วไปไงมาไงไม่รู้ ก็เลยได้คบกัน
ฮา…

(มารู้ทีหลังว่า ไอ้หล่อนี่ก็ สนใจเราเหมือนกัน
เพราะเค้าก็คุยกับเพื่อนเหมือนกันว่า ลองคบดูดีมั้ย?
เพราะเค้าไม่เคยมีแฟนเหมือนกัน ไม่รู้ต้องทำไง ฮ่าๆ)

ก็คบกันไปค่ะ..

http://img69.imageshack.us/img69/7859/scan0011wk.jpg
ตอนสาวๆนี่ กุน่ารักดีนะ.. ฮ่าๆๆ

http://img69.imageshack.us/img69/823/scan0010y.jpg
ไปเที่ยวสวนหลวงร.๙ กัน เค้าเป็นคนถ่ายให้..

รู้สึกว่า หยกจะเริ่มคบกันตอนปลายๆปี 2
ก็ไปกันได้ดีนะ ไม่เคยทำเลาะกันเลยซักครั้งเดียว
แต่ไม่รู้ทำไม เราร้องไห้บ่อยเหมือนกัน
(จนอีเพื่อนอุ๋ม ด่าแล้วด่าอีก ฮ่าๆ)

ปี 46 หยกก็จบ รับปริญญา

ใช้เวลา สามปี (ไม่เต็ม) เกรดเฉลี่ย 3.10
ไม่เคยตก ไม่เคยซ่อม ได้เรียนฟรีหนึ่งเทอม
(ลงเรียน 7วิชา ได้ G 6ตัวน่ะ)
รวมแล้วจ่ายค่าลงทะเบียนเรียนตั้งแต่เทอมแรก
จนกระทั้งจบ จ่ายไปแค่ หมื่นเดียวเท่านั้น
ถือว่า ถูกมากๆๆ
เสียดายแค่ว่า ขาด G ไปเพียงตัวเดียว
ไม่งั้นก็ได้ เกียรตินิยมอันดับสองแล้ว
(ถ้าไม่เสียศูนย์เรื่องผู้ชาย ฮ่าๆๆ)

http://img535.imageshack.us/img535/3448/scan0016s.jpg
วันรับปริญญาเป็นอะไรที่ ชิวๆมาก
แต่งหน้า(ส่งๆ)เอง ทำผม(ส่งๆ)เอง
เพราะรู้สึกว่า เออ เราเสียค่าเล่าเรียนไปเยอะแล้วนะ
แค่ค่าชุดครุย และค่ารูปตอนรับ นี่ก็หลายพันแล้ว
ก็พอแล้ว..

พอเรียนจบ เพื่อนๆก็แยกย้ายกันไป
บ้างก็ได้งานที่สระบุรี บ้างก็ย้ายไปอยู่ใกล้ๆที่ทำงาน

หยกเรียนจบ ก็ได้งานทำที่ Kanary House
(ตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็น Kantary House) แล้ว

http://img35.imageshack.us/img35/4971/scan0005hy.jpg
สังเกต สูงปรี๊ดมากๆ.. หน้าจืดสุดๆ
ในบรรดารีเซฟชั่นทั้งหมดเนี่ย หยกเป็นลูกเป็ดขี้เหร่เลยล่ะ
(เจ้าเดียร์ ตัวเล็กเนี่ย น่ารักสุดๆ)

Kanary House เป็น Serviced Apartment
ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ เป็นชาวต่างชาติ แต่ที่ไม่เหมือน รร. ทั่วไป
คือลูกค้าจะอยู่กันเป็น เดือน หรือเป็นปีๆ
ก็จะจำได้หมดว่าใครชื่ออะไร อยู่ห้องไหน
ทำงานที่ไหน ซื้อแพคเกจอะไร
(คือ รับเซอร์วิซอะไร อย่าง ซัก อบ รีด ผ้า อาหาร ฯลฯ)
และค่าเช่าแพงอยู่..

หยกทำงานที่นี่ได้ไม่กี่เดือน
คุณแฟนตอนนั้น กลับไปบวชที่บ้านเกิด ที่พิจิตร
จะโทรคุยกันบ่อยๆก็ไม่ได้ เพราะมันไม่เหมาะ

ก็อยู่ห่างกันไป ไม่ได้เจอกันเกือบปี ไม่ได้โทรคุยกันเลย
แรกๆก็เศร้านะ คนเคยอยู่ด้วยกันตลอด
แล้วมาห่างกันแบบปุปปัป
แต่ด้วยเพราะงานที่ทำยุ่งมากๆ ก็เลยหายเหงาไป
ก็เลยห่าง จนหายกันไปเลย..

อ้อ ที่ทำงานเค้าจะทำโบรชัวร์ และเวปไซต์
ก็เลยมีการถ่ายรูปต่างๆลงเวป ก็ใช้สตาฟน่ะล่ะ ไม่เสียตังค์
http://img191.imageshack.us/img191/7879/b01g.jpg
นั่นหยกเอง..นะ เห็นไม่ชัด แต่หยกจริงๆ :)

ตอนนั้น หยกก็เริ่มมีคนมาจีบอีกแล้ว
คราวนี้ฝรั่งทั้งนั้น.. -_-’
ทั้งลูกค้า ทั้งเพื่อนลูกค้า..

โอ้ว.. นางสาวหยก เริ่มโกอินเตอร์ ฮ่าๆๆ

ติดตามตอนต่อไป..

เมื่อรักมันเกิด

1 กพ. 53
ทีแรกว่าจะเขียนแต่กลัวว่าจะอ่านลายมือไม่ออก ลองพยายามมาหลายวันแล้วไม่สำเร็จ
เฮ้อ………….

วันอาทิตย์ ที่ 6ธค.52
เมื่อ สองเดือนก่อน ได้เจอกันด้วยความบังเอิญ วันนั้น รู้สึกดีมากๆๆ ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้จะได้เจอ
คนคนนี้ อะไรๆมันดีไปหมด ได้นั่งคุย ได้มองตา ได้เห็นรอยยิ้ม ได้ฟังเสียงหัวเราะ ได้รู้จักผู้หญิงน่ารัก
ดูดีมีสมอง ได้รู้จักสาวภูเก็ต เด็กอายุ 23 เธอชื่อ ปู ทั้งที่ไม่รู้ว่าต่อไปมันจะเกิดอะไรขึ้น ชอบตั้งแต่วันแรกที่เห็น
ประทับใจตั้งแต่วันแรกที่คุยด้วย แต่ด้วยปัจจัยอะไรหลายๆอย่างมันที่ให้ต้องเจียม….
หลังจากนั้นมา ก็รู้สึกอยากจะเข้าใกล้………
วันนึง ปูโทรมาว่าจะให้ไปคุยกับใครสักคน ที่น่าจะไปคุยเรื่องพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่
ปล.
จากที่ไม่เคยฟังเพลง เสก โลโซมานาน ดันกลับมาชอบเพลง หมาเห่าเครื่องบิน
เปิดร้องในรถทุกวัน จนลูกชายรำคาญ (และทุกวันนี้เค้าร้องเพลงได้)

ความรู้สึกแย่ครั้งที่ 1………………….
ร้านอาหารชื่อธรรมชาติ น้องเค้าให้ไปคุยกับโกแตม หรือแตน อะไรซักอย่าง ทีแรกก็คิดว่ามันน่าจะเป็น
การคุยแบบส่วนตัว นั่งคุยเรื่องงานกัน แต่ที่ไหนได้ ดันไปเจองานเลี้ยง(เล็กๆ)อะไรซักอย่างของคนมีตังค์ในภูเก็ต
มีความรู้สึกว่าเราไปขอตังค์เค้าซะงั้น โกรธขึ้นมาจับจิต แต่ทำงัยได้ดัน กระโดดลงไปให้เค้าขย้ำเองนี่หว่า
รู้สึกรักภูเก็ตมากขึ้นเยอะเลย……….
วันนั้นก่อนกลับไปกินข้าวต้มอะไรซักอย่าง ก็ได้รู้ว่า โกแตนหรือแตม(จำไม่ได้)
เคยมาจีบ…….น้องเค้า
เริ่มรู้สึกถึง ระยะห่าง กับ ความแตกต่าง
ปล.
เริ่มร้องเพลง หมาเครื่องบินท่อนแรกได้แล้ว

ความรู้สึกแย่ครั้งที่ 2………………
พยายามที่จะหาคอนเน็คชั่นดีๆให้ เพราะคนว่าน้องเค้าเป็นคนขยันทำงาน อัธยาศัยดี(กับทุกคน)
ช่วงงานเปิดหาดป่าตอง ชวนไปเพื่ออยากจะให้รู้จัก ออแกร์ไนซ์จากแกรมมี่ คุณเบญ เผื่อจะได้ช่วย
งานอะไรกันบ้าง แต่พลาด …….
ประทับใจที่น้องเค้าอุตส่าห์เดินมาเป็นกิโล เพื่อมาเจอ ดีใจจัง และบังเอิญโชคดีได้เจอ จุน เป็นคนของ
เบียร์ช้างทำกิจกรรมอะไรซักอย่าง ได้เจอกันกับน้องเค้า ดีจัง
ขากลับเดินไกลมาก ด้วยเจตนาดีเลยพาไปหา โอ๋ เป็นสท.ที่ป่าตอง
แต่กลับเป็นว่า เจ้าโอ๋ ดันจีบซะ เหอๆๆ …
แต่ทำไงได้ ไม่ได้เป็นอะไรกับเค้านี่หว่า ทั้งที่รู้สึกว่าหวงๆๆ (เออนั่นสิ..ทำไม)
ปล.
วันนี้น้องเค้าสวยมาก ใส่ชุดทำงานแล้วสวย (ต่างกับน่ารัก)

อารมณ์กับเหตุผล……….
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ 1 วัน 1 อาทิตย์ 2 วัน 2 อาทิตย์
จำได้ว่าแทบจะไม่เคยปฏิเสธเลยกับทุกครั้งที่น้องเค้าชวนไปไหนมาไหน
บางที งานการไม่ทำ ปล่อยลูกให้อยู่บ้าน เพียงเพื่ออยากอยู่ใกล้ๆ
ชีวิต สับสน ลืมตัวเองไปชั่วขณะ
นานมาแล้ว จนจำไม่ได้ว่า ไอ้อาการ หายใจเป็นเธอ นี่มันเป็นยังไง
แต่ตอนนี้อายุก็จะ 40 แล้ว ดันมาเป็นจนได้
ตั้งแต่ตื่นนอน เค้าทำอะไรอยู่ พอเที่ยง กินข้าวรึยัง
สาย บ่าย เย็น ดึก
จนถึงเวลานอน เค้าทำอะไรอยู่ คิดถึงไปหมด
ตลอดเวลาสั้นๆที่ผ่านไป ไม่เคยบอก ไม่เคยถาม ไม่เคย…..
เก็บไว้ในใจตลอด ………..
อาการความเป็นผู้นำเริ่มถดถอย
ทำตัวบ้าบอ บางวันอินเลิฟ บางวันเฮิร์ทรับประทาน
เมื่อก่อนไม่ค่อยชอบฟังเพลงมากมาย เดี๋ยวนี้มีเป็นเซ็ท
เซ็ท สมหวัง เซ็ท ทุกข์ใจ
จนลูกน้องจับทางได้ ว่าวันนี้ไปเจออะไรมา
มีวันนึง น้องเค้าบอกว่ามีเพื่อนมาจาก กทม.จะไปถ่ายอะไรกันซักอย่างที่ป่าตอง
วันนี้เค้าพูดแปลกๆๆมาก พูดให้คิดลึก…วันนี้สวยน่ะ เค้าว่างั้น ดีจัง..
คำพูดที่น้องเค้าพูดบ่อยที่สุด แต่ไม่เคยทำได้เลย “ เดี๋ยวโทรไปนะ”
(จำได้เคยถามเค้าที่นึง เค้าบอกว่า เดี๋ยวสักวัน ก็โทรไปเองแหละ) (รู้สึกดีฉิบหาไม่เจอ)
วันนั้นเล่นเอานอนไม่หลับ
ปล.
เพลงห่วยๆบางเพลง ที่เราไม่เคยสนใจ ในบางสถานการณ์มันทำให้รู้สึกว่า
นี่มันเพลงของเรานี่หว่า “อาจฟังไม่มีเหตุผล สักเท่าไหร่ ฉันไม่มีความหมายกับเธอ ทุกๆคราที่นั่งมองเหม่อมันคิดถึงเธอรู้มั๊ย
ก็อาจจะเป็นแค่หมาที่เห่าเครื่องบิน อยากให้เธอได้ยินข้อความข้างใน ที่เจอเธอวันนั้นมันหวั่นไหวจนสุดที่ใจจะทน”
ขอบคุณ เสก โลโซ

ความรู้สึกแย่ครั้งที่ 3………………
ครั้งนี้ เป็นเพราะเราเจตนาดีเกินไป หวังดีเกินไปมั๊ง เหตุเกิดที่พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่อีกแล้ว
วันนี้น้องเค้าโทรมาให้ไปที่นั่น เพื่อคุยกันอะไรซักอย่างพร้อมกันทีมงานเค้า
ได้เราก็ดันฟังไม่ดี ดันรับปากไป ได้เจอกับเจ้านายเค้า ชื่อ สง กับ โกแตมหรือแตน(วะ)
วันนี้หวังว่าจะเซ็ทโปรแกรมทัวร์ เลยลองๆให้คนที่พอจะช่วยกันได้มาฟังดูเผื่อจะได้ช่วย
กัน แต่ปรากฎว่า กลายเป็นเราจะขอเงินเค้าอีกละ โดนอัดเละเรื่อง วิสัยทัศน์ เรื่อง………
จนเซ็ง บ่นกับตัวเองว่า อะไรกะกูนักหนาวะ
ปล.
อย่าไปรักบ้านคนอื่น เหมือนบ้านตัวเอง (เพราะขนาดเจ้าของบ้านมันยังไม่รักเลย)

ความรู้สึกแย่ครั้งที่ 4………………
วันอาทิตย์อีกแล้ว
วันนี้ตื่นกันแต่เช้ากับลูกชาย เลือกชุดที่เหมาะที่สุด ทั้งพ่อและลูก
วันนี้เรามีนัดละ เราจะไปดูหนังเรื่อง อวตารกัน น้องเค้ารับปากว่าจะไปด้วย
เมื่อคืน รับปากแล้ว…………..
10 โมงเช้า กดเบอร์(ไม่เคยเมมไว้ จำได้)…………….. ไม่รับโทรศัพท์
12.00 กดเบอร์(ไม่เคยเมมไว้ จำได้)…………….. ไม่รับโทรศัพท์
14.00 กดเบอร์(ไม่เคยเมมไว้ จำได้)…………….. ไม่รับโทรศัพท์ บางครั้งก็ไม่มีสัญญาณ
16.00 กดเบอร์(ไม่เคยเมมไว้ จำได้)…………….. ไม่รับโทรศัพท์
18.00 กดเบอร์(ไม่เคยเมมไว้ จำได้)…………….. ไม่รับโทรศัพท์
19.00 ลูกชายเรื่องโกรธเป็นไฟ (พอๆกันกับพ่อ)
20.00 ได้ดูเรื่องอวตาร กันซะที สองคนพ่อลูก ที่เซนทรัล
หลังจากนั้นมาสองวัน
“ขอโทษมีธุระด่วนกับที่บ้านสำคัญมาก” เชื่อสนิทเช่นเคย
วันนี้ทำให้รู้ว่าการที่รอใครสักคนทั้งวัน(ตั้งใจรอมากๆๆ)แล้วเค้าไม่มาน่ะ มันรู้สึกแย่จริงๆทั้งคนรอ
และคนให้รอ…แย่จริงๆ
ปล.
หลังจากดูหนังเรื่องนี้ทำให้รู้ว่า ลูกชายเริ่มรักธรรมชาติขึ้นเยอะ เห็นใครตัดต้นไม้ จะบ่นให้ฟังตลอดๆ
ขอบคุณ เจมส์ คาเมรอล

ความรู้สึกที่ดีสุด ครั้งที่ 1……….
วันนี้อยากไปหาเพื่อน เคนนี่ ไม่ได้เจอกันนาน เลยชวนน้องเค้าไปด้วย
ไปคะ……… คำตอบที่โคตรเซอร์ไพส์
นัดเจอกันที่โลตัส ให้เค้าจอดรถไว้และไปด้วยกัน
ไปถึงบ้านเคนนี่ ทำไมวันนี้น้องเค้าดู กันเอง เป็นมิตร น่ารัก
มันทำให้รู้สึกเหมือนครอบครัวน่ะ (แอบคิด)
น้องบอกว่าหิวข้าว ลงมือทำกับข้าวเอง ไข่ดาวกับกุนเชียง
ปรากฏว่าลูกชายเราได้อานิสงฆ์
แอบมองเค้าพาลูกชายเรากินข้าว โอพระเจ้า มันช่างสุดยอด
ให้เป็นอะไรก็ยอมแล้ววินาทีนี้
หยิกตัวเองไปหนึ่งที ไม่ได้ฝันไป ดี ดี ดี ดี ดี ดีจัง
แต่…….
เคนนี่เตือนสติ เรื่องความจริงกับความฝัน เลือกเอาจะอยู่ในโลกใบไหน
คำตอบมีอยู่แล้ว ความฝัน ขอฝันอย่างนี้เรื่อยๆไป มันช่างดีสุดๆเลย
ขากลับร่ำลากันกับเพื่อนๆ
แต่เราดันอยากไปดูดาวที่เหมืองแร่ เลยพากันไปดูตอนกลางคืน
เกือบจะดีอยู่แล้ว ปรากฏว่า น้องเค้าเห็นอะไรที่เหนือธรรมชาติ (ผีว่างั้น)
เผ่นกันแทบไม่ทัน
ไปส่งขึ้นรถ ประทับใจจริงๆๆๆ
คำพูดเดิม “เดี๋ยวโทรหานะ”
แล้วก็ไม่โทรมา…………….. รอตามเคย แต่ก็ไม่เป็นไร รวมๆๆวันนี้ ดีมากเกินคาด
ปล.
แอบสุขใจสักครั้งในชีวิต ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่หว่า

ความรู้สึกที่ดีสุด ครั้งที่ 2……….
วันนี้ที่โรงเรียนลูกชายจะเลี้ยงปีใหม่ล่วงหน้า
เมื่อวานน้องเค้าอุตส่าห์พาไปเลือกซื้อของขวัญไว้จับฉลาก
ตกลงกันที่ ดินสอสี ร้อยกว่าบาท
จำได้ว่าลูกชายให้ไปตอน 11 โมงเช้า
ไปสายนิดหน่อย เพราะว่า………………
10.00 โทรศัพท์ไปหาน้องเค้า ชวนไปด้วยกัน
10.04 น้องตอบตกลง
10.05 ไม่เกิน 11 โมงจะไปรับน่ะ
11.30 ไปรับและไปถึงโรงเรียน
ลูกชายดันโทรมาบอกว่าให้เอาจานกับช้อนมาด้วย
เวรละซิ จะไปหาที่ไหนละ
ปลื้มจิต เป็นที่สุด น้องเค้าอุตส่าห์ไปขอยืมถ้วยกับช้อนที่ร้านอาหารมาให้
น่ารักสุดๆๆเลย
วินาทีที่ตื่นเต้นทีสุดคือ จะทำหน้ายังไงเวลาเดินเข้าไปในห้องเรียนลูก กับน้องเค้า
นั่นนะสิ ทำหน้ายังไงวะ เพราะไอ้เจ้าครูประจำชั้นลูกชาย ก็คอยลุ้นอยู่ว่าเมื่อไหร่เราจะมีแฟนกับเค้าซะที
ทุกอย่างเป็นปกติ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ พูดคุย เสมือนผู้ปกครอง
ปลื้มจิตเป็นที่สุด เพราะ…………….
เพื่อนลูกชายถามกันว่า คนนี้แม่มีดี้เหรอ
ปลื้มจิตเป็นที่สุด เพราะ………………..
อยากจะตอบว่าใช่……………………
จากนั้นกินราดหน้ากัน ซื้อใส่ห่อไปฝากเพื่อนน้องเค้า
แยกย้ายกันไปทำงาน
ด้วยใจหวังลึกๆว่า พรุ่งนี้ก็คืนปีใหม่แล้วละ
จะได้อยู่กับเค้าเปล่าเนี่ย………………..
วันนี้ดีจัง……………………………………
ตั้งใจว่าจะรวบรวมความกล้า ทั้งหมดหลังจากที่ประเมิณสถานการณ์แล้ว คงจะพอมีหวังน่า
บอกเค้า และ ถามเค้า สักที ว่าเราคบกันยังไง
ปล.
เรื่องจริงที่ว่า ทุกครั้งที่มองตาแล้วพูด มันก็จะรู้สึกได้ว่าอะไรจริงหรือไม่จริง

ความรู้สึกแย่ครั้งที่ 5………………
ก่อนปีใหม่ สองวัน
ไม่กี่วันก็สิ้นปีแล้ว เกือบจะปีใหม่แล้ว
วันนี้โทรศัพท์ดังตอนประมาณ หกโมงเย็น
ไปกินไรกันที่ อ่าวพันวา………….. ไม่ปฎิเสธทั้งที่งานไม่เสร็จซักอย่าง
โอพระเจ้า ข้าน้อยอยู่ป่าตอง ไปอ่าวพันวา เอาวะไปกัน
น้องๆเลิกทำงาน ยกขบวนไปอ่าวพันวากันหมด
แวะซื้อเหล้า และขนมนิดหน่อย ตามไปสมทบ
พอได้เจอหน้า วันนี้ไมดูเศร้าๆวะ
ไม่ค่อยยิ้มแปลกๆๆๆๆ ไอ้ลูกชายก็ดันงอนเพราะไม่ให้เล่นน้ำ
เลยขอร้องแกมบังคับให้น้องเค้าไปเจรจากับลูกชาย
หาไปนาน แต่เดินกลับมาสองคน ได้ผล ดีใจจัง
วันนี้ท่าทางจะดี
นั่งกินเหล้ากัน เล่นกีตาร์ร้องเพลง ปล่อยมุก ฮาขำกันกลิ้ง
หน้าตา และสีหน้าน้องเค้าดีขึ้นตามลำดับ จนเห็นได้ชัด
เริ่มรู้สึกแปลกๆๆ…………….
เมื่อน้องเค้าถามหาพี่ตู่ ที่ว่าจะตามมา บ่อยขึ้น จนเรางงๆๆ
ถึงกับบังคับให้โทรหา……………………………………………..
พักหลัง เราไม่ค่อยเป็นมิตรกับโทรศัพท์ จะทิ้งไว้ในรถเสมอ (ไม่อยากคุยกับใครนี่หว่า)
เดินไปโทรศัพท์กันสองคนน้องเค้าเดินตามมา พอคุยเสร็จเราก็ปิดเครื่อง
น้องเค้ามองหน้า แล้วถามด้วยคำพูดซีเรียสว่า” ปิดเครื่องทำไม พี่มีใครหรือเปล่า ปูไม่อยากเป็นอย่างนี้”
ไม่อยากเป็นอย่างนี้ มันคืออะไรวะ กูไปทำอะไรเค้าตอนไหนวะ ตั้งแต่รู้จักกันมาไม่เคยแตะเนื้อต้องตัว
นั่นนะสิมันคืออะไรวะ
พอพูดเสร็จก็เดินเข้ารถ แล้วบอกว่าจะเอาอะไรให้ดู ตูก็งง แล้วเค้าก็เอื้อมมือไปปิดไฟในรถ
กำลังจะพูดอะไรซักอย่าง แล้วก็ปิดไฟซะงั้น แล้วไอ้ลูกชายก็มายืนข้างกระจกรถ ตกใจหมด
เลยบอกให้ลูกชายไปก่อน
เอ้าว่ากันต่อไป……………..
แล้วน้องเค้าก็ให้ขับรถพาไปเข้าห้องน้ำ ก็ไป พอจอดรถ ก็ยกแขนให้ดู รอยช้ำเยอะมาก
เค้าบอกว่า โดนแฟนตี (เค้าให้คำจำกัดความว่าแฟนเก่าแล้วให้ข้อมูลว่าเลิกกันแล้ว) ……………
อึ้ง…………………………………………
อึ้ง………………………………………….
อึ้งแดก……………………………………
ยังมีต่ออีก “โดนเมื่อสองสามวันที่แล้ว”………………………..
อึ้ง…………………………………………….
อึ้ง………………………………………….
อึ้งแดกกว่าเมื่อกี้อีก……………………………………
เพราะไอ้สองสามวันที่แล้ว เป็นวันที่เค้าเบี้ยวหนังเรื่องอวตาร นี่หว่า………………
ต่อมคิดมากเริ่มทำงาน…………….โกหกเปล่าวะเนี่ย…………………………………..
ต่อมแมน คัดค้าน ……..ช่างมันเหอะ………………………………………………………
รวบรวมคำพูด ก่อนจะบอกน้องเค้าไปว่า “รู้สึกแย่มาก ทำไม ช่างมันเหอะ ไม่มีใครบังคับให้อยู่กับมัน”
แล้วก็เฮ้อ…………………………….. รู้สึกว่าตาเค้าแดงๆน่ะ
แล้วเราก็ให้ไปเข้าห้องน้ำ………..
ทำไมมันนานจัง ยืนเซ็งๆ เศร้าๆ ยังไงไม่รู้ เวลาแค่นี้มันนานจังวะ นานนนนนนนนๆๆๆๆๆ
พอเดินออกมาจากห้องน้ำแทนที่จะกลับ น้องเค้าก็ดันเดินเข้าไปที่มืดๆ ดูเต่าสต๊าบ(เขียนไงวะ)
ถามนู่นถามนี่ ไอ้เราก็รู้สึกว่าตรงนี้มันมืดนะเหอๆๆ ไม่ไว้ใจตัวเองวะ เลยรีบตอบส่งเดชไปแล้วรีบพาเดินออกมา
รีบขึ้นรถ…………..
ตอนนี้โคตรอยากถามเลยว่า ไอ้คำพูดที่ว่า “ปิดเครื่องทำไม พี่มีใครหรือเปล่า ปูไม่อยากเป็นอย่างนี้”
มันหมายความว่ายังไงกันเหรอ……………
ยังไม่ทันได้จอดรถ ยังไม่ได้ถาม เจ้าอินกับลูกชายก็เดินมาตาม พอดี
แล้วความเครียดก็เกิดขึ้นอีก ระหว่างน้องเค้ากับเจ้าอิน
เฮ้อ………อะไรกันนักหนาวะกู
เริ่มสงสัยในความสัมพันธ์ระหว่างน้องเค้ากับเจ้าอิน แต่ก็ ช่างมันเหอะ…………………..
ไม่ได้เป็นอะไรกันนี่หว่า (เรากับน้องเค้าน่ะ)
วันนี้ก็จบลงแบบงงๆ ไปอีกวัน
เฮ้อ………………………..เปิดเพลง เซ็ท ทุกข์ใจ ฟังจนถึงบ้าน ทุกคนในรถ บ่นว่าเซ็งเป็ด
ปล.
โอกาสไม่ได้มีขายตามตลาดสด บางทีโอกาสที่ดีก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของอารมณ์ด้วย
เฮ้อ………………………………………………

Continue reading

ปลายฝนต้นหนาว…คนเหงามาพบกัน

กลิ่นไอหนาวมาเยือนแล้ว…
เมื่อคืนอยู่ๆ ฝนก็ตก เหมือนจะมาสั่งลา
ต้อนรับฤดูแห่งความเหงา….

วันนี้เลิกงานขับรถกลับบ้านห้าโมงเย็น
เริ่มมีหมอกบางๆ เต็มข้างทาง…ดูอบอุ่นจัง
แต่ก็แอบเหงานิดนึง คิดถึงเพื่อนๆ ที่อยู่ไกล
ปีนี้ไม่มีเสียงเตือนมาเลย คงจะยุ่งๆ กันนิ
คงเพราะเราด้วยแหละ ตัวตั้งตัวตีคิดโครงการแต่ละปี
เออ…แล้วทำไมเราถึงเฉยๆ ล่ะ ??? นั่นดิ
ว่าแล้วก็…คิดถึงเชียงแสน ซะงั้น
อยากกลับไปอีกครั้ง เหมือนต้องมนต์สะกด!
ว่าแล้วก็เตรียมตัวทริปนี้ดีกว่า…อิอิ

ป.ล. เริ่มหนาวแล้ว ดูแลสุขภาพด้วยทุกๆ คน

ด้วยความปรารถนาดีจาก…
กิมเล้ง สาวสวย หมวย เอ็กซ์ นมเล็ก เซ็กส์เสื่อม!!

วิธีเซ็นชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง…รู้ไว้ไม่เป็นหนี้

บางคนอาจใช้ขีดเส้นขนาน แล้วเขียนข้อความ / เซ็นรับรอง
วันนี้เอาวิธีเซ็นชื่อรับรองสำเนาที่ถูกต้อง มาแบ่งปันให้คุณรู้ไว้จะได้ไม่เป็นหนี้ เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ประมาทไม่ได้เลยล่ะ เพราะหากเซ็นไม่ถูกวิธีแม้เพียงนิดเดียว คุณอาจตกเป็นหนี้โดยไม่รู้ตัวจากผู้ที่ไม่ประสงค์ดีที่นำเอาเอกสารสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาเอกสารสำคัญอื่นๆ จากการเซ็นรับรองของเราไปทำประโยชน์ส่วนตน แต่สร้างหนี้ที่ไม่ได้ก่อให้กับเรา ดังนั้นจึงขอแนะนำว่า…ทุกครั้งหากต้องเซ็นเอกสารรับรองสำเนาอย่าลืม … จำ…และทำตามขั้นตอนต่อไปนี้นะครับ…

1) ทุกครั้งหลังจากเซ็นชื่อ และเขียนรับรองสำเนาถูกต้องแล้ว ต้องเขียนรายละเอียดกำกับไว้ด้วยว่า..เอกสารฉบับนั้นใช้สำหรับทำอะไร เช่น ” ใช้เฉพาะสมัครงานเท่านั้น ”

2) นอกจากกำกับรายละเอียดการใช้แล้ว ยังต้องกำกับ วัน/เดือน/ปี เขียนลงบนสำเนาที่ใช้ด้วยนะครับ ซึ่งนั่นจะช่วยกำหนดอายุการใช้งานสำเนาของเราได้

3) ต้องเขียนข้อความทั้งหมดทับลงบนสำเนาส่วนที่เป็นบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาเอกสารอื่นๆ ที่สำคัญ

ทั้งสามข้อคือวิธีเซ็นที่ถูกต้องในการรับรองสำเนาอย่างรัดกุม ไม่เปิดช่องทาง ให้กับมิจฉาชีพ เอาไปสร้างหนี้ให้กับเรา ต่อไปนี้ต้องระวัง เพราะคุณอาจเป็นรายต่อไป ที่จู่ๆก็มี หนี้ตามมาเคาะประตูถึงบ้าน รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าลืมทำตามล่ะ

4) ในกรณี ที่เซ็นเอกสาร ต้องใช้ปากกาหมึกสีดำเท่านั้น ถึงจะปลอดภัยที่สุด เพราะเครื่องถ่ายเอกสาร บางเครื่อง สามารถถ่ายเอกสารโดยดึงหมึกสีน้ำเงินออก เหลือใช้เฉพาะข้อความของบัตรประชาชน แล้วทำให้มิจฉาชีพ เซ็นเอกสารบัตรประชาชนนั้น แทนเราได้เลย **** เพราะฉะนั้นเราควรเซ็นด้วยปากกาสีดำเท่านั้น เพราะไม่สามารถดึงหมึกสีดำออกได้ หรือถ้าดึงสีดำออกได้ข้อความก็จะหายไปหมดเลยทั้งหน้าบัตรประชาชนครับ

thank you fwd mail ka