ง้อ… ให้หายงอน

ในช่วงชีวิตของชายหนุ่ม หญิงสาว ที่คบหากันเป็นแฟน บางครั้งก็ต้องมีการแง่งอนใส่กันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อยังรักกันอยู่ การง้อ ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย หากคุณเคยแต่เป็นฝ่ายงอน ไม่เคยเป็นฝ่ายง้อเลย เรามีวิธีง้อ ที่จะทำให้ชายหนุ่มของคุณพอจะหายโกรธลงได้บ้าง มาบอกกัน ..

หากคุณและเขางอนกันมาได้พักหนึ่ง จนกระทั่งความโกรธที่มีมาจางหายไปแล้ว ลองให้เพื่อนสนิทของคุณช่วยนัดเขาออกมาพบ โดยไม่ต้องบอกเขาว่ามาพบใคร เชื่อเถอะว่า เมื่อคุณได้พบเขาแล้ว ความรักความผูกพันที่มีต่อกันมานานปี จะทำให้คุณและเขากลับมาคืนดีกันใหม่ได้อย่างแน่นอน

สำหรับคนที่โรแมนติค การเขียนบทกวี หรือจดหมายรัก พรรณนาถึงวันคืนแห่งความผูกพันที่มีแต่เก่าก่อน แล้วส่งให้เขา ก็คงดีไม่น้อย หากว่าเขาได้รำลึกถึงเรื่องราวแต่หนหลังโดยเฉพาะช่วงเวลาที่มีความสุข เขาน่าจะใจอ่อนจนอยากกลับมาขอคืนดีด้วย

เข้าร่วมในกิจกรรมที่เขาชอบทำ ถ้าเขาชอบอ่านหนังสือและชอบขลุกอยู่แต่ห้องสมุดหรือร้านหนังสือ คุณก็ลองเดินเตร็ดเตร่ในสถานที่ดังกล่าวดู หยิบหนังสือมานั่งอ่านใกล้ๆ เขา เดินเลือกซื้อหนังสือในร้านเดียวกับเขา แค่ทำเช่นนี้โดยไม่ต้องเข้าไปพูดคุยอะไรเลย เพียงมองตากัน เขาก็จะรับรู้ได้ทันทีถึงสิ่งที่คุณหยิบยื่นให้ ผู้ชายมีความจำสั้น ความโกรธที่เกิดอย่างรวดเร็วมักจางหายไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน เพราะฉะนั้น ไม่ต้องกลัวว่าเขาจะเมินในไมตรีที่คุณมอบให้

ส่งรูปถ่ายของคุณและเขาตอนที่ชีวิตรักยังหวานชื่นไปให้เขา ความทรงจำดีๆ ที่คุณและเขามีต่อกัน สถานที่ที่คุณและเขาเคยไปเที่ยวด้วยกันมา ความสุขที่เคยมีร่วมกันสิ่งเหล่านี้คงไม่ทำให้เขาใจดำจนไม่อยากให้อภัยสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ส่งอีเมล์ผ่านทางคอมพิวเตอร์หรือทางโทรศัพท์มือถือไปขอโทษในเหตุการณ์ที่ผ่านมา และสัญญาว่าจะไม่ให้เหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นอีก ผู้หญิงเราบางครั้งบางทีอยากขอโทษ แต่ด้วยกฎเกณฑ์อะไรบางอย่างทำให้เราไม่สามารถกระทำตรงๆ ได้จึงต้องอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าช่วย

ส่งของขวัญเล็กๆ น้อยๆ หรืออะไรก็ได้ที่เขาชอบไปให้ เช่น ซีดีเพลงที่เขาชอบ หรือขนมที่เขาชอบกิน พร้อมทั้งแนบการ์ดเล็กๆ เขียนคำขอโทษ ผู้ชายถึงแม้จะใจแข็งขนาดไหน โดนคำหวานของหญิงสาวเข้าไปแล้ว ไม่อ่อนลงก็ให้รู้ไป

ด้วยวิธีง่าย ๆ แบบที่เราแนะนำมา มีเหรอที่ผู้หญิงอย่างเรา ๆ จะทำไม่ได้ ส่วนผู้ชายที่เข้ามาอ่านจะเอาไปใช้กับสาว ๆของคุณบ้างก็ย่อมได้นะคะ พวกเราไม่หวงหรอกค่ะ

ครบรอบ 30 ปี กำเนิดเครื่องเล่น CD เครื่องแรกของโลก

ไม่น่าเชื่อเลยว่าเครื่องเล่น CD จะมีอายุถึง 30 ปีแล้ว

โดยเครื่องแรกนั้นผลิตโดย Sony โดยร่้วมทุนเรื่องเทคโนโลยี่กับ Philips โดยจัดจำหน่ายครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 1 ตุลาคม 1982 โดยมีชื่อรุ่นว่า CDP-101 จำหน่ายที่ราคา $730 หรือประมาณ 22,300 บาท

แต่หากยึดค่าเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นต่อปี ราคาของเครื่องนี้ในปัจจุบันควรจะมีราคาไม่ต่ำกว่า 2 เท่าของราคาขายตั้งต้นในครั้งแรก หรือประมาณ 44,600 บาทนั่นเอง !!!

คุณหล่ะ จำเครื่องเล่น CD เครื่องแรกของคุณได้หรือไม่ ว่าซื้อมาเท่าไร

วิธีการฝึกให้ตื่นเช้า

1.ช้าๆได้พร้าเล่มงาม อย่าเปลี่ยนเวลานอนอย่างฮวบฮาบ ลองตื่นให้เร็วขึ้นกว่าเดิมสัก 15 นาที เป็นเวลา 2-3 วันก่อน หลังจากนั้นก็ค่อยตื่นให้เร็วขึ้นอีก 15 นาที ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะสามารถตื่นได้ตามเวลาที่ตั้งเป้าหมายไว้

2.นอนให้เร็วกว่าเดิมสักนิด หลายๆคนคงจะชินกับการนอนดึกๆ เนื่องจากติดทีวี หรือไม่ก็ติดอินเตอร์เน็ต แต่การกระทำเช่นนี้ควบคู่ไปกับการตื่นเช้ากว่าเดิม จะทำให้ไม่ไหว สุดท้าย อาจจะถึงขั้นต้องกลับไปเริ่มต้นฝึกตื่นเช้ากันใหม่ ถึงแม้ว่าจะยังไม่ง่วง ผมขอแนะนำให้ลองเข้านอนไปก่อน และถ้ายังไม่หลับ ก็ให้อ่านหนังสือไปด้วยเลย แล้วคุณจะพบว่ามันช่วยให้หลับง่ายขึ้นเยอะ

3.ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ไกลๆ ถ้าวางนาฬิกาปลุกไว้ใกล้ๆ เวลามันดัง เราก็จะปิดมันได้อย่างง่ายดาย แต่ถ้าเราลองวางไว้ให้ไกลจากเตียงสักหน่อย เราก็ต้องลุกขึ้นจากเตียงเพื่อไปกดปุ่มปิด ในเมื่อลุกขึ้นมาแล้ว คนส่วนใหญ่ก็คงไม่คิดจะกลับไปนอนอีก (อาจจะมีข้อยกเว้นนะครับ)

4.ออกจากห้องนอนให้เร็วที่สุดหลังจากปิดนาฬิกาปลุกแล้ว อย่าปล่อยให้ตัวคุณเริ่มคิดได้ว่า \”เออ! ไปนอนดีกว่า\” โดยส่วนตัวแล้ว ต่อให้ต้องคลาน ผมก็จะทำและควรจะทำให้มันเป็นอัตโนมัติซะ ผมจะรีบออกจากห้องนอนแล้วไปเข้าห้องน้ำให้เร็วที่สุด หลังจากที่ได้ล้างหน้าล้างตา แปรงฟัน เรียบร้อย ผมก็จะพบว่าตัวเองได้ตื่นเต็มที่เรียบร้อย

5.หาเหตุผลดีๆสักข้อ กำหนดอะไรบางอย่างสำคัญๆที่จะต้องทำในเวลาพิเศษที่ได้รับ มันจะเป็นแรงบันดาลใจให้เราลุกขึ้นจากเตียงได้ โดยส่วนตัวแล้ว เหตุผลของการตื่นนอนเช้าๆของผม คือ การได้ใช้เวลาเขียนหนังสือ และเท่าที่ผ่านมา มันทำให้ผมตื่นเช้าได้ทุกวันเลยทีเดียว

6.ใช้เวลาที่ได้รับเพิ่มนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด อย่าใช้เวลาที่เยอะแยะนี้ทำอะไรแค่อย่างเดียว หลังจากนั้นก็นั่งอยู่เฉยๆ (ไม่รู้จะทำอะไรต่อดี) เพราะมันจะทำให้กลับไปนอนอีกครั้ง ตัวผมเอง นอกจากจะเขียนหนังสือแล้ว ผมยังใช้เวลาในตอนเช้าวางแผนสิ่งที่ผมคิดจะทำในวันนี้ เตรียมอาหารให้ลูกๆ ออกกำลังกาย นั่งสมาธิ ฯลฯ หลังจากที่ตื่นมาจนถึง 6 โมงครึ่ง ผมได้ใช้เวลาทำอะไรเยอะแยะมากมายมากกว่าตัวผมในอดีต (ตอนที่ยังตื่นสาย) ใช้เวลาทำงานทั้งวันซะอีก

7.ให้รางวัลตัวเองกับการตื่นนอนตอนเช้า ตอนแรกๆ มันอาจจะดุเหมือนกับว่าการตื่นเช้าเป็นการบังคับตัวเองให้ทำอะไรที่ยากแสนยาก แต่มันจะไม่เป็นอย่างนั้นอีกต่อไป ถ้าเรากำหนดรางวัลให้กับความพยายามนี้ ซึ่งมันขึ้นอยู่กับแต่ละคน บางคนอาจจะได้ใช้เวลานี้อ่านนิยายที่ตัวเองชอบ บางคนอาจจะได้ใช้เวลานี้ทำอาหารเช้าระดับพระราชาให้ตัวเอง บางคนอาจจะใช้เวลานี้นั่งสมาธิ ไม่นานหรอกครับ การตื่นเช้าก็จะกลายเป็นกิจวัตรประจำวันได้อย่างสบายๆ

ประโยชน์ 10 ประการของการตื่นเช้า

1. การต้อนรับวันใหม่ ชอบมากครับที่จะได้ใช้เวลาช่วงนี้ของวันโดยการนั่งสมาธิหรือไม่ก็สวดมนต์ ตัวเอง ค่อนข้างจะนับถือ ดาลัย ลามะ และก็มักจะย้ำกับตัวเองเสมอทุกๆเช้าถึงคำพูดของดาลัย ลามะดังนี้ “วันนี้ ข้าพเจ้าโชคดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ตื่นขึ้นมา ข้าพเจ้ายังมีชีวิตอยู่และจะใช้ชีวิตที่มีให้คุ้มค่าที่สุด ข้าพเจ้าจะพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ และจะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้อื่น ข้าพเจ้าจะไม่เสียเวลาอันจำกัดของข้าพเจ้าไปกับการคิดร้ายหรือโกรธเคืองผู้อื่น ข้าพเจ้าจะสร้างประโยชน์ให้กับผู้อื่นให้มากที่สุดเท่าที่ข้าพเจ้าจะทำได้”

2. การทำกิจวัตรอย่างสบายๆ สมัยก่อน ต้องรีบกระโดดออกจากเตียง ต้อนลูกขึ้นรถ ซิ่งไปส่งลูก ซิ่งไปตอกบัตรที่ทำงาน โดนเจ้านายด่า ทำงานช้ากว่าคนอื่น หลังจากที่ตื่นเช้า ไม่จำเป็นต้องตาลีตาเหลือกอีกต่อไป สามารถไปถึงที่ทำงานก่อนคนอื่นๆและเริ่มทำงานก่อนชาวบ้าน (ซึ่งส่งผลทำให้ทำงานเสร็จก่อนชาวบ้าน) ผลลัพธ์จากการตื่นเช้ามันต่างกันลิบลับเลยทีเดียว

3. ความเงียบสงบ ไม่มีเสียงเด็กร้องโวยวาย ไม่มีเสียงเรื่องเล่าเช้านี้ ไม่มีรถยนต์ ช่วงเวลาในช่วงเช้าเป็นอะไรที่สงบสุขเอามากๆ มันเป็นเวลาที่ได้อยู่กับตัวเองอย่างแท้จริงและใช้เวลานี้อ่านหนังสือหรือไม่ก็คิดถึงสิ่งต่างๆในชีวิตที่ผ่านมา

4. แสงแดดยามเช้า นี่เป็นของขวัญที่ธรรมชาติมอบให้กับทุกคนในตอนเช้า แต่กลับไม่มีใครคิดอยากจะได้ของฟรีแบบนี้ การมองดูแสงแดดที่ค่อยๆส่องแสงเรืองรองบนท้องฟ้าระหว่างที่วิ่งออกกำลังกายไปด้วยเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขอย่างที่ไม่สามารถหาได้จากที่ไหนอีกแล้ว

5. อาหารเช้า ทุกคนทราบดีว่าอาหารเช้าเป็นอาหารมื้อที่สำคัญที่สุดของวัน ถ้าพลาดมื้อเช้าไปก็จะหิวและหงุดหงิดตั้งแต่ตอนตอกบัตรเข้าทำงานไปจนถึงตอนเที่ยง (ทำให้ทำงานไม่ได้เรื่อง) พอถึงเที่ยงก็จะสวาปามทุกอย่างโดยที่ไม่ได้ดูเลยว่ากินอะไรเข้าไป สุดท้ายก็อ้วนลงพุง การมีเวลาค่อยๆละเลียดอาหารเช้าคู่กับกาแฟร้อนๆสักถ้วย หรือไม่ก็อ่านหนังสือดีๆสักเล่มไม่ใช่ความฝันหรอก มันเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการยัดขนมฟังเข้าปากระหว่างขับรถติดไฟแดงหรือระหว่างกำลังพิมพ์งานเยอะมากทีเดียว

6. ออกกำลังกาย รู้ดีครับว่าการออกกำลังกายสามารถทำได้ในช่วงเวลาเย็น แต่เลือกที่จะออกกำลังกายตอนเช้ามากกว่าเพราะ หากมีธุระด่วนเข้ามาแทรก มันจะทำให้อดออกกำลังกาย (ในกรณีที่เลือกตอนเย็น) แต่ถ้าเลือกช่วงเวลาเช้าออกกำลังกาย มันจะทำให้สามารถออกกำลังกายได้ทุกวัน

7. ความมีประสิทธิภาพ ช่วงเวลาเช้าเป็นช่วงเวลาที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด มักจะใช้เวลานี้เขียนหนังสือโดยไม่มีอะไรรบกวนสมาธิ และงานที่คิดจะทำในวันนั้นก็มักจะเสร็จสมบูรณ์ตั้งแต่เช้า ซึ่งทำให้สามารถใช้เวลาในตอนเย็นกับครอบครัวได้อีกด้วย

8. มีเวลาให้กับเป้าหมายในชีวิต เชื่อว่าทุกคนมีเป้าหมายในชีวิตกันทุกคน และก็ไม่มีเวลาไหนหรอกครับที่เหมาะกับการใช้เวลาทบทวนเป้าหมายและวางแผนไปกว่าเวลาในตอนเช้า โดยส่วนตัว มักจะมีเป้าหมายหนึ่งอย่างที่ต้องการทำให้เสร็จภายในหนึ่งอาทิตย์ จะใช้เวลาในช่วงเช้าวางแผนว่าในแต่ละวัน ต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย และถ้าทำได้ ก็จะทำให้เสร็จเลยก่อนที่จะไปทำงาน

9. ปัญหาการเดินทาง ไม่มีใครชอบรถติดหรอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงน้ำมันแพงแบบนี้ การตื่นเช้าจะทำให้เราไม่ต้องเจอกับปัญหานี้ ทำให้เราไปถึงที่ทำงาน หรือ โรงเรียน หรือมหาวิทยาลัยได้เร็วขึ้น หรือถ้าจะเปรี้ยวกว่านี้ ลองขี่จักรยานไปเลย หรือถ้าบ้านอยู่ใกล้มากๆ การเดินไปทำงานก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลว

10. ปัญหาการนัด มันเป็นเรื่องง่ายมากๆที่จะไปก่อนเวลานัด ทุกคนรู้ดีว่าการไปสายจากเวลาที่นัดไว้ทำให้ภาพพจน์ของเราดูแย่ลงหลายเท่า การไปตรงเวลาจะทำให้คนยอมรับ และการไปก่อนเวลาจะทำให้คนชื่นชมเลยทีเดียว และยังทำให้มีเวลาเตรียมตัวก่อนการประชุม การเรียน ฯลฯ อีกด้วย