เมื่อรักมันเกิด

1 กพ. 53
ทีแรกว่าจะเขียนแต่กลัวว่าจะอ่านลายมือไม่ออก ลองพยายามมาหลายวันแล้วไม่สำเร็จ
เฮ้อ………….

วันอาทิตย์ ที่ 6ธค.52
เมื่อ สองเดือนก่อน ได้เจอกันด้วยความบังเอิญ วันนั้น รู้สึกดีมากๆๆ ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้จะได้เจอ
คนคนนี้ อะไรๆมันดีไปหมด ได้นั่งคุย ได้มองตา ได้เห็นรอยยิ้ม ได้ฟังเสียงหัวเราะ ได้รู้จักผู้หญิงน่ารัก
ดูดีมีสมอง ได้รู้จักสาวภูเก็ต เด็กอายุ 23 เธอชื่อ ปู ทั้งที่ไม่รู้ว่าต่อไปมันจะเกิดอะไรขึ้น ชอบตั้งแต่วันแรกที่เห็น
ประทับใจตั้งแต่วันแรกที่คุยด้วย แต่ด้วยปัจจัยอะไรหลายๆอย่างมันที่ให้ต้องเจียม….
หลังจากนั้นมา ก็รู้สึกอยากจะเข้าใกล้………
วันนึง ปูโทรมาว่าจะให้ไปคุยกับใครสักคน ที่น่าจะไปคุยเรื่องพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่
ปล.
จากที่ไม่เคยฟังเพลง เสก โลโซมานาน ดันกลับมาชอบเพลง หมาเห่าเครื่องบิน
เปิดร้องในรถทุกวัน จนลูกชายรำคาญ (และทุกวันนี้เค้าร้องเพลงได้)

ความรู้สึกแย่ครั้งที่ 1………………….
ร้านอาหารชื่อธรรมชาติ น้องเค้าให้ไปคุยกับโกแตม หรือแตน อะไรซักอย่าง ทีแรกก็คิดว่ามันน่าจะเป็น
การคุยแบบส่วนตัว นั่งคุยเรื่องงานกัน แต่ที่ไหนได้ ดันไปเจองานเลี้ยง(เล็กๆ)อะไรซักอย่างของคนมีตังค์ในภูเก็ต
มีความรู้สึกว่าเราไปขอตังค์เค้าซะงั้น โกรธขึ้นมาจับจิต แต่ทำงัยได้ดัน กระโดดลงไปให้เค้าขย้ำเองนี่หว่า
รู้สึกรักภูเก็ตมากขึ้นเยอะเลย……….
วันนั้นก่อนกลับไปกินข้าวต้มอะไรซักอย่าง ก็ได้รู้ว่า โกแตนหรือแตม(จำไม่ได้)
เคยมาจีบ…….น้องเค้า
เริ่มรู้สึกถึง ระยะห่าง กับ ความแตกต่าง
ปล.
เริ่มร้องเพลง หมาเครื่องบินท่อนแรกได้แล้ว

ความรู้สึกแย่ครั้งที่ 2………………
พยายามที่จะหาคอนเน็คชั่นดีๆให้ เพราะคนว่าน้องเค้าเป็นคนขยันทำงาน อัธยาศัยดี(กับทุกคน)
ช่วงงานเปิดหาดป่าตอง ชวนไปเพื่ออยากจะให้รู้จัก ออแกร์ไนซ์จากแกรมมี่ คุณเบญ เผื่อจะได้ช่วย
งานอะไรกันบ้าง แต่พลาด …….
ประทับใจที่น้องเค้าอุตส่าห์เดินมาเป็นกิโล เพื่อมาเจอ ดีใจจัง และบังเอิญโชคดีได้เจอ จุน เป็นคนของ
เบียร์ช้างทำกิจกรรมอะไรซักอย่าง ได้เจอกันกับน้องเค้า ดีจัง
ขากลับเดินไกลมาก ด้วยเจตนาดีเลยพาไปหา โอ๋ เป็นสท.ที่ป่าตอง
แต่กลับเป็นว่า เจ้าโอ๋ ดันจีบซะ เหอๆๆ …
แต่ทำไงได้ ไม่ได้เป็นอะไรกับเค้านี่หว่า ทั้งที่รู้สึกว่าหวงๆๆ (เออนั่นสิ..ทำไม)
ปล.
วันนี้น้องเค้าสวยมาก ใส่ชุดทำงานแล้วสวย (ต่างกับน่ารัก)

อารมณ์กับเหตุผล……….
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ 1 วัน 1 อาทิตย์ 2 วัน 2 อาทิตย์
จำได้ว่าแทบจะไม่เคยปฏิเสธเลยกับทุกครั้งที่น้องเค้าชวนไปไหนมาไหน
บางที งานการไม่ทำ ปล่อยลูกให้อยู่บ้าน เพียงเพื่ออยากอยู่ใกล้ๆ
ชีวิต สับสน ลืมตัวเองไปชั่วขณะ
นานมาแล้ว จนจำไม่ได้ว่า ไอ้อาการ หายใจเป็นเธอ นี่มันเป็นยังไง
แต่ตอนนี้อายุก็จะ 40 แล้ว ดันมาเป็นจนได้
ตั้งแต่ตื่นนอน เค้าทำอะไรอยู่ พอเที่ยง กินข้าวรึยัง
สาย บ่าย เย็น ดึก
จนถึงเวลานอน เค้าทำอะไรอยู่ คิดถึงไปหมด
ตลอดเวลาสั้นๆที่ผ่านไป ไม่เคยบอก ไม่เคยถาม ไม่เคย…..
เก็บไว้ในใจตลอด ………..
อาการความเป็นผู้นำเริ่มถดถอย
ทำตัวบ้าบอ บางวันอินเลิฟ บางวันเฮิร์ทรับประทาน
เมื่อก่อนไม่ค่อยชอบฟังเพลงมากมาย เดี๋ยวนี้มีเป็นเซ็ท
เซ็ท สมหวัง เซ็ท ทุกข์ใจ
จนลูกน้องจับทางได้ ว่าวันนี้ไปเจออะไรมา
มีวันนึง น้องเค้าบอกว่ามีเพื่อนมาจาก กทม.จะไปถ่ายอะไรกันซักอย่างที่ป่าตอง
วันนี้เค้าพูดแปลกๆๆมาก พูดให้คิดลึก…วันนี้สวยน่ะ เค้าว่างั้น ดีจัง..
คำพูดที่น้องเค้าพูดบ่อยที่สุด แต่ไม่เคยทำได้เลย “ เดี๋ยวโทรไปนะ”
(จำได้เคยถามเค้าที่นึง เค้าบอกว่า เดี๋ยวสักวัน ก็โทรไปเองแหละ) (รู้สึกดีฉิบหาไม่เจอ)
วันนั้นเล่นเอานอนไม่หลับ
ปล.
เพลงห่วยๆบางเพลง ที่เราไม่เคยสนใจ ในบางสถานการณ์มันทำให้รู้สึกว่า
นี่มันเพลงของเรานี่หว่า “อาจฟังไม่มีเหตุผล สักเท่าไหร่ ฉันไม่มีความหมายกับเธอ ทุกๆคราที่นั่งมองเหม่อมันคิดถึงเธอรู้มั๊ย
ก็อาจจะเป็นแค่หมาที่เห่าเครื่องบิน อยากให้เธอได้ยินข้อความข้างใน ที่เจอเธอวันนั้นมันหวั่นไหวจนสุดที่ใจจะทน”
ขอบคุณ เสก โลโซ

ความรู้สึกแย่ครั้งที่ 3………………
ครั้งนี้ เป็นเพราะเราเจตนาดีเกินไป หวังดีเกินไปมั๊ง เหตุเกิดที่พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่อีกแล้ว
วันนี้น้องเค้าโทรมาให้ไปที่นั่น เพื่อคุยกันอะไรซักอย่างพร้อมกันทีมงานเค้า
ได้เราก็ดันฟังไม่ดี ดันรับปากไป ได้เจอกับเจ้านายเค้า ชื่อ สง กับ โกแตมหรือแตน(วะ)
วันนี้หวังว่าจะเซ็ทโปรแกรมทัวร์ เลยลองๆให้คนที่พอจะช่วยกันได้มาฟังดูเผื่อจะได้ช่วย
กัน แต่ปรากฎว่า กลายเป็นเราจะขอเงินเค้าอีกละ โดนอัดเละเรื่อง วิสัยทัศน์ เรื่อง………
จนเซ็ง บ่นกับตัวเองว่า อะไรกะกูนักหนาวะ
ปล.
อย่าไปรักบ้านคนอื่น เหมือนบ้านตัวเอง (เพราะขนาดเจ้าของบ้านมันยังไม่รักเลย)

ความรู้สึกแย่ครั้งที่ 4………………
วันอาทิตย์อีกแล้ว
วันนี้ตื่นกันแต่เช้ากับลูกชาย เลือกชุดที่เหมาะที่สุด ทั้งพ่อและลูก
วันนี้เรามีนัดละ เราจะไปดูหนังเรื่อง อวตารกัน น้องเค้ารับปากว่าจะไปด้วย
เมื่อคืน รับปากแล้ว…………..
10 โมงเช้า กดเบอร์(ไม่เคยเมมไว้ จำได้)…………….. ไม่รับโทรศัพท์
12.00 กดเบอร์(ไม่เคยเมมไว้ จำได้)…………….. ไม่รับโทรศัพท์
14.00 กดเบอร์(ไม่เคยเมมไว้ จำได้)…………….. ไม่รับโทรศัพท์ บางครั้งก็ไม่มีสัญญาณ
16.00 กดเบอร์(ไม่เคยเมมไว้ จำได้)…………….. ไม่รับโทรศัพท์
18.00 กดเบอร์(ไม่เคยเมมไว้ จำได้)…………….. ไม่รับโทรศัพท์
19.00 ลูกชายเรื่องโกรธเป็นไฟ (พอๆกันกับพ่อ)
20.00 ได้ดูเรื่องอวตาร กันซะที สองคนพ่อลูก ที่เซนทรัล
หลังจากนั้นมาสองวัน
“ขอโทษมีธุระด่วนกับที่บ้านสำคัญมาก” เชื่อสนิทเช่นเคย
วันนี้ทำให้รู้ว่าการที่รอใครสักคนทั้งวัน(ตั้งใจรอมากๆๆ)แล้วเค้าไม่มาน่ะ มันรู้สึกแย่จริงๆทั้งคนรอ
และคนให้รอ…แย่จริงๆ
ปล.
หลังจากดูหนังเรื่องนี้ทำให้รู้ว่า ลูกชายเริ่มรักธรรมชาติขึ้นเยอะ เห็นใครตัดต้นไม้ จะบ่นให้ฟังตลอดๆ
ขอบคุณ เจมส์ คาเมรอล

ความรู้สึกที่ดีสุด ครั้งที่ 1……….
วันนี้อยากไปหาเพื่อน เคนนี่ ไม่ได้เจอกันนาน เลยชวนน้องเค้าไปด้วย
ไปคะ……… คำตอบที่โคตรเซอร์ไพส์
นัดเจอกันที่โลตัส ให้เค้าจอดรถไว้และไปด้วยกัน
ไปถึงบ้านเคนนี่ ทำไมวันนี้น้องเค้าดู กันเอง เป็นมิตร น่ารัก
มันทำให้รู้สึกเหมือนครอบครัวน่ะ (แอบคิด)
น้องบอกว่าหิวข้าว ลงมือทำกับข้าวเอง ไข่ดาวกับกุนเชียง
ปรากฏว่าลูกชายเราได้อานิสงฆ์
แอบมองเค้าพาลูกชายเรากินข้าว โอพระเจ้า มันช่างสุดยอด
ให้เป็นอะไรก็ยอมแล้ววินาทีนี้
หยิกตัวเองไปหนึ่งที ไม่ได้ฝันไป ดี ดี ดี ดี ดี ดีจัง
แต่…….
เคนนี่เตือนสติ เรื่องความจริงกับความฝัน เลือกเอาจะอยู่ในโลกใบไหน
คำตอบมีอยู่แล้ว ความฝัน ขอฝันอย่างนี้เรื่อยๆไป มันช่างดีสุดๆเลย
ขากลับร่ำลากันกับเพื่อนๆ
แต่เราดันอยากไปดูดาวที่เหมืองแร่ เลยพากันไปดูตอนกลางคืน
เกือบจะดีอยู่แล้ว ปรากฏว่า น้องเค้าเห็นอะไรที่เหนือธรรมชาติ (ผีว่างั้น)
เผ่นกันแทบไม่ทัน
ไปส่งขึ้นรถ ประทับใจจริงๆๆๆ
คำพูดเดิม “เดี๋ยวโทรหานะ”
แล้วก็ไม่โทรมา…………….. รอตามเคย แต่ก็ไม่เป็นไร รวมๆๆวันนี้ ดีมากเกินคาด
ปล.
แอบสุขใจสักครั้งในชีวิต ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่หว่า

ความรู้สึกที่ดีสุด ครั้งที่ 2……….
วันนี้ที่โรงเรียนลูกชายจะเลี้ยงปีใหม่ล่วงหน้า
เมื่อวานน้องเค้าอุตส่าห์พาไปเลือกซื้อของขวัญไว้จับฉลาก
ตกลงกันที่ ดินสอสี ร้อยกว่าบาท
จำได้ว่าลูกชายให้ไปตอน 11 โมงเช้า
ไปสายนิดหน่อย เพราะว่า………………
10.00 โทรศัพท์ไปหาน้องเค้า ชวนไปด้วยกัน
10.04 น้องตอบตกลง
10.05 ไม่เกิน 11 โมงจะไปรับน่ะ
11.30 ไปรับและไปถึงโรงเรียน
ลูกชายดันโทรมาบอกว่าให้เอาจานกับช้อนมาด้วย
เวรละซิ จะไปหาที่ไหนละ
ปลื้มจิต เป็นที่สุด น้องเค้าอุตส่าห์ไปขอยืมถ้วยกับช้อนที่ร้านอาหารมาให้
น่ารักสุดๆๆเลย
วินาทีที่ตื่นเต้นทีสุดคือ จะทำหน้ายังไงเวลาเดินเข้าไปในห้องเรียนลูก กับน้องเค้า
นั่นนะสิ ทำหน้ายังไงวะ เพราะไอ้เจ้าครูประจำชั้นลูกชาย ก็คอยลุ้นอยู่ว่าเมื่อไหร่เราจะมีแฟนกับเค้าซะที
ทุกอย่างเป็นปกติ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ พูดคุย เสมือนผู้ปกครอง
ปลื้มจิตเป็นที่สุด เพราะ…………….
เพื่อนลูกชายถามกันว่า คนนี้แม่มีดี้เหรอ
ปลื้มจิตเป็นที่สุด เพราะ………………..
อยากจะตอบว่าใช่……………………
จากนั้นกินราดหน้ากัน ซื้อใส่ห่อไปฝากเพื่อนน้องเค้า
แยกย้ายกันไปทำงาน
ด้วยใจหวังลึกๆว่า พรุ่งนี้ก็คืนปีใหม่แล้วละ
จะได้อยู่กับเค้าเปล่าเนี่ย………………..
วันนี้ดีจัง……………………………………
ตั้งใจว่าจะรวบรวมความกล้า ทั้งหมดหลังจากที่ประเมิณสถานการณ์แล้ว คงจะพอมีหวังน่า
บอกเค้า และ ถามเค้า สักที ว่าเราคบกันยังไง
ปล.
เรื่องจริงที่ว่า ทุกครั้งที่มองตาแล้วพูด มันก็จะรู้สึกได้ว่าอะไรจริงหรือไม่จริง

ความรู้สึกแย่ครั้งที่ 5………………
ก่อนปีใหม่ สองวัน
ไม่กี่วันก็สิ้นปีแล้ว เกือบจะปีใหม่แล้ว
วันนี้โทรศัพท์ดังตอนประมาณ หกโมงเย็น
ไปกินไรกันที่ อ่าวพันวา………….. ไม่ปฎิเสธทั้งที่งานไม่เสร็จซักอย่าง
โอพระเจ้า ข้าน้อยอยู่ป่าตอง ไปอ่าวพันวา เอาวะไปกัน
น้องๆเลิกทำงาน ยกขบวนไปอ่าวพันวากันหมด
แวะซื้อเหล้า และขนมนิดหน่อย ตามไปสมทบ
พอได้เจอหน้า วันนี้ไมดูเศร้าๆวะ
ไม่ค่อยยิ้มแปลกๆๆๆๆ ไอ้ลูกชายก็ดันงอนเพราะไม่ให้เล่นน้ำ
เลยขอร้องแกมบังคับให้น้องเค้าไปเจรจากับลูกชาย
หาไปนาน แต่เดินกลับมาสองคน ได้ผล ดีใจจัง
วันนี้ท่าทางจะดี
นั่งกินเหล้ากัน เล่นกีตาร์ร้องเพลง ปล่อยมุก ฮาขำกันกลิ้ง
หน้าตา และสีหน้าน้องเค้าดีขึ้นตามลำดับ จนเห็นได้ชัด
เริ่มรู้สึกแปลกๆๆ…………….
เมื่อน้องเค้าถามหาพี่ตู่ ที่ว่าจะตามมา บ่อยขึ้น จนเรางงๆๆ
ถึงกับบังคับให้โทรหา……………………………………………..
พักหลัง เราไม่ค่อยเป็นมิตรกับโทรศัพท์ จะทิ้งไว้ในรถเสมอ (ไม่อยากคุยกับใครนี่หว่า)
เดินไปโทรศัพท์กันสองคนน้องเค้าเดินตามมา พอคุยเสร็จเราก็ปิดเครื่อง
น้องเค้ามองหน้า แล้วถามด้วยคำพูดซีเรียสว่า” ปิดเครื่องทำไม พี่มีใครหรือเปล่า ปูไม่อยากเป็นอย่างนี้”
ไม่อยากเป็นอย่างนี้ มันคืออะไรวะ กูไปทำอะไรเค้าตอนไหนวะ ตั้งแต่รู้จักกันมาไม่เคยแตะเนื้อต้องตัว
นั่นนะสิมันคืออะไรวะ
พอพูดเสร็จก็เดินเข้ารถ แล้วบอกว่าจะเอาอะไรให้ดู ตูก็งง แล้วเค้าก็เอื้อมมือไปปิดไฟในรถ
กำลังจะพูดอะไรซักอย่าง แล้วก็ปิดไฟซะงั้น แล้วไอ้ลูกชายก็มายืนข้างกระจกรถ ตกใจหมด
เลยบอกให้ลูกชายไปก่อน
เอ้าว่ากันต่อไป……………..
แล้วน้องเค้าก็ให้ขับรถพาไปเข้าห้องน้ำ ก็ไป พอจอดรถ ก็ยกแขนให้ดู รอยช้ำเยอะมาก
เค้าบอกว่า โดนแฟนตี (เค้าให้คำจำกัดความว่าแฟนเก่าแล้วให้ข้อมูลว่าเลิกกันแล้ว) ……………
อึ้ง…………………………………………
อึ้ง………………………………………….
อึ้งแดก……………………………………
ยังมีต่ออีก “โดนเมื่อสองสามวันที่แล้ว”………………………..
อึ้ง…………………………………………….
อึ้ง………………………………………….
อึ้งแดกกว่าเมื่อกี้อีก……………………………………
เพราะไอ้สองสามวันที่แล้ว เป็นวันที่เค้าเบี้ยวหนังเรื่องอวตาร นี่หว่า………………
ต่อมคิดมากเริ่มทำงาน…………….โกหกเปล่าวะเนี่ย…………………………………..
ต่อมแมน คัดค้าน ……..ช่างมันเหอะ………………………………………………………
รวบรวมคำพูด ก่อนจะบอกน้องเค้าไปว่า “รู้สึกแย่มาก ทำไม ช่างมันเหอะ ไม่มีใครบังคับให้อยู่กับมัน”
แล้วก็เฮ้อ…………………………….. รู้สึกว่าตาเค้าแดงๆน่ะ
แล้วเราก็ให้ไปเข้าห้องน้ำ………..
ทำไมมันนานจัง ยืนเซ็งๆ เศร้าๆ ยังไงไม่รู้ เวลาแค่นี้มันนานจังวะ นานนนนนนนนๆๆๆๆๆ
พอเดินออกมาจากห้องน้ำแทนที่จะกลับ น้องเค้าก็ดันเดินเข้าไปที่มืดๆ ดูเต่าสต๊าบ(เขียนไงวะ)
ถามนู่นถามนี่ ไอ้เราก็รู้สึกว่าตรงนี้มันมืดนะเหอๆๆ ไม่ไว้ใจตัวเองวะ เลยรีบตอบส่งเดชไปแล้วรีบพาเดินออกมา
รีบขึ้นรถ…………..
ตอนนี้โคตรอยากถามเลยว่า ไอ้คำพูดที่ว่า “ปิดเครื่องทำไม พี่มีใครหรือเปล่า ปูไม่อยากเป็นอย่างนี้”
มันหมายความว่ายังไงกันเหรอ……………
ยังไม่ทันได้จอดรถ ยังไม่ได้ถาม เจ้าอินกับลูกชายก็เดินมาตาม พอดี
แล้วความเครียดก็เกิดขึ้นอีก ระหว่างน้องเค้ากับเจ้าอิน
เฮ้อ………อะไรกันนักหนาวะกู
เริ่มสงสัยในความสัมพันธ์ระหว่างน้องเค้ากับเจ้าอิน แต่ก็ ช่างมันเหอะ…………………..
ไม่ได้เป็นอะไรกันนี่หว่า (เรากับน้องเค้าน่ะ)
วันนี้ก็จบลงแบบงงๆ ไปอีกวัน
เฮ้อ………………………..เปิดเพลง เซ็ท ทุกข์ใจ ฟังจนถึงบ้าน ทุกคนในรถ บ่นว่าเซ็งเป็ด
ปล.
โอกาสไม่ได้มีขายตามตลาดสด บางทีโอกาสที่ดีก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของอารมณ์ด้วย
เฮ้อ………………………………………………

Continue reading

เวลาที่รู้สึกแย่ๆ

มองโลกอย่างที่เป็นอย่างที่เห็นแล้วก็คิดแต่ว่าอือก็เพราะมันเป็นอย่างงั้นเองเพราะคนนั้นเค้าเป็นคนแบบนั้นเอง

ไม่ใช่เค้าที่เปลี่ยนหรือชั้นที่เปลี่ยนแต่เป็นเพราะทั้งชั้นและเค้าเป็นอย่างนี้เอง

ถ้าเค้าไม่ทำร้ายเราไม่ทำให้เราโกรธเราก็จะไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเรามีนิสัยเช่นไร
ต้องขอบคุณคนที่ทำร้ายเราเพราะเค้าทำให้เรารู้จักตัวเอง

ทุกอย่างมันมีวงรอบของมันวันนี้เราวนมาเจอเรื่องแย่ๆก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะแย่ไปตลอด วันนึงเรื่องดีดีก็จะวนมาหาเราเช่นกัน

ที่เป็นเช่นนี้เพราะจริงๆแล้วเค้าเป็นคนแบบนี้ก็แค่นั้น
ทุกคนก็มีนิสัยที่แตกต่างกันคนนี้ไม่ดีอย่างนั้นคนนี้ดีอย่างนี้แต่ในความไม่ดีก็จะมีสิ่งดีดีและในสิ่งดีดีก็อาจจะมีเรื่องไม่ดีที่เราคาดไม่ถึงก็ได้ไม่งั้นก็จะไม่สมดุล

ที่เค้าทำแบบนี้ก็เพราะเค้าอยากทำแค่นั้นเอง
ไม่จำเป็นที่ชั้นจะต้องไปเข้าใจและรับรู้ว่าทำชั้นทำไม เหตุผลอะไรจึงทำ

“คนที่ดีที่สุดอาจจะไม่ใช่คนที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุขที่สุดก็ได้”

เค้าคงคิดแบบนี้…ชั้นดีที่สุดเท่าที่เค้าเคยเจอแต่พออยู่ด้วยเค้าอาจจะไม่มีความสุขก็เป็นได้

ความสมบูรณ์แบบไม่สามารถเติมเต็มความสุขของอีกฝ่ายได้หรอกเหมือนที่ชั้นปฏิเสธคนดีดีมากมายดีกว่าเค้าเยอะแยะเพราะชั้นรู้สึกว่าชั้นอยู่กะเค้าแล้วชั้นมีความสุขมากกว่า…
ในวันนี้เค้าก็คงคิดและเลือกทางที่ตัวเองมีความสุขมากกว่าที่จะอยู่กะชั้น

เศร้าเนอะแต่มันคือเรื่องจริง

ต้องยอมรับความจริงอะ…..ทำอะไรไม่ได้แล้วก็แค่นั้น

“มันเกิดขึ้นแล้วก็ดับลง”

บันทึกน่าอ่าน…. สำหรับคนกลับไม่ได้ไปไม่ถึงเรื่องความรัก โดนๆ

เมื่อวาน…มีโอกาสได้โอภาปราศรัยกับน้องรักที่สนิทสนมกันมานาน
น้ำเสียงร่าเริง รอยยิ้มสดใส น่ารัก น่าเอ็นดูเหมือนเดิม
เชื่อแน่…ใครเห็นก็ต้องหลงเสน่ห์กับความน่ารักของเธอ ……

แรกๆ มองเผินๆ ทักทายกันเหมือนไม่มีอะไร…แต่ เริ่มจับสังเกตจากแววตา
มันหมองๆ ชอบกล เวลาพูดก็เหมือนแสร้งๆ ชอบกล
เลยพลั้งปากตามประสาคนปากพล่อย

“มีปัญหาอะไรรึเปล่า?” ถามทะลุกลางป้องเลย
จากคนที่กำลังคุยเจื้อยแจ้วเงียบลงทันใด
ไอ้เราก็ตกใจ พูดไรผิดไปรึเปล่าว่ะ

คนเคยรู้จักสนิทสนมกันมามีหรือจะไม่รู้ว่าตอนนี้กำลังสุขหรือทุกข์
จากนั้นเรื่องต่างๆก็พลั่งพรูออกมาราวกับทำนบเขื่อน (ลำตะคอง)พัง
(น้องเศร้ายังจะมีอารมณ์ขันอีก นุนิ๊เอ้ย)
เอาซะหน่อย มีหลายอย่างน่าสนใจ น่าวิเคราะห์ตาม

ระหว่างที่ห่างหายไปน้องเล่าว่า….(เอาย่อๆ)

ตอนนั้นที่ย้ายออกจากหอหญิงไปหอรวมเพื่อที่จะไปอยู่ใกล้ๆที่ทำงาน
ปรากฎว่าไปเจอผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนของเพื่อน เคยเจอกันนานแล้ว
เขาอยู่ห้องข้างๆ น้องบอกว่า…ตอนแรกที่เจอตกใจมากเพราะเคยแอบชอบ
ไม่คิดว่าโลกจะกลมขนาดนี้แต่มารู้ที่หลังว่าเขาอยู่กับแฟน…..ก็ทำใจได้
เพราะไม่ได้อะไรกันอยู่แล้ว แต่…..(ไม่ค่อยชอบคำนี้เลยมันทำให้เหตุการณ์เปลี่ยน)
อยู่ไปอยู่มาเขากับแฟนทะเลาะกันบ่อย แรกๆเขาจะโทรเบอร์ภายในมาเพื่อขอโทษ
ที่เสียงดังรบกวน จากนั้นก็โทรมาถามสารทุกข์สุขดิบ
น้องบอกว่าอยู่คนเดียวมันเหงามีคนคอยถาม คอยห่วงใย และดูแลใกล้ๆก็รู้สึกอุ่นใจดี
ที่สำคัญแอบปลื้มเป็นทุนเดิม ความสัมพันธ์ก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ . แต่ก็ต้องห้ามใจ
เพราะเขามีเจ้าของ
จนวันหนึ่ง…เขามาบอกรัก….ขอคบด้วยและบอกว่าเลิกกับแฟนแล้ว….
ผู้หญิงก็หอบผ้าไป…..น้องก็ตกลงคบกัน…ความรักเหมือนจะไปได้ดี

ผ่านไป 2 อาทิตย์

แฟนหอบผ้ากลับมา น้องก็ถามว่าไหนว่าเลิกกันแล้ว เขาตอบว่าเลิกแล้วแต่เขา
ขอมาอยู่ด้วยในฐานะ “เพื่อน” ในช่วงกำลังหาห้องใหม่ (อืม..เหตุผลเข้าท่าแฮะ นุคิดนะ)
แรกๆก็พยายามแต่เข้าใจ…แต่พฤติกรรมบางอย่างมันไม่เป็นอย่างที่เขาพูดเลย
เวลาพบกันต้องเจอข้างนอกทั้งๆที่อยู่หอเดียวกันแท้ๆ ที่สำคัญต้องมาถึงหอคนละเวลา
ก็สงสัยไหนว่าเพื่อน….ทำไมต้อง “เกรงใจ”ขนาดนั้น (นั่นซิเนอะ)
คงทนไม่ไหวก็เลยถามตรงๆ ตกลงว่าเลิกกันรึยัง …..ตานั่น เอ้ย เขาก็บอกว่าเลิกแล้ว
แต่ที่ยังคบอยู่เพราะติดหนี้พนันเมื่อปีก่อน (เอาเงินหญิงใช้หนี้ว่างั้น) ขอเวลาเคลียร์
ไอ้น้องเราก็เชื่อด้วยนะ ใจดีอุตสาห์ช่วยเขาใช้หนี้ ตัวเองเงินก็ไม่พอใช้ เฮ้อ……

เรื่องย้าว ยาว สรุปได้เท่านี้แหละ

ทุกวันนี้ก็ต้องแอบๆคบกัน เริ่มทะเลาะกันบ่อยขึ้น แต่เงินก็ยังให้(ใช้หนี้)เหมือนเดิม
อยากออกมาให้ได้ แต่ทำใจไม่ได้สักที ร้องไห้ทุกวัน…ผู้หญิงคนนั้นก็ยังอยู่กับเขา

ลูกชิ้นปลาที่กำลังเคี้ยวๆอยู่ฝืดคอขึ้นมาทันที ไม่กล้ามองหน้ากลัวเห็นน้ำตา
ก็เสียงเครือซะขนาดนั้น แต่ก็ต้องมอง (เพราะชิ้นสุดท้ายละเส้นหมดไปนานแย้วว)
ไม่ไหลแฮะ น้ำตาปริ่มๆเท่านั้น แต่คำถามนี่ซิหนักใจคนตอบชะมัด

“พี่นุว่า…ควรทำไงดี” (จุดจุดขอสงวนชื่อละกัน)

ไอ้พี่นุก็ยกน้ำขึ้นดื่มอึกๆเลย พร้อมกับใช้ความคิด (ที่ไม่ค่อยจะมี)ไปด้วย
วางขวดน้ำลงมองหน้าน้องตรงๆ เต๊ะท่าให้ดูเป็นผู้หลักผู้ใหญ่นิดนึง

“พี่ว่าเรามีคำตอบอยู่ในใจแล้วแหละเพียงแต่ว่าจะทำได้หรือเปล่าแค่นั้นเอง”

จากเรื่องราวที่เล่าอะไรๆมันได้สรุปและจบในตัวมันแล้วจริงๆนุคิดแบบนั้น
แต่ดูน้องไม่ค่อยจะเข้าใจเลย อาจจะยัง งงๆ สับสนตัวเอง ว่าคำตอบคืออะไร

“อยากเป็นพี่นุจัง อยากมีความสุข ไม่ต้องคิดอะไรมาก” ตายๆนุกลายเป็นคนไม่คิดอะไร
ในสายตาน้องไปแล้วหรือนี่ ก็เลยถามน้องว่าทำไมถึงคิดแบบนั้น

“ไม่รู้ไม่เคยเห็นพี่นุเศร้า” ตอนนั้นจำได้ว่าตัวเองยิ้มเกือบๆจะหัวเราะด้วยซ้ำ
น้องเอ๋ย…ไม่รู้อะไรซะแล้ว
ยังไม่ทันได้พูดอะไรเราสองคนก็ถูกไล่ที่จากคนอื่นเพราะนั่งนานเกินไป
เจ้าของร้านก็คอยส่งสายตาตำหนิมาเป็นระยะ (ก็แหม คนคุยกันเนาะ)

++++++++

คำตอบสำหรับน้องรัก…จากใจเลย

ตอนนั้น…

ยังไม่มีโอกาสพูด…อยากจะฟังมากกว่า ที่เงียบใช่ว่าไม่สนใจ…แต่ขอเก็บรายละเอียด
จำได้ว่าเคยเล่าเรื่องอกหักให้เราฟัง…ตอนที่เล่าน้ำเสียงไม่ได้บ่งว่าเสียใจ เศร้าใจ
หรืออะไรที่แสดงว่าอกหัก ผิดหวังมากมาย เหตุผลเพราะ….เรื่องมันผ่านมาแล้ว
ผ่านมานานพอ….พอที่จะเล่าให้ฟังเป็นเรื่องขำขันได้ ทั้งที่มันไม่ขำเลย
เล่า…เพราะอยากให้ระวังตัว ไม่อยากให้เจอะเจอเหตุการณ์แบบเดียวกัน

เรื่องของเรา พี่บอกได้คำเดียวว่าเข้าใจ…อย่างลึกซึ้ง

ถ้าถามว่าพี่ว่าควรทำไงดี ถามตัวเองดีกว่าว่าต้องทำไง ///***—
ก่อนอื่น..
ลองใช้เวลากับตัวเองให้มากๆ คิดให้ครบ ไตร่ตรองให้รอบคอบ
เพราะเรื่องแบบนี้ไม่มีใครถูกใครผิด ไม่มีโง่ ไม่มีฉลาด
ที่สำคัญ…
อย่าโทษ…ว่าเขาไม่ดีเพราะเขาไม่ได้เอาปืนมาขู่กรรโชกเอาเงินเราเสียเมื่อไร จริงไหม?
อย่าโทษ…ว่าเขาทำเหมือนไม่ให้เกียรติเรา ทำลายศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง…ก็เรายอมเอง
อย่าโทษเขา…เพราะเราเต็มใจที่จะเดินตามจังหวะที่เขากำหนด…ทุกอย่าง
พี่ไม่ได้ตอกย้ำซ้ำเติมแต่มันคือเรื่องจริง………

ชั่งใจดูนะว่าระหว่างที่มีเขาอยู่กับไม่มีอย่างไหนมีความสุขมากกว่ากัน
ไม่ต้องสุขก็ได้…เอาแค่มีทุกข์น้อยกว่าที่เป็นอยู่ …ก็พอ

หากแอบแย้งในใจว่ามันไม่ง่าย ก็ตอบตรงๆว่ามันไม่ง่ายจริงๆ
ของแบบนี้ไม่ลอง…ก็ไม่รู้
พี่ภาวนาให้เรารีบเหนื่อย…เหนื่อยใจมากเท่าไร ท้อใจมากเท่าไร
ความอดทนน้อยลงเท่าไหร่ ….หัวใจมันจะหาทางออกของมันเองเร็วขึ้นเท่านั้น
อย่าผูกตัวเองไว้กับเขา…เพียงเพราะอยากได้เขามาครอบครอง

สมมติเกิดผลิกโผเขาเลือกเรา มันควรจะเป็นโชคดีหรือโชคร้าย คิดเอา!

วันนี้…เรายังใหม่อาจจะภาษีดีกว่าคนก่อน แต่วันหนึ่งเราอาจจะกลาย
เป็นผู้หญิงคนนั้นเมื่อเขาเจอใครที่ใหม่กว่า…..ถ้าถึงเวลานั้นคงโทษใครไม่ได้
เหตุการณ์คล้ายๆกันนี้จะสะท้อนให้เราฉุกคิดเอง เรียกว่าวงจรกรรมก็คงไม่ผิด

ดูพี่นุใจร้ายจัง…

ไม่ร้ายหรอกนะเมื่อเทียบกับสิ่งที่เรารังแกหัวใจตัวเอง รังแกทั้งที่รู้ว่าเจ็บปวดทรมาน
ไม่รู้ว่าทนได้ยังไงนะ… อย่าบอกละ…ว่ารักเขาหมดใจ
อย่างนั้น…
ลองเอามือขวามาแนบที่หน้าอกข้างซ้ายซิ….ดูว่ามันยังเต้นอยู่รึเปล่า?
ถ้าเต้น แสดงว่ามันยังอยู่กับเราไม่ไปไหน คิดเองล่ะซิว่าให้เขาไปหมดแล้ว
อะไรที่เสียไป…ถือว่าเป็นกรรมที่ต้องชดใช้ คุณค่าของเราอยู่ที่เราเชื่อว่ามันมี
ไม่ใช่ให้ใครมาบอกว่ามันมี “เธอมีค่าสำหรับฉันนะ” แต่การกระทำทำให้เรารู้สึกไร้ค่า
มันจะมีประโยชน์อะไร…

หากใจยังไม่แข็งแรงพอที่จะก้าวออกมา ก็อย่าเพิ่งฝืน แค่คิดว่าอยากก้าวออกมา
อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่ายังรักตัวเองอยู่บ้าง พี่รู้ว่า
“การบอกเลิกบอกง่าย แต่จะใช้ชีวิตหลังจากนั้นให้อยู่ได้ยังไงมันค่อนข้างยาก”

หากคิดจะถอยจริงๆ พยายามจดสิ่งที่เขาทำให้เราร้องไห้อย่างสม่ำเสมอ
เตือนใจตัวเองอย่าใจอ่อนเมื่อเขาทำดี สักวันเหตุการณ์เหล่านั้นมันจะต้องเกิดขึ้นอีก
ไม่ได้สอนให้แข็งกร้าวกับความรัก แค่อยากให้แข็งแรง ดูแลหัวใจตัวเองหน่อย
รังแกมันมากๆ เดี๋ยวมันจะตายด้านเอา ชินชาในสิ่งที่ไม่ควรชินชา

++++++++

ในความเป็นพี่….

ที่เรามองว่ามีความสุข ถ้าลองมาเป็นพี่จริงๆ เราอาจจะอยากเป็นตัวของเราเองก็ได้
คนเรามันมีแบบฉบับความสุข ความทุกข์ตามทิศทางที่มันควรจะเป็นนั่นล่ะ
ก็คล้ายๆ กับการขับรถ….มือเราจะอยู่ที่พวงมาลัย กุมชะตาชีวิตตัวเอง

เส้นทางบางสาย….ราบเรียบดูเหมือนไม่มีอะไร อาจทำให้เผลอประมาท เลินเล่อ
พอเจอหลุมเจอบ่อแบบไม่ทันตั้งตัว เกิดอุบัติเหตุหัวทิ่มหัวตำ พิกลพิการ
บางคน…พลั้งพลาดถึงชีวิต หมดโอกาสแก้ตัว
แต่มีอีกสาย…ที่เราทุกคนมุ่งจะไปให้ถึง นั่นคือ “ถนนสายความฝัน”
แต่ระหว่างทางอาจขลุขละเต็มไปด้วยหลุมบ่อและอุปสรรคมากมายโดยเฉพาะ “ตัวกินฝัน”
ถ้ารู้จักประคับประคองให้ดี มีสติ และตั้งใจ เชื่อแน่ว่าความสำเร็จคงอยู่ไม่ไกล

อาจมีบ้างที่หลงออกนอกลู่นอกทาง เมื่อรู้ว่าหลงก็ควรหาทางกลับทางเดิมให้เร็วที่สุด

“ไม่มีคำว่าสายกับการเริ่มตันใหม่…..เพียงแต่อย่าเสียเวลาให้นานนัก”

หากคิดว่า…พี่ไม่เจอกับตัวจะพูดอะไรก็พูดได้ แต่คนที่ต้องทำใจใครจะรู้ทรมานแค่ไหน
อืม….
พี่เองก็คือคนธรรมดาๆคนหนึ่ง ยังอยู่ในวังวน รัก โลภ โกรธ หลง ดีใจ เสียใจ หัวเราะ ร้องไห้เป็น
ไม่แน่นะพี่อาจจะกำลังเจอเหตุการณ์อะไรคล้ายๆกันอยู่ก็เป็นได้ …โลกนี้เที่ยงแท้ซะที่ไหน
เราอาจจะมองว่าพี่เป็นคนคิดอะไรนอกกรอบ รักอิสระ มีความสุขอยู่เสมอ หัวเราะเป็นประจำ
นั่นก็ส่วนหนึ่งของชีวิต…พี่เลือกจะให้มันเป็นเช่นนั้น แต่ไม่ใช่ทั้งหมด…..

จะเล่าอะไรให้ฟัง++++

พี่นะ…เคยตีความหมายของคำว่า “นอกกรอบ” ผิดไปจากเดิมจนไม่เหลือเค้าของความสร้างสรรค์
คิดแค่ว่าจะรักใครก็ได้ ต่อให้เขาคนนั้นมีคนรักอยู่แล้วก็เถอะ ก็คนมันจะรัก ใครจะทำไม?
ทำตัวหมิ่นเหม่ต่อศีลธรรม จริยธรรมอันดีงาม จนรู้สึกขาดความนับถือตัวเอง…
รู้ตัวนะ คิดได้ด้วย แต่ก็แค่คิดได้ ใจมันไม่คิดตาม
เอาล่ะซิ!
ขอบอกพฤติกรรมพี่สับสนไปหมดสมองเข้าสู่โหมด ERROR
แยกไม่ออกว่าอันไหนสุขจริงอันไหนสุขจอมปลอม จนกระทั่งเจอเรานี่แหละ
ทำให้พี่ได้คิด ได้ไตร่ตรอง พิจารณาพื้นฐานความคิดเดิม ว่าเป็นคนแบบไหนกันแน่
เข้าใจว่าความทุกข์ถ้ามันไม่มาหาเรา เป็นเรานี่แหละก็เดินไปหามันเอง
จะโทษใครได้ จริงไหม…

“จริงๆ แล้วใจเรานี่มันว่างและเป็นอิสระนะ แต่คนมักจะเอาความรักผิดๆ มาสร้างเป็นกรงขังใจ

พี่ยังเชื่อในความอ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ เชื่อในความรัก ความเมตตา ที่มนุษย์พึงมีต่อกันเสมอ

ศรัทธาตัวเองให้มาก เห็นแก่ตัวให้น้อย โลกก็น่าอยู่แล้วละ”

|| ปีใหม่ ระเบียงห้องที่แสนถูกใจ และสิ่งที่เรียนรู้ได้จากเวลา ||

สวัสดีปีใหม่
HAPPY NEW YEAR
!!! 2010 !!!

เทศกาลที่ฉันรู้สึกมีความรู้สึกร่วมมากที่สุด *o*
แม้หลายปีที่ผ่านมา จะไมได้ฉลองปีใหม่พร้อมกะใครๆก็ตาม
ปีใหม่ที่กลายเป็นปีเก่าในแต่ละปีๆ ฉันใช้ชีวิตในคืนส่งท้ายปี…คนเดียว
และไม่ได้รู้สึกอยากจะส่งท้ายกับใคร – - – - อันนี้เรื่องจริง

ฉันชอบที่จะมองบรรยากาศรื่นเริงนั้นโดยการมองและสัมผัสความรู้สึกแห่งความสุขนั้นทางสายตา
มากกว่าที่จะเอาตัวเองเข้าไปร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ……….ไม่รู้ทำไม ?

ทั้งที่ก็มีเพื่อนที่ชวนฉันและเพื่อนที่ให้ฉันชวน…แต่ฉันก็ไม่เลือกทั้งสองอย่าง
ปีนี้ก็อีกเช่นกัน ฉันยังยืนกรานที่จะผ่านคืนวันที่ 31 ธันวา โดยลำพังอย่างมีความสุขด้วย
วันนี้ออกไปเดินเซนทรัลคนเดียว 3 ชั่วโมง ตั้งแต่ 6 โมงเย็น ยัน 3 ทุ่ม โอ้วววว
ไม่ใช่ว่าเซนทรัลกว้างซะจนเดินไม่ทั่ว แต่เพราะ หนังสือมีเยอะเกินที่จะเลือกได้
ใช่แล้ว ไปร้านหนังสือ อิอิอิ วนไปวนมา วนวนไป ๆๆๆๆ หยิบเล่นนั้นที เล่มนี้ที ๆ ๆ
สุดท้ายก็ผ่านไปชั่วโมงกว่า เลือกมาได้ 4 เล่ม
((แน่นอนว่ามันคงไม่ใช่หนังสือวิชาการจ๋า และต้องไม่ใช่ด้วย…ไม่ต้องการ))

จากนั้นก็เดินไปสู่เป้าหมายอันดับหนึ่งของการมาเซนทรัลในวันนี้
เคาท์เตอร์เครื่องหนัง กระเป๋า กระเป๋าสตางค์…..ฉันอยากได้กระเป๋าสตางค์ใบใหม่
เดินโฉบไปแบรนด์นั้นทีแบรนด์นี้ที เล็งใบนั้นที ใบนี้ที …..แต่แล้วก็ได้รองเท้ามาหนึ่งคู่ -*-
ผ่านไปอีกชั่วโมงครึ่ง……ในที่สุดกระเป๋าสตางค์ใบใหม่ของปีนี้ก็เป็นม้ามืดเข้าวิน
ไม่ใช่เพราะราคาถูกสุด (ซื้อกระเป๋าสตางค์ใบนี้แล้ว กระเป๋าสตางค์ที่พกมาแต่แรกแฟบลงไปเป็นคนไม่มีอันจะกินเลยทีเดียว)
แต่เพราะดูองค์ประกอบหลายๆอย่างแล้ว ดูเหมาะสมที่สุดและที่น่าแปลกคือ ยิ่งมองก็ยิ่งชอบ (ทั้งที่ตอนแรกไม่อยู่ในสายตาเลย)
3 ชั่วโมงที่ผ่านไป ใช้เวลาไปกับหนังสือและกระเป๋าสตางค์ แค่สองอย่างนี้จริงๆ ให้ตายเถอะ
…………แล้วก็กลับห้อง

00.00 เสียงพลุดังตูมตามๆไม่ขาดสาย เลยออกไปดูซะหน่อย
[[ ขอบอกหน่อยว่า ส่วนที่ฉันชอบห้องที่ฉันพักอยู่ตอนนี้มากที่สุดคือ มันมีพื้นที่สำหรับให้ทำเป็น 'ห้องครัว' ได้
และส่วนที่ชอบมากที่สุดอันดับสองคือ 'ระเบียงห้อง' ระเบียงห้องนี้เป็นระเบียงที่วิเศษมาก มันโล่ง ปลอดโปร่ง สบาย
ไม่มีตึกสูงมาเบียดบังอากาศหายใจ มองเห็นท้องฟ้า เห็นพระจันทร์ เห็นดาว แล้ววันนี้ก็ยังเห็นพลุสว่างไสวไปทั่วบริเวณในระดับสายตาพอดีด้วย
ซึ่งหาไม่ได้ง่ายๆในกรุงเทพฯ ที่จะมีห้องพักบรรยากาศระดับวีไอพีขนาดนี้ได้ *-* ]]
พลุก็สวยตามแบบฉบับของความเป็นพลุ จุดไล่เลียงสลับกันไปมาๆ
ฉันต้องกลอกตามองทั้งด้านหน้า ด้านซ้าย ด้านขวา จะได้มองทุกด้านไม่ให้น้อยหน้ากัน ฮ่าา
แล้วสุดท้าย ………ก็ไม่มีงานเลี้ยงใดที่ไม่มีวันเลิกลา

เสียงพลุ เสียงดนตรี เสียงผู้คน ก็เงียบลง………………………………ทุกอย่างกลับสู่โหมดปกติ
แต่ที่เปลี่ยนแล้วไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปคือ ปี เดือน วัน ที่เป็นปีใหม่ เดือนใหม่ วันใหม่ทั้งหมด

สิ่งที่เรียกว่า ” เวลา ” ไม่เคยหยุดนิ่ง มันยังคงเดินหน้านำพาสิ่งต่างๆให้ก้าวเดินต่อไปเรื่อยๆๆๆ
และสิ่งที่ได้เรียนรู้จาก ” เวลา ” คือ
——– ไม่มีสภาพใดที่จะไม่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดไป และ ไม่มีปริมาณใดที่จะยังคงเท่าเดิมได้ตลอดกาล ———

สุขสันต์วันเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆค่ะ

เศร้าจริง ๆ ไม่รู้จะระบายยังไง ได้แต่ขอบคุณคนที่ทิ้งกัน

เรื่องราวทุกอย่าง ที่ฉันได้ฟัง
บอกตัวเองอีกครั้ง ฉันกำลังฝันไป
แค่คำที่บอก ว่าเธอเสียใจ
คงจะพอใช่ไหม แกล้งมาทำร้ายกัน
ไม่ใช่ฉันคนนี้ที่ต้องถูกทิ้งไป
ไม่ใช่เธอคนนี้ที่กำลังตีจาก
และก็คือคนนั้นที่ได้ก้าวเข้ามา
และก็คือน้ำตาที่ช่วยเตือนว่าฉัน ไม่ได้ฝัน
ขอบคุณน้ำตาที่ปลุกฉัน
ให้เตรียมรับมือกับคืนวันที่..ไม่มีเธอ
ตั้งแต่วันนี้ไป ขอบคุณที่ทำให้ได้รู้
ที่จริงนั้นเธอไม่ได้รักฉันมากมาย
แค่หลอกให้ฝันไป ตื่นมาเธอก็ไป (ก็เท่านั้น)
ที่เคยได้อยู่ ด้วยกันทุกวัน
มันคือใจของฉัน ที่ทุ่มเทลงไป
ให้ตัวฉันปล่อย ให้ยอมเข้าใจ
ว่าเธอมีคนไหน นั้นไม่ใช่เรื่องจริง
ที่ผ่านมา.. ตั้งนาน.. ก็หลอกว่ารักกัน.. ฉันเข้าใจ..

ที่ผ่านมา อยู่ด้วยกันตลอด ไม่คิดเลยว่าไม่มีความหมายได้ แต่ก็เข้าใจว่ายังไง แกก็ต้องเลือกเค้า เพราะเค้าเป็นอนาคตของแก

ขอบคุณนะที่กำลังทำให้ฉันพ้นทุกข์ แกคงไม่ได้เจอฉันอีกแล้วล่ะ
ที่บอกว่าอยากให้เก็บความทรงจำที่ดีนั้น บอกตรง ๆ ว่าอยากเก็บนะ
แต่…สายไปแล้วล่ะ ฉันจำแกไม่ได้แล้ว หลังจากที่ฉันเขียนข้อความนี้….จบ
โชคดี อย่าให้ฉันจำเรื่องแกได้เลย ขอบคุณสิ่งดี ๆ ที่เคยให้กัน อโหสิต่อกันด้วยในทุกเรื่อง
ให้ต่างคนต่างมีชีวิตที่ดี แยกย้าย แล้วลืมอดีตนี้ซะ ขอให้ไปเจอสิ่งที่ดี ๆ เจอคนที่เค้าดี ๆ
ออกจากชีวิตฉันไปได้แล้วล่ะ My Teacher