ขยะ… ที่อยู่ในใจ

ทำไมบางคนถึงทุกข์ร้อน วิตกกังวล กระวนกระวาย ไม่สบายใจ ไม่ปลอดโปร่งอยู่เสมอ

คำตอบง่ายมาก เพราะเขาแบกความคิดและความรู้สึกหลายอย่างเอาไว้ ไม่ปลดปล่อย ไม่ปรับเปลี่ยน จนกระทั่งมันกลายเป็นขยะหรือคราบสกปรกเกาะติดหัวใจ เวลามีอะไรมากระทบหรือสัมผัสกับความรู้สึก ก็จะมีคราบเปื้อนเหล่านี้เข้าไปเจือปน ความสดใสที่ควรจะมี จึงมีได้ไม่เต็มที่

ทำไมเราจึงปล่อยให้ใจเป็น ‘ถังขยะ’ ล่ะ

คำตอบก็คือ เราไม่ค่อยรู้ตัวหรอก ว่าเราแอบทิ้งขยะลงไปในใจของเราเอง หรือมีใครทิ้งขยะลงมาในหัวใจของเราบ้าง ถ้าเราไม่หมั่นสำรวจ บางทีเราอาจมีขยะรกเรื้อหัวใจอยู่มากมายเลยก็ได้ อะไรบ้าง ที่เป็นขยะหัวใจ

1. ความไม่พอใจ

มีหลายเรื่องเลยนะ ในชีวิต ที่เราไม่พึงพอใจ ถ้าจะแบ่งให้กว้างที่สุดเพื่อให้เห็นภาพ สิ่งที่ทำให้เราไม่พอใจมีอยู่ 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ ไม่พอใจคนอื่น กับไม่พอใจตัวเอง ไม่พอใจคนอื่นเกิดได้มากกว่าความไม่พอใจในตัวเอง เพราะธรรมชาติของคน ย่อมรักตัวเองมากกว่าคนอื่น ย่อมโทษคนอื่นก่อนโทษตัวเอง ย่อมเห็นความผิดของคนอื่นได้ก่อนและได้ชัดกว่าความผิดของตนเอง

ขณะเดียวกันเราต่างก็รู้ว่า โลกนี้ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ มีเกิน มีขาด จนกว่าจะค่อยๆ ปรับปรุงพัฒนาให้มีความพอดีได้ จึงจะเข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบมากที่สุด ฉะนั้น เราควรมองด้านดีของกันและกันให้มากกว่าด้านที่บกพร่อง

ถ้าเราเริ่มจากมองด้านดีของกันและกันแล้ว ความพึงพอใจ และความนับถือในกันและกันก็จะเกิด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สร้างสรรค์…กว่าการจับผิดกัน แล้วนำไปสู่ความไม่พอใจ

2. ความผิดหวัง

2 สิ่งที่ไม่ควรตั้งความหวังไว้สูงนัก คือหวังว่าเรื่องบางเรื่อง เหตุการณ์บางเหตุการณ์ หรือคนบางคนในอดีตจะย้อนกลับมา กับหวังว่าอนาคตจะเป็นไปตามที่เราวาดหวังเสียทุกประการ อดีตเป็นสิ่งที่ยากจะเรียกหาให้ย้อนกลับคืนมาเป็นเหมือนเดิม ดีที่สุดคือใช้อดีตเป็นบทเรียน ให้สติ ให้เราเรียนรู้ทั้งโอกาสและความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้น เพื่อให้วันนี้และวันข้างหน้า ดีกว่าอดีตที่เคยเป็น

ส่วนอนาคตย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัย ไม่สามารถบังคับบงการให้เป็นไปตามความหวังของเราได้เสียทั้งหมด แต่พอจะคาดการณ์ได้ว่าน่าจะเป็นอย่างไร กระนั้นก็ตาม หากไม่เป็นไปอย่างที่คาดการณ์ ก็อย่าได้ทุกข์ร้อนเสียใจ และปล่อยความคาดหวังบนความไม่แน่นอนแบบนี้ให้เป็นขยะรกอารมณ์

3. ความอิจฉาริษยา

ขยะอย่างหนึ่งที่รกใจคนที่สุด ก็คือความอิจฉาริษยาคนอื่น โดยไม่ทันเฉลียวว่า ทุกครั้งที่เราอิจฉาริษยาใครก็ตาม ความนับถือตัวเองของเราก็เสื่อมถอยลงไปด้วย เพราะการจะรู้สึกอิจฉาหรือริษยาใครนั้น ย่อมมีพื้นฐานมาจากความรู้สึกว่าเขาดีหรือได้ดีกว่าเรา เราจึงอิจฉาเขาเป็นพัลวัน

จงหยุดอิจฉา แล้วมองให้เห็นว่า การที่คนอื่นได้ดีหรือมีดีกว่าเรานั้น เป็นสิ่งที่น่ายินดี ควรยินดีกับเขา และปรับเปลี่ยนโน้มน้าวตัวเองให้ทวีความดีดั่งที่เขามีจนเราอิจฉา

4. ความยึดมั่นถือมั่น

ขยะที่เพิ่มพูนความรกเรื้อรุงรังให้ใจได้เป็นอย่างดีอีกประการหนึ่งคือ ความยึดมั่นถือมั่น คิดว่านั่นก็คนของฉัน นี่ก็บ้านของฉัน รถของฉัน คนรักของฉัน ตำแหน่งของฉัน ฯลฯ จนไม่สามารถปล่อยวาง สิ่งนอกตัว เหล่านั้นลงได้

ส่วนใหญ่พบว่า จิตจะปรุงแต่งไปเอง ว่าสิ่งนี้ฉันรัก สิ่งนี้ฉันเป็นเจ้าของ ใครก็เอาไปจากฉันไม่ได้ พอไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ ก็ผูกพันหน่วงเหนี่ยว ยังคงเสียดาย เสียใจ และปรุงแต่งจิตเพิ่มเข้าไปว่าฉันนี้แสนทุกข์ระทม

ลองยอมรับความจริงดูบ้างไหม ว่าอะไรๆ ในโลกนี่ก็ไม่ใช่ของเราอย่างถาวรทั้งสิ้น แม้กระทั่งร่างกายของเรานี้ แท้ก็เป็นแค่ของยืมมา ใช้ได้ชาตินี้ชาติเดียว เดี๋ยวก็เสื่อม ก็แก่ ก็ป่วย ก็ตาย ต้องคืนร่างกายสังขารนี้สู่สภาพดิน น้ำ ลม ไฟ เน่าเปื่อยผุพังไป สิ้นความสวยความหล่อ ตลอดจนลาภยศสรรเสริญทั้งปวง

5. ความกลัว

ใจหลายคน รุงรังไปด้วยความกลัว กลัวเขาจะไม่รัก กลัวเงินจะหมด กลัวฝนจะตก กลัวนายจ้างจะเลิกจ้าง กลัวเพื่อนร่วมงานจะได้ดีกว่า กลัวไม่ก้าวหน้า ไม่ได้โบนัส ฯลฯ

กลัวไปทำไม เรื่องบางเรื่องเราตัดสินเองไม่ได้ อยู่นอกเหนือจากการควบคุม ซึ่งกลัวไปก็เท่านั้น ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นสักนิด บางเรื่องแทบไม่มีวันมาถึงในชีวิต ก็กลัวล่วงหน้า กลัวจนประสาทเสีย

จงพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกคนและทุกสิ่งในชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี ซึ่งต้องเริ่มจากการทำแต่สิ่งที่ดี โปร่งใส ไม่เป็นแผลติดตัวที่ต้องปิดบังซ่อนเร้น และจงขจัดความกลัวออกไปจากใจ เพื่อให้เกิดความมั่นใจที่จะใช้ชีวิตของเราให้สมศักดิ์ศรี เพื่อที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อทำให้ชีวิตนี้ดีกว่าเดิม

6. ความอยาก

จง ‘อยาก’ ให้พอดีกับกำลังกาย กำลังทุน และกำลังสติปัญญาของตัวเอง อย่าอยากจนเกินกำลัง เพราะจะทำให้สิ้นกำลังได้ง่าย แล้วกลายเป็นคนพ่ายแพ้ อ่อนแอ หมดสิ้นความทะเยอทะยานอยากในชีวิต

ความทะเยอทะยานอยากเหมือนรถ แต่ใจเราคือคนขับ รถแล่นด้วยความเร็วกำลังดี เราก็ได้ประโยชน์ จอดอยู่เฉยๆ ก็นิ่งอยู่กับที่ แต่หากแล่นฉิวจนเกินควบคุม ก็อันตรายกับชีวิต ฉะนั้น ใจต้องเป็นนายของความทะเยอทะยานอยาก ขับเคลื่อนความทะเยอทะยานอยากโดยควบคุมได้

ทำอย่างไรให้ใจสะอาด

เริ่มจากปล่อยวางสิ่งต่างๆ ลง อย่ายึดติดยึดถือให้มากนัก แล้วอยู่กับปัจจุบัน อะไรที่อยู่กับเรา เป็นของเรา ย่อมอยู่กับปัจจุบันของเราด้วย นั่นคือสิ่งจริงแท้แน่นอน การปล่อยวางสิ่งต่างๆ ลง เท่ากับการเทขยะทิ้ง การอยู่กับปัจจุบัน เท่ากับการปิดฝาถังขยะ ไม่เปิดรับขยะใหม่ๆ ให้ใจต้องสกปรกรกรุงรังอีก เพื่อมีเวลาทำความสะอาดหัวใจให้ผ่องใส เบิกบาน

ใจ…แท้จริงผ่องใสด้วยตัวของมันเอง แต่คนที่เป็นเจ้าของหัวใจต่างหาก ที่ชักนำสิ่งต่างๆ มาปะพอก จนใจนั้นหมดสภาพ ฟื้นหัวใจให้กลับไปผ่องใสดังเดิมกันเถิด ปัดฝุ่นและคราบเขม่าทั้งหลาย แล้วเปิดทางให้หัวใจได้หายใจ เต้น และรู้สึกด้วยตัวของมันเอง

อย่าไปบงการหัวใจมาก เพราะแทนที่จะเป็นหัวใจ มันจะกลายเป็นถังขยะแทน

บันทึกน่าอ่าน…. สำหรับคนกลับไม่ได้ไปไม่ถึงเรื่องความรัก โดนๆ

เมื่อวาน…มีโอกาสได้โอภาปราศรัยกับน้องรักที่สนิทสนมกันมานาน
น้ำเสียงร่าเริง รอยยิ้มสดใส น่ารัก น่าเอ็นดูเหมือนเดิม
เชื่อแน่…ใครเห็นก็ต้องหลงเสน่ห์กับความน่ารักของเธอ ……

แรกๆ มองเผินๆ ทักทายกันเหมือนไม่มีอะไร…แต่ เริ่มจับสังเกตจากแววตา
มันหมองๆ ชอบกล เวลาพูดก็เหมือนแสร้งๆ ชอบกล
เลยพลั้งปากตามประสาคนปากพล่อย

“มีปัญหาอะไรรึเปล่า?” ถามทะลุกลางป้องเลย
จากคนที่กำลังคุยเจื้อยแจ้วเงียบลงทันใด
ไอ้เราก็ตกใจ พูดไรผิดไปรึเปล่าว่ะ

คนเคยรู้จักสนิทสนมกันมามีหรือจะไม่รู้ว่าตอนนี้กำลังสุขหรือทุกข์
จากนั้นเรื่องต่างๆก็พลั่งพรูออกมาราวกับทำนบเขื่อน (ลำตะคอง)พัง
(น้องเศร้ายังจะมีอารมณ์ขันอีก นุนิ๊เอ้ย)
เอาซะหน่อย มีหลายอย่างน่าสนใจ น่าวิเคราะห์ตาม

ระหว่างที่ห่างหายไปน้องเล่าว่า….(เอาย่อๆ)

ตอนนั้นที่ย้ายออกจากหอหญิงไปหอรวมเพื่อที่จะไปอยู่ใกล้ๆที่ทำงาน
ปรากฎว่าไปเจอผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนของเพื่อน เคยเจอกันนานแล้ว
เขาอยู่ห้องข้างๆ น้องบอกว่า…ตอนแรกที่เจอตกใจมากเพราะเคยแอบชอบ
ไม่คิดว่าโลกจะกลมขนาดนี้แต่มารู้ที่หลังว่าเขาอยู่กับแฟน…..ก็ทำใจได้
เพราะไม่ได้อะไรกันอยู่แล้ว แต่…..(ไม่ค่อยชอบคำนี้เลยมันทำให้เหตุการณ์เปลี่ยน)
อยู่ไปอยู่มาเขากับแฟนทะเลาะกันบ่อย แรกๆเขาจะโทรเบอร์ภายในมาเพื่อขอโทษ
ที่เสียงดังรบกวน จากนั้นก็โทรมาถามสารทุกข์สุขดิบ
น้องบอกว่าอยู่คนเดียวมันเหงามีคนคอยถาม คอยห่วงใย และดูแลใกล้ๆก็รู้สึกอุ่นใจดี
ที่สำคัญแอบปลื้มเป็นทุนเดิม ความสัมพันธ์ก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ . แต่ก็ต้องห้ามใจ
เพราะเขามีเจ้าของ
จนวันหนึ่ง…เขามาบอกรัก….ขอคบด้วยและบอกว่าเลิกกับแฟนแล้ว….
ผู้หญิงก็หอบผ้าไป…..น้องก็ตกลงคบกัน…ความรักเหมือนจะไปได้ดี

ผ่านไป 2 อาทิตย์

แฟนหอบผ้ากลับมา น้องก็ถามว่าไหนว่าเลิกกันแล้ว เขาตอบว่าเลิกแล้วแต่เขา
ขอมาอยู่ด้วยในฐานะ “เพื่อน” ในช่วงกำลังหาห้องใหม่ (อืม..เหตุผลเข้าท่าแฮะ นุคิดนะ)
แรกๆก็พยายามแต่เข้าใจ…แต่พฤติกรรมบางอย่างมันไม่เป็นอย่างที่เขาพูดเลย
เวลาพบกันต้องเจอข้างนอกทั้งๆที่อยู่หอเดียวกันแท้ๆ ที่สำคัญต้องมาถึงหอคนละเวลา
ก็สงสัยไหนว่าเพื่อน….ทำไมต้อง “เกรงใจ”ขนาดนั้น (นั่นซิเนอะ)
คงทนไม่ไหวก็เลยถามตรงๆ ตกลงว่าเลิกกันรึยัง …..ตานั่น เอ้ย เขาก็บอกว่าเลิกแล้ว
แต่ที่ยังคบอยู่เพราะติดหนี้พนันเมื่อปีก่อน (เอาเงินหญิงใช้หนี้ว่างั้น) ขอเวลาเคลียร์
ไอ้น้องเราก็เชื่อด้วยนะ ใจดีอุตสาห์ช่วยเขาใช้หนี้ ตัวเองเงินก็ไม่พอใช้ เฮ้อ……

เรื่องย้าว ยาว สรุปได้เท่านี้แหละ

ทุกวันนี้ก็ต้องแอบๆคบกัน เริ่มทะเลาะกันบ่อยขึ้น แต่เงินก็ยังให้(ใช้หนี้)เหมือนเดิม
อยากออกมาให้ได้ แต่ทำใจไม่ได้สักที ร้องไห้ทุกวัน…ผู้หญิงคนนั้นก็ยังอยู่กับเขา

ลูกชิ้นปลาที่กำลังเคี้ยวๆอยู่ฝืดคอขึ้นมาทันที ไม่กล้ามองหน้ากลัวเห็นน้ำตา
ก็เสียงเครือซะขนาดนั้น แต่ก็ต้องมอง (เพราะชิ้นสุดท้ายละเส้นหมดไปนานแย้วว)
ไม่ไหลแฮะ น้ำตาปริ่มๆเท่านั้น แต่คำถามนี่ซิหนักใจคนตอบชะมัด

“พี่นุว่า…ควรทำไงดี” (จุดจุดขอสงวนชื่อละกัน)

ไอ้พี่นุก็ยกน้ำขึ้นดื่มอึกๆเลย พร้อมกับใช้ความคิด (ที่ไม่ค่อยจะมี)ไปด้วย
วางขวดน้ำลงมองหน้าน้องตรงๆ เต๊ะท่าให้ดูเป็นผู้หลักผู้ใหญ่นิดนึง

“พี่ว่าเรามีคำตอบอยู่ในใจแล้วแหละเพียงแต่ว่าจะทำได้หรือเปล่าแค่นั้นเอง”

จากเรื่องราวที่เล่าอะไรๆมันได้สรุปและจบในตัวมันแล้วจริงๆนุคิดแบบนั้น
แต่ดูน้องไม่ค่อยจะเข้าใจเลย อาจจะยัง งงๆ สับสนตัวเอง ว่าคำตอบคืออะไร

“อยากเป็นพี่นุจัง อยากมีความสุข ไม่ต้องคิดอะไรมาก” ตายๆนุกลายเป็นคนไม่คิดอะไร
ในสายตาน้องไปแล้วหรือนี่ ก็เลยถามน้องว่าทำไมถึงคิดแบบนั้น

“ไม่รู้ไม่เคยเห็นพี่นุเศร้า” ตอนนั้นจำได้ว่าตัวเองยิ้มเกือบๆจะหัวเราะด้วยซ้ำ
น้องเอ๋ย…ไม่รู้อะไรซะแล้ว
ยังไม่ทันได้พูดอะไรเราสองคนก็ถูกไล่ที่จากคนอื่นเพราะนั่งนานเกินไป
เจ้าของร้านก็คอยส่งสายตาตำหนิมาเป็นระยะ (ก็แหม คนคุยกันเนาะ)

++++++++

คำตอบสำหรับน้องรัก…จากใจเลย

ตอนนั้น…

ยังไม่มีโอกาสพูด…อยากจะฟังมากกว่า ที่เงียบใช่ว่าไม่สนใจ…แต่ขอเก็บรายละเอียด
จำได้ว่าเคยเล่าเรื่องอกหักให้เราฟัง…ตอนที่เล่าน้ำเสียงไม่ได้บ่งว่าเสียใจ เศร้าใจ
หรืออะไรที่แสดงว่าอกหัก ผิดหวังมากมาย เหตุผลเพราะ….เรื่องมันผ่านมาแล้ว
ผ่านมานานพอ….พอที่จะเล่าให้ฟังเป็นเรื่องขำขันได้ ทั้งที่มันไม่ขำเลย
เล่า…เพราะอยากให้ระวังตัว ไม่อยากให้เจอะเจอเหตุการณ์แบบเดียวกัน

เรื่องของเรา พี่บอกได้คำเดียวว่าเข้าใจ…อย่างลึกซึ้ง

ถ้าถามว่าพี่ว่าควรทำไงดี ถามตัวเองดีกว่าว่าต้องทำไง ///***—
ก่อนอื่น..
ลองใช้เวลากับตัวเองให้มากๆ คิดให้ครบ ไตร่ตรองให้รอบคอบ
เพราะเรื่องแบบนี้ไม่มีใครถูกใครผิด ไม่มีโง่ ไม่มีฉลาด
ที่สำคัญ…
อย่าโทษ…ว่าเขาไม่ดีเพราะเขาไม่ได้เอาปืนมาขู่กรรโชกเอาเงินเราเสียเมื่อไร จริงไหม?
อย่าโทษ…ว่าเขาทำเหมือนไม่ให้เกียรติเรา ทำลายศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง…ก็เรายอมเอง
อย่าโทษเขา…เพราะเราเต็มใจที่จะเดินตามจังหวะที่เขากำหนด…ทุกอย่าง
พี่ไม่ได้ตอกย้ำซ้ำเติมแต่มันคือเรื่องจริง………

ชั่งใจดูนะว่าระหว่างที่มีเขาอยู่กับไม่มีอย่างไหนมีความสุขมากกว่ากัน
ไม่ต้องสุขก็ได้…เอาแค่มีทุกข์น้อยกว่าที่เป็นอยู่ …ก็พอ

หากแอบแย้งในใจว่ามันไม่ง่าย ก็ตอบตรงๆว่ามันไม่ง่ายจริงๆ
ของแบบนี้ไม่ลอง…ก็ไม่รู้
พี่ภาวนาให้เรารีบเหนื่อย…เหนื่อยใจมากเท่าไร ท้อใจมากเท่าไร
ความอดทนน้อยลงเท่าไหร่ ….หัวใจมันจะหาทางออกของมันเองเร็วขึ้นเท่านั้น
อย่าผูกตัวเองไว้กับเขา…เพียงเพราะอยากได้เขามาครอบครอง

สมมติเกิดผลิกโผเขาเลือกเรา มันควรจะเป็นโชคดีหรือโชคร้าย คิดเอา!

วันนี้…เรายังใหม่อาจจะภาษีดีกว่าคนก่อน แต่วันหนึ่งเราอาจจะกลาย
เป็นผู้หญิงคนนั้นเมื่อเขาเจอใครที่ใหม่กว่า…..ถ้าถึงเวลานั้นคงโทษใครไม่ได้
เหตุการณ์คล้ายๆกันนี้จะสะท้อนให้เราฉุกคิดเอง เรียกว่าวงจรกรรมก็คงไม่ผิด

ดูพี่นุใจร้ายจัง…

ไม่ร้ายหรอกนะเมื่อเทียบกับสิ่งที่เรารังแกหัวใจตัวเอง รังแกทั้งที่รู้ว่าเจ็บปวดทรมาน
ไม่รู้ว่าทนได้ยังไงนะ… อย่าบอกละ…ว่ารักเขาหมดใจ
อย่างนั้น…
ลองเอามือขวามาแนบที่หน้าอกข้างซ้ายซิ….ดูว่ามันยังเต้นอยู่รึเปล่า?
ถ้าเต้น แสดงว่ามันยังอยู่กับเราไม่ไปไหน คิดเองล่ะซิว่าให้เขาไปหมดแล้ว
อะไรที่เสียไป…ถือว่าเป็นกรรมที่ต้องชดใช้ คุณค่าของเราอยู่ที่เราเชื่อว่ามันมี
ไม่ใช่ให้ใครมาบอกว่ามันมี “เธอมีค่าสำหรับฉันนะ” แต่การกระทำทำให้เรารู้สึกไร้ค่า
มันจะมีประโยชน์อะไร…

หากใจยังไม่แข็งแรงพอที่จะก้าวออกมา ก็อย่าเพิ่งฝืน แค่คิดว่าอยากก้าวออกมา
อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่ายังรักตัวเองอยู่บ้าง พี่รู้ว่า
“การบอกเลิกบอกง่าย แต่จะใช้ชีวิตหลังจากนั้นให้อยู่ได้ยังไงมันค่อนข้างยาก”

หากคิดจะถอยจริงๆ พยายามจดสิ่งที่เขาทำให้เราร้องไห้อย่างสม่ำเสมอ
เตือนใจตัวเองอย่าใจอ่อนเมื่อเขาทำดี สักวันเหตุการณ์เหล่านั้นมันจะต้องเกิดขึ้นอีก
ไม่ได้สอนให้แข็งกร้าวกับความรัก แค่อยากให้แข็งแรง ดูแลหัวใจตัวเองหน่อย
รังแกมันมากๆ เดี๋ยวมันจะตายด้านเอา ชินชาในสิ่งที่ไม่ควรชินชา

++++++++

ในความเป็นพี่….

ที่เรามองว่ามีความสุข ถ้าลองมาเป็นพี่จริงๆ เราอาจจะอยากเป็นตัวของเราเองก็ได้
คนเรามันมีแบบฉบับความสุข ความทุกข์ตามทิศทางที่มันควรจะเป็นนั่นล่ะ
ก็คล้ายๆ กับการขับรถ….มือเราจะอยู่ที่พวงมาลัย กุมชะตาชีวิตตัวเอง

เส้นทางบางสาย….ราบเรียบดูเหมือนไม่มีอะไร อาจทำให้เผลอประมาท เลินเล่อ
พอเจอหลุมเจอบ่อแบบไม่ทันตั้งตัว เกิดอุบัติเหตุหัวทิ่มหัวตำ พิกลพิการ
บางคน…พลั้งพลาดถึงชีวิต หมดโอกาสแก้ตัว
แต่มีอีกสาย…ที่เราทุกคนมุ่งจะไปให้ถึง นั่นคือ “ถนนสายความฝัน”
แต่ระหว่างทางอาจขลุขละเต็มไปด้วยหลุมบ่อและอุปสรรคมากมายโดยเฉพาะ “ตัวกินฝัน”
ถ้ารู้จักประคับประคองให้ดี มีสติ และตั้งใจ เชื่อแน่ว่าความสำเร็จคงอยู่ไม่ไกล

อาจมีบ้างที่หลงออกนอกลู่นอกทาง เมื่อรู้ว่าหลงก็ควรหาทางกลับทางเดิมให้เร็วที่สุด

“ไม่มีคำว่าสายกับการเริ่มตันใหม่…..เพียงแต่อย่าเสียเวลาให้นานนัก”

หากคิดว่า…พี่ไม่เจอกับตัวจะพูดอะไรก็พูดได้ แต่คนที่ต้องทำใจใครจะรู้ทรมานแค่ไหน
อืม….
พี่เองก็คือคนธรรมดาๆคนหนึ่ง ยังอยู่ในวังวน รัก โลภ โกรธ หลง ดีใจ เสียใจ หัวเราะ ร้องไห้เป็น
ไม่แน่นะพี่อาจจะกำลังเจอเหตุการณ์อะไรคล้ายๆกันอยู่ก็เป็นได้ …โลกนี้เที่ยงแท้ซะที่ไหน
เราอาจจะมองว่าพี่เป็นคนคิดอะไรนอกกรอบ รักอิสระ มีความสุขอยู่เสมอ หัวเราะเป็นประจำ
นั่นก็ส่วนหนึ่งของชีวิต…พี่เลือกจะให้มันเป็นเช่นนั้น แต่ไม่ใช่ทั้งหมด…..

จะเล่าอะไรให้ฟัง++++

พี่นะ…เคยตีความหมายของคำว่า “นอกกรอบ” ผิดไปจากเดิมจนไม่เหลือเค้าของความสร้างสรรค์
คิดแค่ว่าจะรักใครก็ได้ ต่อให้เขาคนนั้นมีคนรักอยู่แล้วก็เถอะ ก็คนมันจะรัก ใครจะทำไม?
ทำตัวหมิ่นเหม่ต่อศีลธรรม จริยธรรมอันดีงาม จนรู้สึกขาดความนับถือตัวเอง…
รู้ตัวนะ คิดได้ด้วย แต่ก็แค่คิดได้ ใจมันไม่คิดตาม
เอาล่ะซิ!
ขอบอกพฤติกรรมพี่สับสนไปหมดสมองเข้าสู่โหมด ERROR
แยกไม่ออกว่าอันไหนสุขจริงอันไหนสุขจอมปลอม จนกระทั่งเจอเรานี่แหละ
ทำให้พี่ได้คิด ได้ไตร่ตรอง พิจารณาพื้นฐานความคิดเดิม ว่าเป็นคนแบบไหนกันแน่
เข้าใจว่าความทุกข์ถ้ามันไม่มาหาเรา เป็นเรานี่แหละก็เดินไปหามันเอง
จะโทษใครได้ จริงไหม…

“จริงๆ แล้วใจเรานี่มันว่างและเป็นอิสระนะ แต่คนมักจะเอาความรักผิดๆ มาสร้างเป็นกรงขังใจ

พี่ยังเชื่อในความอ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ เชื่อในความรัก ความเมตตา ที่มนุษย์พึงมีต่อกันเสมอ

ศรัทธาตัวเองให้มาก เห็นแก่ตัวให้น้อย โลกก็น่าอยู่แล้วละ”

คำระบาย ของผู้หญิง

วันนี้เมาเล็กน้อยค่ะ แต่อยากระบาย ความในใจบ้าง
เกิดเป็นผู้หญิง มันมากมาย แสดงออกไม่ได้ ม่มากมายที่คนไม่รู้
แฟนเคยถามนะว่า ไม่คือไม่ใช่ ใช่ไหม ไม่รู้จะตอบยังไง
เพราะหน้าที่ผู้ชายคือเรียนรู้ สิ่งที่ผู้หญิงเป็น และแตกต่าง ถ้าคุณรักเรา

ฉันเป็นผู้หญิงที่หน้าตาธรรมดา แต่มีแฟนหน้าตาดี มีรถ บ้าน งานดี
ก้อเรียกว่าเพอร์เฟคร์ ไรงั้น แต่ฉันไม่เคยรู้สึกแบบนั้นเลย
ฉันมองเค้าแค่ผู้ชายคนนึง ที่อ่อนแอ ต้องการคนดูแล เมื่อต่องการ เท่ามั้น
เพราะว่าในเวลาปกติ คุณไปยุ่งกับเขาไม่ได้ ต้องเขาต้องการ

ฉันไม่รู้หรอกว่ารักเขามั้ย แต่ฉันต้องการเขาตลอดเวลา และเค้าก้อต้องการฉัน
ฉันเชื่ออย่างนั้น เค้าคือทุกอย่างที่ฉันมีตอนนี้ ฉันโทนหาเค้า ทุกครั้งที่เหงา
และทุกครั้งที่ต้องการ เค้าทุกอย่างของฉัน จริงๆๆๆๆๆ นะคะ

แต่เค้า ก้อไม่เคยบอกว่าชอบฉันหรอกนะ แม้แต่คำเดียว
เหมือนเรารอคอย พี่รักเธอนะ พี่อยากแต่งงานกับเธอ ไรงี้
ฉันเฝ้ารอค่ะ 10 ปี ที่เรารอคอย ฉันรอคอย ฉันรอค่ะ

อ่อนแอ

วันนี้ฉันไม่สบาย….ต้องลำบากคนทั้งบ้านเลย

เฮ้อ…ไม่สบายแบบนี้อยากให้เธอมาดูแลจังเลย

แต่ก็หันไปเจอผู้ชายอีกคนนึง…คนที่ดีกับฉันเหลือเกิน

คนที่ไม่ว่าฉันจะเอาแต่ใจ จะงี่เง่าแค่ไหน….เค้าก็ไม่เคยบ่น

ผู้ชายคนนี้เป็นคนที่รักฉันมากที่สุด….และฉันก็คิดว่าเค้าก็รักฉันมากกว่าชีวิตของเค้าด้วย

เวลาฉันร้องไห้…ฉันจะเห็นเค้ามองดูฉัน นั่งลงข้างๆโดยที่ไม่พูดอะไรซักคำ

แต่ฉันก็มักจะหลับคาตักเค้าเสมอ

เวลาฉันไม่พอใจหรือเค้าทำอะไรที่ฉันไม่ชอบ

ฉันมักตวาดใส่เค้า เสียงดังใส่เค้า ทำหน้าบึ้งใส่เค้า

ส่วนเค้าหน่ะหรอ…พอรู้ว่าฉันไม่ชอบก็จะเอามันออกห่างไปทุกที

ฉันเป็นคนดีในสายตาของเค้าเสมอ ฉันเป็นคนที่สวยที่สุดของเค้าเสมอ

ฉันเป็นทุกสิ่งอย่าง เป็นชีวิตของเค้า เค้าไม่เคยทำให้ฉันร้องไห้

แต่ฉันกลับทำให้เค้าเสียใจอยู่เรื่อย…เพราะฉันไปมัวแต่จมอยู่กับคนที่ไม่เห็นค่าของความรักของฉันที่มีให้เค้าอย่างสุดหัวใจ

แต่ผู้ชายคนนี้ก็ไม่เคยที่จะว่าอะไรฉันเลย…เค้ายินดีให้ฉันรักผู้ชายคนอื่นได้…เค้าสอนให้ฉันรู้จักรัก….เพื่อที่จะได้ไปรักผู้ชายคนอื่น

ขอบคุนนะคะที่รักฉัน ที่เปนห่วงฉัน ที่สอนให้ฉันได้รู้จักกับคำว่ารัก

ขอบคุนที่ไม่เคยทิ้งฉัน ขอบคุนที่เข้าใจฉันในทุกๆเรื่อง

ฉันรักคุนมากเช่นกัน……คุณพ่อของฉัน

สักวันฉันคงชินใช่ไหม…?

สิ่งที่ตัวฉันทำวันนนี้..

หลายคนอาจจะมองว่าฉัน “โง่”

หลายคนอาจจะมองว่าฉัน “งมงาย”

หลายคนอาจจะมองว่าฉัน “ทำร้ายตัวเอง”

หลายคนอาจจะมองว่าฉัน “เวอร์”

แต่สำหรับใครที่ยังไม่เคยเจอ..ไม่รู้หรอกว่าฉันรู้สึกยังไง

ขอหลบไปพัก..เผื่อว่าจะดีขึ้น

ขอหลบไปพัก..เผื่อว่าจะเข็มแข็งเหมือนเดิม

ขอหลบไปพัก..ถึงแม้ว่าจะใช้เวลานานไปนิด

ขอหลบไปพัก..ถึงแม้ว่าจะลืมเค้าไม่ได้ -*-

ขอหลบไปพัก..ถึงแม้ว่าสุดท้าย..ยังคง “อ่อนแอ”

ขอหลบไปพัก..ถึงแม้ว่าน้ำตาไม่เคยหยุดไหล..

สักวันฉันคง “ชิน” ไปเอง..กับการยัง “ร้องไห้”

สักวันฉันคง “ชิน” ไปเอง..กับการยัง “คิดถึง..คนคนเดิม”

สักวันฉันคง “ชิน” ไปเอง..กับการยัง “รักเค้าอยู่ทุกลมหายใจ”

สักวันฉันคง”ชิน” ไปเอง..กับการยัง “รอคอยอย่างลมๆแล้งๆ”

—–นี่แหละ..ตัวคน..ของคนโง่..งมงาย..อย่างฉัน—–

*NarM_tOEy