ยอมแพ้

ผู้หญิงคน 1 ซึ่งเคยเข้มแข็ง
กลับท้อล้าอ่อนแรงในวันนี้
ฟ้าจ๋าช่วยรับรู้ไว้ T
ว่าฉันเป็นอย่างนี้เพราะใคร
เป็นเพราะเธอนั่นแหล่ะ
ดิน _ ฟ้า
ที่มาทำให้ฉันนั้นหวั่นไหว
เธอมอบความสมหวังให้ใครต่อใคร
แล้วฉันหล่ะ
เธอเล่นตลกอะไรช่วยบอก T
เธอทำให้ฉันได้สัมผัสกับรักหวาน
มอบความผูกพันยาวนานไม่หน่ายหนี
มอบความห่วงใยให้เกิดขึ้นได้
ทุก _ วิ _ นาที
แล้วใยวันนี้ต้องพรากสิ่งนั้นไป
ตอบฉันหน่อยได้ไหมฟ้า
สิ่งที่ฉันเจอะเจอมาคือฝันร้ายใช่ไหม
หลายครั้งที่พยายามคิดว่าฝันไป
แต่ลืมตาตื่นครั้งใด
ก็เจ็บปวดใจอยู่ทุกครา
ก็ไม่คิดโทษใครหรอกนะ
ต้องโทษตัวเองที่อ่อนล้า
งี่เง่า _ อ่อนแอ _ ขี้แย _ มีน้ำตา
แค่สายลมพัดผ่านมา
“น้ำตาก็ไหลริน”
อยากกลับไปเป็นคนเข้มแข็ง
แต่กำลังใจของคนเคยแกร่ง
……….กลับหายสิ้น……….
ไม่มีวันใดที่น้ำตาไม่ไหลริน
แค่ได้ยินเสียงเพลงสะกิดใจ
บอกตัวเองว่าต้องเข้มแข็ง
บอกใจให้แกร่งอย่าหวั่นไหว
แต่นึกถึงความเป็นจริงในคราใด
แค่หายใจก็ยังไม่อยากทำ

น้ำตา

ร้องไห้ออกมาเถิด
ถ้าหากว่าการร้องไห้นั้น
มันทำให้เรารู้สึกดีขึ้น
ถ้าหากน้ำตามันช่วยทำให้เรามีกำลังใจ
หรือช่วยผลักดันให้เราลุกขึ้นมาสู้กับปัญหา
“น้ำตา” ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย
“น้ำตา” ไม่ใช่สัญลักษณ์ของความ
อ่อนแอ _ พ่ายแพ้
หากแต่เป็นเครื่องบำบัดฟื้นฟูจิตใจ
ในยามที่เราท้อล้า
และเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในยามที่เราเป็นทุกข์หรือสับสน

คนแปลกหน้าที่รู้จักดี

;( “” ค น แ ป ล ก ห น้ า ที่ รู้จั ก ดี “”…….”" ;(

ไม่ต้องรู้จักกันอีก – ไม่ต้องคุยกันอีก – ไม่ต้องยุ่งกันอีก
ลืม – หาย – ไม่ต้องจำ…
จำได้มั้ย? ว่ากี่ครั้งที่เป็นแบบนี้
ทำไมฉันต้องรั้งเธอ ทำไมต้องยื้อเธอ
บางครั้งฉันก็คิดที่จะไปให้พ้นๆ ชีวิตเธอเหมือนกันนะ
ก็ไม่อยากทำให้ลำบากใจ ไม่อยากทำให้อึดอัดใจ
ฉันคิดว่าฉันทำได้ไม่เห็นจะยากก็แค่ หายๆ ไปซะ
แต่สุดท้ายแล้วก็ทำไม่ได้ ไม่มีครั้งไหนที่ฉันทำได้สักครั้ง
ถ้าไม่ผูกพัน ไม่รู้สึกอะไร ฉันคงทำได้
ผูกพัน ฉันก็ไม่รู้ว่าเรียกผูกพันหรือเปล่า
เพราะทั้งที่ความจริงแล้วไม่น่าจะผูกพันกันได้เลย
ทะเลาะกันก็บ่อย เถียงกันก็บ่อย ว่ากันก็บ่อย
ด่ากันก็บ่อย กวนประสาทกันก็บ่อย
เฮ้อ!! เอาอะไรมาผูกพันกันว่ะเนี่ย…

เธอรู้มั้ย? ฉันก็ไม่อยากกวนประสาทเธอเท่าไหร่หรอก
ฉันก็อยากพูดกับเธอดีๆ เพราะๆ เหมือนที่ใครๆ พูดกับเธอ
แต่ฉันก็ไม่เคยพูดดีๆ เพราะๆ กับเธอเลย… ฉันนี่แย่ะเนอะ
ฉันพยายามนะใช่ว่าไม่พยายาม
ฉันว่ามันยากนะกับการที่จะทำแบบนั้น
ฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องกวนประสาท
ต้องหาเรื่องเถียง หาเรื่องทะเลาะกับเธอทุกครั้งไป
เธอคิดว่าเธอประสาทแดกเวลาคุยกับฉันคนเดียวหรือไง
ฉันก็ประสาทแดกเวลาคุยกับเธอเหมือนกันนั่นแหละ
ฉันชอบให้เธอหงุดหงิด ฉันว่าเวลาเธอหงุดหงิดดูตลกดี
ถามว่ามีความสุขมั้ยที่แกล้งเธอ ตอบได้เลยว่า มากมาย

แต่เวลาที่เธอร้องไห้ฉันก็รู้สึกแย่ไปกับเธอนะ
ฉันไม่อยากให้เธอร้องไห้ ไม่อยากให้เธอมีน้ำตา
ฉันไม่ชอบเห็นใครร้องไห้ ฉันว่ามันดูอ่อนแอ
ใช่ว่าฉันร้องไห้ไม่เป็นนะ ฉันร้องไห้เป็น
ฉันก็มีความรู้สึกมีหัวใจเหมือนกับเธอนั่นแหละ
บางครั้งฉันอาจอ่อนแอกว่าเทอด้วยซ้ำไป
แต่ถึงยังไงฉันก็ไม่ชอบให้เธอร้องไห้อยู่ดี

ฉันรู้สึกดีนะ ที่เธอมาร้องไห้กับฉัน
แต่เธอคงรู้สึกแย่ เพราะต้องโดนฉันล้อ ขี้แย ไปอีกนาน
ฉันอยากพูดให้เธอรู้สึกดีนะ อยากพูดอยากทำมากกว่านั้น
ฉันอยากยืนข้างๆ เธอนะ อยากยืนข้างๆ ตลอดเวลา
ฉันอยากให้เธอรู้ว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียว
เธอรู้มั้ย? ว่าฉันเป็นห่วงเธอบ่อยๆ อยากจะรู้ว่าเธออยู่ไหน เป็นไง

ตั้งแต่ที่รู้จักกันมาเธออาจคิดว่าฉันไม่เคยชมเธอเลย
ฉันหน่ะชมเธอออกจะบ่อยไปเพียงแค่เธอไม่รู้เท่านั้น
เวลาที่เธอดูถูกตัวเอง โทษตัวเอง ว่าตัวเอง
ฉันไม่ชอบให้เธอทำแบบนั้นเลย…

เอาแต่ใจ ดื้อ ฉันก็เป็นเหมือนกัน นั่นแหละตัวฉันที่เธอไม่รู้
ทุกครั้งที่เธอเอาแต่ใจ ฉันก็พยายามจะไม่ตามใจเธอนะ
แต่สุดท้ายฉันก็ต้องตามใจเธอทุกทีไป
บางครั้งฉันก็แอบโกรธ น้อยใจ เธอเหมือนกันนะ
ก็เวลาที่ฉันประชดประชันอะไรเธอไป
เธอก็ดันประชดประชันฉันกลับมาซะงั้น ให้ได้งี้ดิเธอหน่ะ
แต่ฉันก็โกรธเธอได้ไม่นานหรอก เพราะรู้ว่าเธอง้อคนไม่เป็น
เทอนี่ก็แปลกเนอะ มีหัวใจมั้ยนั่นหน่ะ

อย่าหายไปไหน เธอจำได้มั้ยว่าฉันพูดแบบนี้กับเธอกี่ครั้ง
ฉันก็แค่ไม่อยากให้เธอหายไปไหน อยากให้อยู่ข้างๆ กัน
ฉันอยากให้เธออยู่ข้างๆ ฉัน นานๆ ไม่อยากให้ทิ้งกันไปไหน
การที่ฉันได้มารู้จักกับเธอฉันว่าเป็นความตั้งใจไม่ใช่ความบังเอิญ

รัก ชอบ ผูกพัน นิยามกันยังไง ฉันไม่รู้
เอาเป็นว่าฉันดีใจที่ได้รู้จัก ได้ผูกพันกับเธอ
ขอบคุณที่ไม่ทิ้งกันไปไหน แม้ว่าบางครั้งจะเถียงกันก็ตาม
ขอบคุณที่ไม่หายไปไหน แม้ว่าบางครั้งจะทะเลาะกันก็ตาม
ขอบคุณที่อยู่ข้างๆ กัน แม้ว่าบางครั้งจะกวนประสาทกันก็ตาม
ขอบคุณอย่างสูง….

ฉันก็ไม่เข้าใจทำไมถึงต้องผูกพันมากมายอย่างนี้
ฉันก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าเพราะอะไร
ถ้าหาเหตุผลได้เมื่อไหร่จะบอกละกัน
อยู่ข้างๆ กันก่อน อย่าเพิ่งทิ้งกันไปไหน ได้หรือเปล่า
แ ค่ อ ยู่ ใ ห้ ฉัน …..

ความรักบังตา

ศิลปิน/Artist: โรส ศิรินทิพย์

ประโยชน์อะไรที่ยังคงฝันต่อ
มันเจ็บเกินไปที่ให้เธอเฝ้ารอ
เมื่อรักต้องเดินทางอีกไกล
เมื่อฝันไม่ไปพร้อมความจริง
ก็รู้ตัวเอง ว่ายังคงดีไม่พอ

ไม่มีอะไรที่ควรมีซักอย่าง
ก็หวั่นในใจเมื่อมีเธอร่วมทาง
ชีวิตคนนึงที่อ่อนแอ
พ่ายแพ้มาจนไม่เหลือใจ

พรุ่งนี้ของเธอยังอีกไกล อย่าจมอยู่กับฉันเลย

อย่าทำร้ายตัวเอง
โดยยอมให้คำว่ารักบังตา
เก็บชีวิตที่เหลือของเธอ
ให้คนที่ดีเข้ามา

ไม่มีทางที่ชีวิตฉันคู่ควรให้เธอไว้ใจ
ก็รู้ว่ารักนั้นยิ่งใหญ่
แต่คงไม่มีความหมาย

เมื่อชีวิตที่เหลือของฉัน
มันเป็นแค่ภาพลวงตา
ผิดแล้วที่เธอต้องการเข้ามา เพื่อฝากหัวใจ

อย่ายินยอมให้คำว่ารัก
คำเดียวมาปิดหัวใจ
ชีวิตเธอต้องเริ่มต้นใหม่
อย่าทนกับคนอย่างฉันอีกเลย

คงผิดในใจถ้ายังดึงรั้งเธอ
ยิ่งอยู่กันไปดีแต่ทำร้ายเธอ
ชีวิตดีดีคืออีกทาง
ตรงนี้เลือนรางเกินข้ามไป

ที่รักกันมาก็ขอบใจ แต่มันคงไม่คุ้มเลย

ฉันไปทำ…… เสน่ห์ยาแฝด….

ฉันไปทำ……’เสน่ห์ยาแฝด’….

ยาวมาก แต่อยากให้อ่าน อ่านจบจะไม่เสียดายเลย

“….ปู่ฤาษี คือผู้ที่เพื่อนฉันพาไปหาเพื่อนบอกว่าท่านเก่งญาติของเพื่อน สามีหนีไปอยู่กับเมียน้อยท่านก็เป็น

คนเรียกกลับมา ทุกวันนี้ทั้งรักทั้งหลงภรรยาไม่ไปมีใหม่อีกเลย….” ย้ำ!!!………… อ่านจนจบถึงจะอึ้ง
ฉันกับแฟนคบกันมา 4 ปี มีโครงการจะแต่งงานกันสิ้นปีนี้แต่แล้วจู่ ๆเค้าก็มาบอกว่า เราเลิกกัน เค้าไม่ได้รักฉันแล้ว

ตอนนี้เค้าพบคนใหม่ ตลอดเวลาเค้าหลอกฉันมาตลอดว่ารัก เค้าจะแต่งงานกับผู้หญิงคนใหม่สิ้นปีนี้”
ฉันทำทุกวิถีทางเพื่อจะฉุดรั้งเค้ากลับมา ฉันถามว่าฉันผิดตรงไหนไม่ดีตรงไหน

ฉันจะปรับปรุงตัวใหม่ เค้าต้องการอะไรฉันทำให้ได้ทุกอย่างและยอมทุกอย่างขอเพียงแค่ “กลับมาเหมือนเดิม”

แต่สิ่งที่ฉันได้รับคือความเฉยชา,หงุดหงิด,รำคาญทำอะไรก็ผิดไปหมด เพื่อนแนะนำฉันให้ “ไปทำเสน่ห์”

ปกติฉันเป็นคนที่กลัวเรื่องพวกนี้ไม่อยากยุ่งเกี่ยวไม่อยากเข้าใกล้แต่….ณ จุดจุดนี้ไม่ได้แล้ว ความรักบังตา

ฉันยอมทุกอย่าง ขอเพียงได้เค้ากลับคืนอะไรก็ได้สำหรับฉัน ณ ตอนนี้

“ปู่ฤาษี ” คือผู้ที่เพื่อนฉันพาไปหาเพื่อนบอกว่า “ท่านเก่งญาติของเพื่อน สามีหนีไปอยู่กับเมียน้อย

ท่านก็เป็นคนเรียกกลับมา ทุกวันนี้ทั้งรักทั้งหลงภรรยาไม่ไปมีใหม่อีกเลย”

บ้านปูนชั้นเดียว มีลานจอดรถที่พอจอดรถยนต์ได้ประมาณ10 คัน วันแรกที่ฉันไปมีรถยนต์จอดอยู่3 คัน

มองเข้าไปในบ้านมีคนนั่งจนล้นออกมาข้างนอกมีเสียงหัวเราะดังออกมาเป็นระยะเพื่อนพาฉันเข้าไปภาพที่ฉันเห็น

ชายหนุ่มอายุน่าจะประมาณ28 29 ปี ผมยาวมีลายสักเต็มตัว นัยต์ตาหวานเยิ้มมือคีบบุหรี่พูดไปยิ้มไป

ปล่อยมุกสนุกสนานทำให้ผู้ที ่เข้ามาหาหัวเราะเป็นระยะๆ นุ่งชุดลายเสือดูดีมีเสน่ห์

คนนี้เรอะที่เพื่อนบอกว่าเป็นปู่ฤาษีทำไมยังหนุ่ม แต่ ณ วินาทีนั้นความรักบังตาไม่ได้คิดอะไรเพื่อนบอกว่าดี

ฉันก็เชื่อโดยที่ไม่ได้คิดถึงเหตุการณ์ในวันข้างหน้าเลย

เราสองคนนั่งรออยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง คนที่เข้ามาล็อตแรกก็ออกไปถึงคิวของฉัน เพื่อนแต่งขันธ์ห้า

(ดอกไม้ 5 คู่ เทียน 5 คู่)พร้อมเงิน 100 บาท ให้ฉันเขียนชื่อ-นามสกุลพร้อมที่อยู่ของฉันและของแฟนยื่นให้

“ปู่ฤาษี “………(เอ่ยชื่อฉัน)ดวงไม่ดีจะถูกแย่งของรัก …….(เอ่ยชื่อแฟน) คนนี้เป็นแฟนใช่มั๊ย?”

ฉันตอบ “ใช่ค่ะ” ′มีอะไรจะถาม?” ท่านถามฉัน……เงียบ ……

ฉันก็ไม่รู้จะถามอะไรเพื่อนหันมาสะกิด”ตอบไปซิ” ก็ไม่รู้จะตอบอะไร……….

ท่านนั่งหลับตาสวดคาถาประมาณ5-10 คำ แล้วหันมาถาม”รักเค้ามากตอนนี้ใจเศร้าหมองในสมอง

มีแต่คิดจะฆ่าตัวตาย ………อยากได้เค้ากลับมามั๊ย?”ท่านหันมาถาม

“อยากได้ค่ะ”ฉันตอบ

“ถ้าอยากได้คืนจะช่วยแต่จะต้องจ้างน่ะมีเงินเท่าไหร่?” “สองพันค่ะ” ท่านหลับตาสักพัก′

ไม่ใช่หรอก ในกระเป๋าตังค์มีเงินห้าพันบาทในสมุดบัญชีมีเงินอีก 3 หมื่น”

ฉันตกใจท่านรู้ได้อย่างไง “ถ้าอยากได้คืนปู่คิดค่าจ้าง 3 หมื่น”

“ตกลงค่ะ!”ฉันตอบตกลง “จะบ้าเหรอ…..3หมื่นน่ะแก ไม่คิดก่อนหรือไง”เพื่อนฉันตกใจรีบหันมาถามฉัน

แต่สำหรับฉันตอนนี้อะไรก็ไม่สำคัญเท่าการได้แฟนกลับคืนมาปู่ฤาษี มองหน้ายิ้มๆ

“ให้ไปเอา……………………………..” ท่านสั่งให้ฉันนำสิ่งของมาเข้าพิธีรุ่งขึ้นเดินทางไปหาปู่ฤาษี

ไปถึงก็มีคนมารอท่านเต็มอาศรมไปหมด รายแรก….มากันประมาณ 5-6คน แต่งขันธ์ 5จานเดียว

ใส่เงิน 100 บาท แต่มีรายชื่อในกระดาษประมาณ10 ชื่อได้ท่านรับขันธ์ 5 ไป

หลับตาสวดมนต์ดูให้ทีละคน การทำนายของท่านแม่นเหมือนตาเห็น ท่านจะทักเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยก่อนว่า

เป็นลักษณะไหนอยู่ตรงไหนมีอะไรเป็นจุดเด่น (มาทราบภายหลังว่าท่านไม่ได้ดูจากวันเดือนปีเกิด แต่จะส่งจิตไป

ยังบ้านที่เราอาศัยอยู่เพื่อไปตรวจสอบยังสถานที่ ท่านจึงต้องถามว่าสถานที่ที่ท่านไปถูกต้องหรือไม่)

ท่านจะทักแต่ละคนตามรายชื่อที่เขียนไป

จนกระทั่งไปสะดุดที่ชื่อของลูกสาวของคนที่มาดู “มันหนีออกจากบ้านไปใช่มั๊ย?”

(จริงๆ แล้วท่านจะพูดเป็นภาษาอีสาน แต่ว่าฉันแปลเป็นภาษาภาคกลางให้เพื่อจะได้เข้าใจ)

“ใช่จ๊ะ”คนเป็นแม่พูดน้ำตาเริ่มไหล ท่านหลับตาสวดมนต์สัก5-10 คำ”มันหนีไปกับ

ผู้ชายตอนนี้มันอยู่กาฬสินธ์อยู่บ้านเค้า”"ปู่ช่วยหน่อย ตามมันกลับมาให้หน่อย” แม่พูดไปพร้อมเช็ดน้ำตา

ฉันเองก็พาลจะน้ำตาไหลตามไปด้วยท่านสวดมนต์สักพัก

“เออ….ปู่จะช่วย วันจันทร์มันจะกลับมา พอมันมาแล้วให้พามันมาหาปู่..

” ท่านพูดปลอบใจเขาสักพักแล้วก็เริ่มสอนให้เข้าใจถึงวิถีชีวิตของมนุษย์เป็นคำสอนตามแบบของศาสนา

จนพ่อแม่ของน้องผู้หญิงผ่อนคลายหายเศร้าท่านจึงให้กลับ

รายที่สอง .. เป็นชาวบ้านมาประมาณ4-5 คน รายนี้ภรรยาหนีตามชู้ไป ทิ้งสามีกับลูกสองคน

สามีเค้ารักภรรยามากอยากได้ภรรยาคืน ฤาษีท่านดูไปแล้วทักว่า ภรรยาของแกหนีตามผู้ชายข้างบ้านไป

ผู้ชายคนนั้นก็มีภรรยาแล้วใส่เสน่ห์ภรรยาของแกด้วยพอท่านพูดถึงตรงนี้ ผู้หญิงที่มาด้วยบอกว่าเป็นสามีของแกเอง

ปู่จึงหันมาถามว่าจะเอาคืนด้วยหรือ ฝ่ายหญิงตอบว่าไม่เอาปู่จึงหันไปถาม ฝ่ายชายว่าจะเอาคืนจริงๆ หรือ ไม่รังเกียจ

เค้าหรือที่เค้าทำแบบนี้โกรธเค้าไหมเกลียดเค้ามั๊ยซึ่งฝ่ายชายก็ยืนยันคำเดียวว่าจะเอาคืนท่านถามซ้ำ 3 ครั้ง

ฝ่ายชายก็ยังยืนยันคำเดิมท่านรับปากว่าจะช่วยแล้วให้บูชาของสิ่งหนึ่งไปเรียกเก็บเงิน 500 บาท

ฉันเริ่มสงสัยเอ…ทำไมของฉัน 3 หมื่นส่วนของคนนี้แค่ 500 บาท แต่ก็ยังไม่ได้ถามตอนนั้น

รายที่ 3 เป็นคุณยาย พาหลานสาวมากราบท่าน บอกว่าเป็นคนนี้ที่หนีออกจากบ้านแล้วให้ท่านตามมาให้

กลับมาแล้วตามที่ท่านบอก ท่านเรียกน้องผู้หญิง(อายุประมาณ 16-17 ปี)

เข้ามานั่งต่อหน้าท่านแล้วเริ่มสอน ซึ่งคำสอนของท่านฉันฟังแล้วน้ำตาแทบไหล…..

“เห็นหน้ายายมั๊ยแกเสียใจขนาดไหน เค้าเลี้ยงเรามากี่ปี แต่ผู้ชายอีกคนพึ่งเจอกันไม่เท่าไหร่

ทำไมถึงทุ่มเททุกอย่างให้เค้าได้ขนาดนั้น ยายเค้าเสียใจขนาดไหนเห็นมั๊ย? (คุณยายเริ่มเช็ดน้ำตา)

ที่ปู่ช่วยไม่ได้อยากช่วยเราน่ะ ปู่สงสารยายของเราถึงได้ช่วยเรียกกลับมา” ท่านสอนอยู่นานพอควร

เกือบบ่าย 2ถึงคิวฉันซะทีท่านหันมายิ้ม “เดี๋ยวจะทำน้ำมนต์ให้อาบ” …

ท่านให้ฉันอาบน้ำมนต์โดยท่านเป็นผู้ปลุกเสก จะมีผู้ชายอีกคนเป็นคนอาบให้

ในระหว่างที่อาบเค้าก็จะสวดคาถาไปด้วย …..หลังจากอาบน้ำมนต์เสร็จ

ท่านก็ให้นำของที่เตรียมมาให้ทำพิธีอยู่ประมาณ10 นาที

หลังเสร็จพิธีท่านผูกแขนให้ฉันแล้วสั่งให้ฉันปฏิบัติตามคำสั่ง

1. ทุกวันตอนเย็นให้ฉันเดิน 999 ก้าว โดยให้นับทีละก้าวห้ามนับผิด

หากนับผิดหรือไม่แน่ใจให้เริ่มนับใหม่

2. ก่อนนอนให้สวดมนต์ 99 จบ

3. ให้คุยกับ คุณพ่อหรือคุณแม่ทุกวันเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟังให้หมดห้ามปิดบังและโกหก

4. ไม่ให้รับรู้หรือพูดคุยกับแฟนโดยเด็จขาดภายใน 15 วัน หากผิด

คำสัญญาจะต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่จนกว่าจะครบ15 วัน

ท่านให้ฉันปฏิบัติอยู่15 วันแล้วให้กลับมาหาท่านใหม่ ซึ่งท่านสัญญาว่าภายใน15 วัน

หากฉันทำได้ตามคำสั่งแฟนของฉันจะกลับมาหาฉันแน่นอน ฉันรับปาก และเริ่มปฏิบัติตามที่ท่านสั่งไว้……

เวลาเริ่มผ่านไปจากวันที่หนึ่ง เป็นวันที่สองวันที่สาม วันที่สี่ วันที่ห้า…….วันที่สิบห้า ครบจำนวนวันที่ท่านสัญญาไว้

ฉันเดินทางไปหาท่านแต่เช้า……. “เป็นไง…..รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือเปล่า”ท่านถาม

“ค่ะ สบายใจขึ้นมากแล้วค่ะ”

“รักเค้ามากเลยหรือ”ท่านถาม

“ค่ะ”

“ได้โทรหาแม่ทุกวันหรือเปล่า”

“โทรค่ะ”

“แม่ว่าไงเค้าเสียใจมั๊ย”

“แม่ไม่ว่าอะไรค่ะท่านจะคอยปลอบใจ แล้วท่านก็เสียใจมากค่ะ”

“แม่เสียใจแล้วเราเสียใจมั๊ย” …..ฉันเงียบ เริ่มคิด”เสียใจค่ะ”

“ตอนเราร้องไห้แม่เค้าว่าไง”

“……แม่เค้าก็ร้องไห้ค่ะ….”

“รักแม่มั๊ย” “รักค่ะ”

“ใครทำให้เราเสียใจ?…ใครทำให้เราเป็นแบบนี้? ผู้ชายคนนั้นใช่มั๊ย”…….

ฉันนั่งนิ่งน้ำตาเริ่มไหล……. “ทำงานมาเคยให้เงินแม่บ้างมั๊ย….

เวลาไปตลาดเห็นกับข้าวเคยจำได้มั๊ยว่าแม่ชอบกินอะไร จำได้หรือเปล่าว่าตัวเราชอบกินอะไร……..

ทุกวันนี้กับข้าวที่ซื้อมากินเป็นที่เราชอบหรือเ ป็นที่ผู้ชายคนนั้นชอบ……..

ทำไมต้องให้เค้ามามีอิทธิพลอยู่เหนือตัวเองขนาดนั้น เค้าทิ้งเราไปเพราะอะไร…….

ตอบได้มั๊ย” “…….เค้าไปมีคนใหม่ค่ะ” “ทำไมเค้าไปมีคนใหม่”"……ไม่ทราบค่ะ”

ฉันตอบไปพลางเช็ดน้ำตา “เพราะสันดาน……

เข้าใจคำว่าสันดานมั๊ยคนดีจะคิดดี ทำดี พูดดีคนไม่ดี ความคิดมันก็เลวไปด้วย

อยากจะทุกข์ทรมานอยู่แบบนี้ไปตลอดชีวิตก็จะเอามันคืนให้ แต่ถ้าอยากจะมีความสุข

ไม่อยากให้แม่เสียใจมีชีวิตที่ดี เจอคนดีๆ ก็เลิกกับมันซะ”

ปู่ไม่เคยเห็นใครตายเพราะอกหัก แต่ที่คนมันตายก็เพราะมันสิ้นคิดเพราะแพ้ใจตัวเอง ใจอ่อนแอ

ถ้าไม่คิด ไม่นำจิตไปวางไว้กับมันมันก็จะค่อย ๆดีขึ้นเอง บังคับตัวบังคับกายมันทำได้

แต่การบังคับใจถ้าไม่แกร่งจริงมันก็ยาก แต่ใจมันเป็นของเราถ้าเรายอมแพ้มัน เราก็จะแพ้ไปตลอดชีวิต

ถ้าเราเคยเอาชนะมันได้บังคับมันได้เราก็จะไม่มีทุกข์ ไม่มีใครช่วยเราได้หรอก

หมอที่ไหนก็รักษาให้ไม่ได้ มีแต่ตัวเรากับเวลาเท่านั้นที่ช่วยตัวเราได้

……สิบห้าวันผ่านมาเป็นไงบ้าง” “ไม่ได้คิดอะไรก็รู้สึกดีค่ะ”

“ทำต่อไปน่ะ ตัดใจซะ มันทำไม่ได้ทันทีหรอกแต่มันจะค่อยๆ ดีขึ้นคิดถึงแม่ไว้ให้มาก ๆ

ไม่สบายใจอะไรก็เล่าให้เค้าฟังให้มีสติ อย่าไปจดจ่ออยู่กับมัน15 วันผ่านมาไม่มีเค้าเราก็อยู่ได้

ไม่เห็นจะตายไม่ใช่หรือตัดใจซะเอาสมาธิไปจดจ่ออยู่กับสิ่งอื่นอย่าไปใส่ใจกับม ัน

คนมันไม่ดีก็ปล่อยมันไปตามวิถีชีวิตของมัน……..”

ปู่ฤาษีหันไปหยิบของในย่ามเป็นเงิน 3 หมื่นบาทยื่นคืนให้ฉัน

“เงิน 3 หมื่นปู่ไม่เอาหรอกให้เอาไปเก็บไว้ 2หมื่น

เอาให้แม่ 5 พันอีก 5 พันไปซื้อเสื้อผ้าเครื่องสำอาง แต่งตัวใหม่ให้ดูดีกว่านี้”พูดจบแกก็หัวเราะ

“จำคำปู่ไว้อย่าเชื่อใจคน อย่ามองเพียงแค่ภายนอก แล้วอย่าไปทำเสน่ห์ที่ไหนอีก

ทุกคนมีเสน่ห์อยู่ในตัวเองอยู่แล้วเพียงแต่เสน่ห์ที่เรามีจะถูกใจใครเท่านั้น

พวกนุ่งผ้าเหลืองผ้าขาว บางคนสักแต่เอาผ้ามาห่มแต่ใจมันไม่ใช่คน

เราเป็นผู้หญิงต้องระวังตัวให้ดีถ้าเจอคนดีก็ดีไป ถ้าเจอพวกไม่ดีเราจะเสียทั้งตัวเสียทั้งเงินเสียทั้งใจ

จะไปโทษใครบอกใครก็ไม่ได้เราโง่เอง …หยุด…ห้ามไปทำเสน่ห์ที่ไหนอีก

จำคำปู่ไว้ให้ขึ้นใจวันนี้แฟนเราจะมาหา ก็ตัดสินใจเอาก็แล้วกัน”

ฉันกลับที่พักเริ่มนั่งคิดทบทวนเรื่องราวต่าง ๆที่ผ่านมา ความเจ็บปวดที่เคยมี

ทุกครั้งฉันแทบจะทนไม่ได้ถ้าคิดถึงเค้า แต่ตอนนี้ทำไมความเจ็บปวดมันลดลง

เริ่มมองเห็นสิ่งต่างๆที่ผ่านมาจิตใจที่เคยอ่อนแอ มันเริ่มแข็งแรงตั้งแต่เมื่อไหร่ฉันไม่รู้

น้ำตาที่เคยไหลไม่หยุดหากเมื่อไหร่ที่คิดถึงเค้าทำไมมันหายไปไหน

คำสอนของปู่ก้องอยู่ในสองหู ฉันตัดสินใจ…..จากนี้ต่อไปฉันต้องเข้มแข็ง ………..

เสียงเคาะประตูหน้าห้อง…..”ใครค่ะ?” ฉันถาม “เราเอง” เหมือนที่ปู่บอกไว้ไม่ผิดเค้ามาจริงๆ

ใจที่เคยเด็ดเดี่ยวเมื่อครู่หายไปไหนหมดหัวใจเต้นแรงใจเริ่มอ่อนเริ่มหวั่นไหว……..

“มีธุระอะไร?”ฉันไม่ยอมเปิดประตู

“…..เราคิดถึง…..เปิดประตูให้เราหน่อย”…….

ฉันเริ่มสับสนน้ำตาเริ่มไหล จะทำไงดี…คิดถึงคำพูดของปู่ฤาษีคิดถึงหน้าแม่…….

“กลับไปก่อนน่ะ วันนี้เรายังไม่อยากคุย ตอนนี้เราอยู่กับแม่กลับไปเถอะ”

นโกหกเพราะรู้ว่าตัวเองยังไม่เข้มแข็งพอ หากเจอเค้าวันนี้ฉันต้องใจอ่อนแน่นอน ……..

ทุกวันนี้ฉันฝากตัวเป็นศิษย์ของท่าน ผู้ให้ชีวิตใหม่แก่ฉัน

ถ้าไม่มีท่านฉันก็ไม่รู้ว่าชีวิตของฉันจะต้องพบเจออะไร อาจจะเจอสิ่งที่เลวร้าย

เจอพวกซาตานในคราบนักบุญต้องเสียทั้งตัวเสียทั้งใจ

จึงอยากจะขอเตือนเพื่อนๆ ที่คิดจะไปทำเสน่ห์ให้ไตร่ตรองให้ดี

ไม่ใช่ทุกคนจะโชคดีเหมือนฉันเสมอไปน่ะคะ

เสียดายเวลากันไหมที่อ่านมาถึงตรงนี้

:)

ขอบคุณ ฟอเวิร์ดเมล