Tips Decor 5 สิ่งในบ้านที่ควรมี

เพราะบ้านนั้นแสดงตัวตนของผู้อยู่อาศัย บ้านแต่ละหลังจึงมีบุคลิกที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นเรียบร้อยน่ารัก น่าอยู่ อบอุ่นใจดี หรือกิ๊บเก๋เท่เปรี้ยว ก็ตามแต่รูปแบบ บรรยากาศ เครื่องเรือน และของประดับตกแต่งที่มองเห็นได้จากภายนอก การเลือกบ้านก็เช่นเดียวกับยามที่ได้เจอสาวที่ถูกใจสักคน ความมากความน้อยของเสื้อผ้าหน้าผม วอลล์เปเปอร์ ม่าน โคมไฟระย้า เมื่อมาระกอบรวมๆ กันแล้วจะถูกใจเราหรือไม่ มีเกณฑ์ง่ายๆ สำหรับ 5 สิ่งในบ้านที่ยิ่งมีมากก็ยิ่งดี

 1. Space ที่รู้สึกดี

ความโปร่งโล่งมักเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นแต่รู้สึกได้หากแปลกันตรงๆ ตามตัวอักษร อย่างเช่นการที่ห้องมีผนังกว้าง ไม่มีกำแพงหรือซอกหลืบ แนวเสาเกะกะขวางหูขวางตาจะทำให้ห้องดูโล่ง ส่วนฝ้าเพดานสูงกว่าปกติที่คุ้นชินตาที่ความสูงมาตรฐาน 2.50 เมตรจะทำให้ดูโปร่ง ตามมาด้วยการวางตำแหน่งของช่องเปิดหน้าต่างให้ตรงกับมุมที่เห็นที่มองอยู่ นอกจากความโล่งแล้ว การที่ฝ้าเพดานของบ้านโปร่งนั้นยังสามารถสร้างความรู้สึกโอ่โถงให้กับบ้านได้ โดยเฉพาะห้องรับแขก

 2. Style ที่ถูกใจ

การแต่งบ้านก็เหมือนการแต่งตัวที่จะมีสไตล์ที่ใช่ที่ชอบเป็นพิเศษ Mix & Match เฟอร์นิเจอร์ องค์ประกอบต่างๆ เข้ากับของที่ระลึก ของฝาก ของโปรด ของสะสม ให้โดนใจยิ่งขึ้น ความมากน้อยของสไตล์อยู่ที่ความรู้จักหยุด รู้จักพอดี ไม่ใช่พอไม่ดี บางคนชอบที่จะอยู่บ้านที่เต็มไปด้วยของสะสมและข้าวของจากการเดินทาง ที่ล้วนแล้วแต่แสดงตัวตน จึงต้องควรเผื่อที่ไว้สำหรับจัดวางของเหล่านั้นให้เป็นเรื่องเป็นราว เป็นศิลปะแห่งการจัดแสดง (Art of Display) ที่ไม่ใช่แค่ตู้โชว์แบบ Floor Show

 3. Colour สีสันที่ชอบ

การใช้สีนั้นนับว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนที่สุด เมื่อแรกเห็นอาจจะทำให้เกิดความชอบและไม่ชอบได้ในทันใด ห้องแต่ละห้องจะมีการยอมรับในความจัดจ้านของเนื้อสีนั้นๆ ในดีกรีที่แตกต่างกันไป ก่อนทาเลือก Mix & Match หาว่าใช่ห้องที่คุณอยากได้ไหม หาสูตรในการปรุงห้องให้ได้รสชาติอย่างที่คุณอยากได้ จำไว้ว่าไม่มีห้องไหนไม่มีสีแม้แต่ห้องสีขาว เลือกสีที่แรงที่สุด เข้มที่สุดและไล่สีรองๆ กันลงมา ก่อนระบายลงในแต่ละองค์ประกอบน้อยใหญ่

 4. Pattern ถูกจริต

ลวดลายนั้นสามารถเติมเสน่ห์ให้ผนังเรียบผืนใหญ่ของห้องดูมีอะไรได้ ลวดลายเองนั้นมีทั้งขนาด สีสัน จังหวะความหนาแน่น รวมทั้งเรื่องราวให้เลือก ส่วนจะมากน้อยชัดเจนหรือรางเลือนแผ่วเบานั้นก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งในการติดตั้งจัดวาง ภาพรวม สไตล์ของห้องที่เลือกว่าไปกันได้ไหม

 5. Details ใส่ใจในรายละเอียด

ที่เหลือก็เป็นเรื่องของรายละเอียดเล็กๆ ที่สร้างความสะดุดตาสะดุดใจใหญ่ๆ เช่น การเติมของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ กระจก กรอบรูป โคมไฟ หมอนอิง ให้บ้านดูมีชีวิต

ผู้แพ้ : ผู้ชนะ

1.When a winner commits a mistake,he say I’m wrong.
ผู้ชนะ : เมื่อพบข้อผิดพลาดจะพูดว่า ฉันทำผิดเอง
2.When a loser commits a mistake,he says it’s not my fault.
ผู้แพ้ : เมื่อพบข้อผิดพลาด จะพูดว่า ไม่ใช่ความผิดของฉัน
3.A winner works harder and has more time than a loser.
ผู้ชนะ : จะทำงานหนักกว่าปกติ และมีเวลามากกว่าผู้แพ้
4.A loser always is too busy to do what is necessary.
ผู้แพ้ : จะทำงานแบบยุ่งทั้งวัน โดยที่ไม่คิดว่างานไหนควรทำก่อนทำหลัง
5.A winner faces and solves his/her problems.
ผู้ชนะ : จะเผชิญหน้ากับปัญหาและลงมือแก้ไขปัญหานั้น
6.A loser does otherwise.
ผู้แพ้ : จำทำงานในทางตรงข้าม หลีกเลี่ยงปัญหา
7.A winner makes thing happen.
ผู้ชนะ : จะลงมือทำงานให้ปรากฏผลงานขึ้น
8.A loser makes promise.
ผู้แพ้ : จะให้แต่คำสัญญาคือมีแค่ลมปากแต่มือไม่ทำ
9.A winner will say “I am good but not as good as I want to be”
ผู้ชนะ : จะพูดว่า “ฉันทำได้ดี แต่ยังไม่ดีเท่าที่ฉันต้องการ”
10.A loser will say “I am not as bad as others.
ผู้แพ้ : จะพูดว่า “ยังมีคนอื่นอีกหลายคนที่มีผลงานแย่กว่าตัวเขา” 
11.A winner listens,understand and responds.
ผู้ชนะ : จะตั้งใจฟัง แล้วทำความเข้าใจและสามารถตอบคำถามได้
12.A loser only waits until it’s his/her turn to speak.
ผู้แพ้ : จะรออย่างเดียวโดยไม่ฟัง ไม่ทำความเข้าใจในสิ่งที่คนอื่นพูด รอจนกว่าถึงคิวที่จะได้พูดเรื่องของตัวเอง
13.A winner reponsible not just for his/her just for his own work.
ผู้ชนะ : จะมีความรับผิดชอบ ไม่เพียงแต่งานที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น จะช่วยคิดให้องค์กรประสบความสำเร็จ(ไม่ก้าวก่ายงานคนอื่น)
14.A loser will not help others and will say I’m just doing my job.
ผู้แพ้ : จะไม่กล้าที่จะช่วยเหลือคนอื่นและมักจะพูดว่าฉันไม่ว่าง กำลังทำงานของฉันอยู่
15.A winner like you will share this with his/her friends.
ผู้ชนะ : จะแบ่งปันบทความนี้ไปยังเพื่อนๆของเขา
16.A loser will just keep this to himself because he doesn’t have time to share this with other.
ผู้แพ้ : จะเก็บบทความนี้เอาไว้ เพราะว่าเขาไม่มีเวลาที่จะแบ่งปันไปให้คนอื่น

“ถ้อเป็นเพียงถ่าน ถ้าผ่านจึงเป็นเพชร”

สูตรยาที่สามารถเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ

โสม

เพราะโสมมีฤทธิ์ร้อน เป็นตัวกระตุ้นให้เลือดในร่างกายไหลเวียน ไปเลี้ยงอวัยวะตามส่วนต่างๆ ของร่างกายรวมถึงอวัยวะเพศด้วย 

กล้วยหอม

เป็นผลไม้ที่มีธาตุโพแทสเซียมสูง และเพิ่มความสามารถในการมีเซ็กซ์ และยังมีวิตามิน บี 6 อีกด้วย

 ไข่

เป็นอาหารที่ให้โปรตีนสูงแก่ร่างกาย ในไข่มีกรดอะมิโน ที่จำเป็นต่อร่างกายถึง 9 ชนิด มีไขมัน รวมไปถึงธาตุเหล็ก แร่ธาตุ ไอโอดีน ฯลฯ ซึ่งนิยมนำมาทำ ไข่ลวก เป็นตัวเพิ่มพลังทางเพศ

มะเดื่อ

มะเดื่อมีวิตามินบีชนิดไนอะซินสูง เพื่อช่วยในการไหลเวียนของเลือดทุกส่วนในร่างกาย และมีแมกนีเซียมสูง เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นในการสร้างฮอร์โมน

กระเทียม

กระเทียมมีประโยชน์ในการลดโคเลสเตอรอลในเส้นเลือด แม้ไม่ใช่สารเพิ่มพลังทางเซ็กซ์ แต่มีประโยชน์มากกับชายหลงวัย 40 ปี เพราะจะทำให้เลือดไปเลี้ยงน้องชายได้ดีขึ้น ทำให้นกเขาไม่หลับ 

ไก่ดำ

เนื้อไก่ดำจะมีโปรตีนสูงกว่าเนื้อไก่ชนิดอื่น ทั้งเนื้อและกระดูกที่มีสีดำ ถือเป็นยาเพิ่มพลังทางเพศขนานหนึ่ง 

ช็อกโกแลต

สารเคมีเฟเนเลธิลลาลามิน ในช็อกโกแลต จะเกิดขึ้นเมื่อเวลาที่เรามีความรัก และเป็นสารกระตุ้นทางเพศด้วย

สะระแหน่

เป็นสารอาหารที่กระตุ้นอารมณ์รักใคร่ได้ดีที่สุด ยิ่งหากนำมาผสมรวมกับมะเขือเทศที่ย่างจนสุกแล้วจะได้ ผลดีขึ้น 

กระชายดำ

ขึ้นชื่อมากที่สุดเลยก็ว่าได้ สำหรับกระชายดำ เพราะคุณผู้ชายหลายคนเชื่อกันว่า หากนำกระชายดำมาสกัดและดื่มเพียงวันละจิบ เพียงแค่นี้ก็สามารถเพิ่มพลังทางเพศถึงขนาดเตะปี๊บปลิวเลยทีเดียว

เนื้อหมูบดสุก

เมื่อนำมาผสมกับกล้วยน้ำว้าแก่จัดและน้ำผึ้ง และปั้นเป็นยาลูกกลอน รับประทานวันละ 1 เม็ด พลังทางเพศจะเพิ่มขึ้น

หน่อไม้ฝรั่ง

การรับประทานหน่อไม้ฝรั่งต้มทุกเช้าเป็นเวลา 3 วัน ติดต่อกัน จะช่วยเพิ่มความรู้สึกทางเพศได้ดี

สมุนไพร

กระชาย ข่า ตะไคร้ กระเทียม ใบมะกรูด ขมิ้นชัน พริกไทย ดีปลี นำทุกส่วนมาอย่างละเท่าๆ กัน แล้วบดให้ละเอียดผสมกับน้ำผึ้ง ปั้นเป็นลูกกลอน รับประทานวันละ 1 เม็ด จะรู้สึกคึกคักเรื่องเพศมากขึ้น

แครอท

ในแครอทมีสารเบต้าแคโรทีมสูง ช่วยเพิ่มปริมาณสเปิร์มและระดับฮอร์โมนเพศโปรเจสเตอโรน

กุ้ง

ในตัวกุ้งมีสาร ฟีนิลอะลานีน เป็นกรดอะมิโนที่มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นอารมณ์รักใคร่ให้มากขึ้น

นิยามของสำโรง

  • เมืองหลวงของเด็กแวนซ์ในย้านนี้
  • ซอยนี้มีพี่ใหญ่คุมคือสองแถวครับ ขับรถยังกะนึกว่ารถตัวเองคันเล็กมาก กระเป๋านึกว่าเพิ่งพ้นคดีมา ไม่ก็เป็นแบบป้าวัยทองหน้าเป็นตูด วันดีคืนดี กระเป๋ารถมันพาเพื่อนขึ้นไปสังสรรค์กันด้วย 555 แต่ละคนพูดเพราะจนขนลุก
  • รถซูบารุก็ซิ่งพอๆกัน แถมยังมอเตอร์ไซค์ทั้งมอเตอร์ไซค์วิน ที่มีรู 5 เซน ตูก้อจะแซง แลัวนี่ยังไม่นับ มอเตอร์ไซค์แวนซ์อีกนะ อันนั้นไม่ต้องพุดถึง เหม็นเขียวครับ หึหึ
  • อิมสำโรง เป็นที่สุดแห่งความสุนทรีย์ืในการจับจ่าย การเดินในห้างนี้ (เอ่อ ไม่อยากเรียกว่าห้างเลยให้ตายสิ) คุณจะได้รับการฝึกครอสระวังภัย โดยไม่ต้องจ่ายแม้แต่บาทเดียว โจรเอย เด้กแวนซ์เอย แล้วไหนจะบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับตลาดสดที่อยู่ข้างๆกันนั่นแหล่ะ วันดีคืนดี แผ่นฝ้าตกลงมาไม่รู้ด้วยนะ หึหึ ยัง ยังไม่หมดแค่นั้น ในช่วงเวลานาทีทอง (มันก้อทองตลอดวัน) คุณจะพบเห็นฝูงชนมากมาย ไม่รู้มันอัดเข้าไปเดินกันในนั้นไง อ้อ บริเวณทางเข้าใหญ่หน้าห้าง จะมีบันไดยาวๆ เป็นที่นัดพบของบรรดาเด็กแวนซ์สกอยซ์ ไม่ก็หนุ่มสาวโรงงาน ขอบอกว่า ผมเคยเห็นกับตาว่ามีการส่งยา ต่อราคาขายตัว ทั้งหญิงทั้งชายเลยครับ หน้าห้างมันนี่แหล่ะ
  • สะพานลอย 3 พี่น้อง พี่ใหญ่ ตอนนี้กลายเป็นสะพานที่หลอนที่สุดไปแล้ว เคยติดป้ายไว้ว่าสะพานชำรุดห้ามใช้ แต่สุดท้าย ก็ต้องยอมแพ้ เอาป้ายออกไป แจ็คพอต ตกไปตายไม่รู้ตัว สะพานอิมเก่า ก็เน่าสุดๆ ดึกๆลองไปเดินสงบจิตสงบใจดูนะครับ สะพานอิมใหม่ก็นะ ขายของกันทุกตารางนิ้วจริงๆ
  • มาจากบางนา จะไปอิมสำโรง ทางลอดผ่านใต้สะพาน ก็แฉะตลอดปี ไม่ว่าฤดูอะไรครับ อุดมสมบูรณ์มากๆ
  • หน้าปากซอยวัดด่าน ทั้งคน สองแถว ตุ๊กๆ สามล้อถีบ มอไซค์ จะขวักไขว่ ตลอด 24 ชม. จริงๆ ไม่รู้จะไปไหนกัน
  • ผมนั่งรถกลับจากมหาวิทยาลัย (แถวรังสิต) ถึงบางนาราวๆ 50 กม.ใช้้เวลา 40 นาที แต่จากลงทางด่วนบางนา ไปสำโรงราวๆ 2-3 กม. ใช้เวลาร่วมมากกว่า 30 นาทีตลอดครับ นี่รถโดยสารนะครับ คาดว่าเพราะว่าลงทางด่วนมา ถนนจะถูกลดเลนลงไปอีก 1 เลน เจอไฟแดงและแยกที่ห่างกันไม่ถึง 500 เมตรมากมาย กรมอุตุ ลาซาล แบริ่ง สันติคาม ซอยข้างซุปเปอร์เซฟ วัดด่าน กว่าจะไปถึงได้ นั่งกันหน้าดำคร่ำเครียด
  • หากท่านที่เคยใช้บริการรถตู้จากสำโรง-ฟิวเจอรรังสิต-สำโรง ท่านจะได้พบกันสุดยอดการบริการเหนือระดับประทับใจ ไม่มีวันลืม สภาพรถที่แสนจะคลาสสิค นั่งริมห้ามพิงเพราะฝาอาจจะหลุด ม่านทีี่บังแสงดำชนิดผ้าเช้ดเท้าเรียกพี่ เบาะแคบจนจะได้เสียกัน ยัดมันเข้าไป 3-4 คนต่อเบาะ คนขับเหมือนหลุดคดีมา แถมที่สำคัญ ถ้าท่านไปยืนรอที่วินรถตู้ข้างหน้าอิม ท่าจะไ้ด้พบกับบรรดาผู้โดยสารที่อบรมมารยาทมาอย่างดี ไม่มีการต่อแถว กระเสือกกะสนเอาเอง รถยังจอดไม่สนิทแม่งก็ขึ้นไปกันหมดแล้ว แถมยังแบกข้าวของยังกะจะย้ายบ้าน เอือมมากๆ หลังๆผมยอมนั่งรถเมลล์ไปนั่งบีทีเอส สบายใจกว่า
  • ป้ายรถเมล์ที่ยาวที่สุด หลังๆมานี่มีการจัดระเบียบใหม่ แตกออกเป็นสองป้าย ผู้โดยสารส่วนใหญ่จะไม่สามารถรู้ได้ว่าสายไหน มันจะจอดที่ป้ายไหน ป้าย 1 หรือ 2 เพราะทางการได้ปิดประกาศไว้ใหญ่มาก ขนาดราวๆกระดาษเอ 3 เป็นป้ายรถเมล์ที่เหมาะกับนักกีฬาวิ่งแข่ง มาเก็บตัวฝึกซ้อมยิ่งนัก
  • ไม่มีที่ว่างให้คุณยืนเล่น จะเดินก็เดิน จะหยุดซื้อของก็รีบๆหน่อย ที่ว่างๆทั้งหลายจะกลายเป็นที่ขายของทุกตารางนิ้ว ขายอะไรกันมากมายฟะ นอกจากนั้น แม้ที่ว่างเพียงกระดาษเอ 4 ขอทานก็จะมาจับจองราวกับบ้านเอื้ออาทร นั่งกันสลอน มีทุกเสาไฟ ใครใจบุญก็ควรแลกเหรียญมาเยอะๆหน่อยละกัน
  • พื้นถนน ที่เรียบราวกับโลกดาวอังคาร ทางเท้าที่อาจจะเดินสะดุดแผ่นหินตายได้ ไม่มีช่วงใหนเลย ที่คุณจะได้สัมผัสกับความเรียบเวลาเดิน
  • หากคุณจะเลี่ยงด้วยการใช้เส้นทางอื่น เราขอแนะนำดังนี้ มาจากบางนาเลี้ยวขวาไปบางนาตราด เข้าศรีนครินทร์ คุณเห็นถนนกว้างใหญ่ อย่าเพิ่งดีใจไป ติดบรรลัยพอๆกัน นอกจากนี้หากคิดจะใช้ทางลัดตามซอยเล็กๆเพื่อที่จะทะลุมาสำโรง เราขอเตือน เพราะก็ติดบรรลัยพอๆกัน
  • ถนนทางรถไฟสายเก่าที่มาจากสรรพาวุธบางนา ผ่านหลังห้างอิมไปโผล่ปู่เจ้า ผมไม่รู้จะบรรยายสรรพคุณได้อย่างไร เพราะทุกตารางเซน มีเรื่องราวครับ 555
  • ไม่จำเป็นจริงๆ ผมขอเตือนว่าอย่าผ่านไปเด็ดขาด หากภูมิคุ้มกันทางสังคมคุณไม่แข็งแรงพอ
  •  เรียนจบแล้วทำงานแล้ว เดี๋ยวเก็บเงินได้ ผมจะขอร้องแกมบังคับให้พ่อแม่ น้องๆ ออกไปอยู่ที่อื่นกันดีกว่าครับ เพราะที่นี่ เมืองมันตายแล้วยังไม่พอ เน่าอืดอีกตะหาก
  •  ปล.นายกเทศมนตรีและพวกกรรมการอะไรทั้งหลายนั่น สิบปีมาแล้ว ผมก็เห็นหน้าเดิมๆมันตลอด หึหึ อย่าให้พูด ไปดูบ้านมันแต่ละคนสิครับ 
  • เมื่อก่อนกลับบ้านทุก 2-3 วัน เดี๋ยวนี้เดือนละครั้งก็สุดทนละครับ