…วิมาน สายรุ้ง”….

..วิมาน สายรุ้ง” “….

…เรื่องราวของ “หนุ่มสาว คู่หนึง ที่วงจรชีวิต พาเขาและเธอ มาพบกัน โดยไม่ได้นัดหมาย..

” ธารนริน และ ริลลดา” ….

..ธารนริน” หรือ ธาร” “พ่อภูเขาน้ำแข็ง ซุปตาร์เบอร์หนึ่ง ของวงการบันเทิง” ที่มากไปด้วยฝีไม้ลายมือ ที่ใครๆก็อยากได้เขา มาร่วมงานด้วย แต่มันไม่ง่ายขนาดนั้น
..ชายหนุ่ม ผู้เงียบขรึม รักสันโดน โลกส่วนตัวสูงปี๊ด ถึงขั้นตี๊สส” นานๆเราจึงจะเห็นผลงานเขาสักที “แต่ทุกครั้งที่ผลงานเขาออกมา เขาตั้งใจและเต็มที่กับงานนั้นๆเสมอ เขาไม่เคยทำให้ แฟนๆผิดหวังเลย สักครั้ง….ลฯ

” ริลลดา.. หรือ “เจ๊ท” ลูกสาวคนเดียว ของนักธุรกิจส่งออกผ้าไทย ที่ไปประสบความสำเร็จที่ สหรัฐอเมริกา” หญิงสาว ผู้มีความมั่นใจ และโลกส่วนตัวเองสูง”… “ริลลดา” เกิดและโตที่เมกาฯ.. ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่โน่น เธอและครอบครัวจะเดินทางกลับ มาเยี่ยมครอบครัวที่เมืองไทย ในระยะเวลาสั้นๆ ปีละหนึ่งครั้งเท่านนั้น…

“ริลลดา.. เรียนจบปริญญา ด้านบริหารการจัดการ และ จบโททางด้านศิลปะอีกแขนงหนึ่ง และมีความตั้งใจจะต่อ ป.เอก แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจ ว่าจะลงวิชาไหนฯ
โดยส่วนตัวแล้ว เธอชอบร้องเพลง และเล่นดนตรี ได้หลายชนิด เช่นกีต้าร์ เปียโน ลฯ..

**แต่ทั้งสองคน มีอะไรที่เหมือนกันอยู่สิ่งหนึ่ง นั่นคือ มีโลกส่วนตัวที่สูงปี๊ด ยากต่อการเข้าถึงของคนทั่วไป แต่หากว่าใครได้เข้าถึง นั่นหมายความว่า เขาและเธอ จะดูแล และรัก คนคนนั้นไว้ชั่วชีวิต**

*********************
๑.

..ณ โรงแรมหรู ใจกลางกรุง แห่งหนึ่ง… ที่คราคร่ำไปด้วย เหล่าศิลปิน นักแสดง รุ่นใหญ่ รุ่นเล็ก รุ่นเยาว์ รวมทั้งสื่อต่างๆ ได้มารวมตัวกันมากมาย ในงานวันประกาศผล คนวงการบันเทิงงานหนึ่ง บ้างก็เริ่มทยอยเดินเข้างาน บ้างก็เม้าส์มอย บราบราลฯ…

“ณ ลานจอดรถ ทันใดนั้นก็มี รถสปอร์ตหรู เปิดประทุนสีดำเงาวาบคันหนึ่ง ก็วิ่งป้าดดด เข้ามาจอดในที่จอด เสียงเบรคดังเอี๊ยดดดด….. และในขนะเดียวกันกับ “ที่ชายหนุ่ม หน้าลูกครึ่ง มากับชุดสูทสีน้ำเงิน หล่อโฮก… กำลังเปิดประตู ก้าวลงจากรถตัวเอง ก็ถึงกับสดุ้งเล็กๆ และเขาก็ทำหน้านิ่ง คิ้วขมวดเล็กน้อย หันกลับไปมอง ด้านคนขับว่าเป็นใครกัน แล้วเขาก็ได้สบตา กับเจ้าของแววตา สวยคมกริบขี้เล่นเล็กๆ เข้าอย่างจัง “จนเขาตกอยู่ในผวัง ไปชั่วขนะ” พร้อมรอยยิ้มเหมือนจะขอโทษ จนเขาต้องเมินสายตากลับ พร้อมก็ถอนหายใจ พูดเบาๆกับตัวเอง “ผู้หญิง..? แล้วก็ก้าวเดินไปเรื่อยๆ ขนะนั้นคนเริ่มบางตาลงแล้ว…

..ทางด้าน หญิงสาว เจ้าของรถหรู มากับชุดราตรียาวสีดำเปรี้ยวจี๊ด ผ่าหลังจนถึงบั้นเอว” ทันที่ที่จอดรถได้ ก็จัดระเบียบเสื้อผ้าหน้าผม ไม่ถึงห้านาที ก็รีบหยิบกระเป๋าใบจิ๋ว พร้อมด้วยกุญแกรถ ใช้มือสองข้างยกชายกระโปรงให้สูงเพื่อจะได้เดินสดวก และก็พร้อมกับออกวิ่ง จนเสียงรองเท้าดัง ก๊อก ก๊อก ก๊อก… จนมาทันกับชายหนุ่ม ที่กำลังจะก้าวขาเข้างานพอดี พร้อมกับส่งเสียงเรียก ด้วยอาการ ฮอบแฮกๆ..

…”ริลลดา” คุณ คุณ คุณ คะ..

“ธารนริน” หันกลับไปมอง ก็ไม่เห็นมีใครอยู่ตรงนั้น ทำหน้างเล็กน้อย เลยถามกลับไปว่า เรียกผมหรือเปล่าครับ..?

…”ริลลดา” ค่ะ แฮก” แฮก” แฮก” คุณกำลังจะเข้า ไปในงานใช่ไหมคะ..?

“ธารนริน” เอ่อ” เรารู้จักกันหรือเปล่าครับ ขอโทษที ผมจำไม่ได้น่ะครับ”

…”ริลลดา” เอ่อ ก่อนหน้านี้ยังค่ะ แต่กำลังจะได้รู้จัก ตอนนี้ล่ะค่ะ “ริลลดา” ค่ะ เธอแนะนำตัวเอง พร้อมกับยื่นมือทักทาย ตามสไตล์สากล”

“ธารนริน” “ธารนริน ครับ ยินดีครับ” …..

…”ริลลดา” คุณกำลังจะเข้า ไปในงานใช่ไหมคะ เธอถามย้ำอีกครั้ง…

“ธารนริน” อ่อ ครับ..

…”ริลลดา” คือ.. เอ่อ.. จะรังเกียจไหมถ้า “ลดา” เอ้ย.. ฉัน” จะขอเข้าไปในงานพร้อมกับคุณน่ะคะ พอดีว่าฉันเพิ่งมาถึงเมืองไทย ไม่ค่อยรู้ว่ามางานแบบนี้ ต้องทำอะไรบ้าง แล้วอีกอย่างคือ คนที่เชิญฉันมา เขาก็อยู่ข้างในแล้ว ฉันติดต่อเขาไม่ได้เนื่องจากว่า ฉันยังไม่มีเบอร์โทรที่เมืองไทย แล้วก็เบอร์ต่างประเทศ ก็โทรไม่ได้เนื่องจากแบตหมด ยังไม่ได้ชารตเลยน่ะค่ะ จะขอยืมมือถือคุณก็เกรงจะไม่ได้ เพราะว่าเบอร์เค้าก็จำไม่ได้ด้วยยอ่ะค่ะ พูดเบาๆ… แล้วก็ทำท่าเขิล นิดๆ พร้อมกับบอกเบาๆว่า “หมดแล้วค่ะ สิ่งที่จะพูด…มีแค่นี้ค่ะ”

“ธารนริน” ถึงกับอมยิ้ม ในความช่างเจรจา ของสาวเจ้าพร้อมกับถามว่า แล้วถ้าเข้าไปแล้วหาเขาไม่เจอละ จะทำยังไง ครับ..?

…”ริลลดา” ยิ้มเขิลๆ ..ตอนนี้ยังไม่ทราบ ค่ะ แต่..เดี๋ยวคงคิดออก ว่าจะทำยังไง ค่ะ…

“ธารนริน” ก้มมองหน้า หญิงสาวพร้อมกับหรี่ตา และก็อดสงสัยไม่ได้ว่า เธอบอกว่าเพิ่งมาถึงเมืองไทย และใครเชิญเธอมา และเชิญในถานะอะไร เพราะว่างานนี้เป็นงานจัดขึ้นเฉพาะคนบันเทิงเท่านั้น…แต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป นอกจากบอกว่า งั้นก็เข้าไปก่อน อย่างอื่นเดี๋ยวค่อยว่ากัน พร้อมกับยกแขนเพื่อให้เธอ เกาะแขนเข้างาน….

……ทันที่ ที่เหยียบพรหมแดงเข้างาน ก็มีทั้งแสงแฟรช วิบวับ วิบวับ มากมาย จนทำเอาเธอและเขา เบลอกันไปเลยทีเดียว ..และแล้วก็มีเหตุกาล เมื่อมีคนเดินมาเหยียบชายกระโปรงของหญิงสาว จังหวะเดียวกับที่ “ริลลดา” ก้าวเดินพอดี มันทำให้เธอเสียการทรงตัว “ธารนริน” จึงขว้าตัวเธอไว้ไม่ให้ล้ม ช่างภาพตาไวจับภาพ ได้ภาพมุมกล้อง แบบแนบชิด ผู้คนฮือฮา เรียกว่าหันมามอง กันเป็นตาเดียว….

“ธารนริน” ถึงกับ “ถอนหายใจเฮื้อกใหญ่” แล้วก็บ่นกับตัวเองเบาๆ ชีวิตไม่สงบแน่งานนนี้…

…..และแล้ว ก็มีเสียงแหลมปี๊ด เสียงหนึ่งแทรกเข้ามา ต้าย ตาย ตาย ตายแล้วววว…..

…”ริลลดา” พี่ตี๊….!!!

พี่ตี๊” สาวในร่างชาย “คือผู้ดูแล ศิลปิล นักร้อง ค่ายยักใหญ่ค่ายหนึ่ง” “ยางไง ยางไง ยางไงเนี๊ย..น้องเจ๊ท นี่มันหมายความว่ายังไง..ค้าา ?

…”ริลลดา” หมายความอะไรคะ ไม่มีอะไรสักอย่าง ค่ะ

พี่ตี๊” เล่ามาซะดีๆ เล่ามาเล่ามา น้องเจ๊ท เล่ามาเดี๋ยวนี๊ เสียงสูงปี๊สส…

“ธารนริน” แอบปลีกตัวออกไป เงียบๆ โดยไม่ได้รอฟัง ว่าสองคนคุยอะไรกัน และพร้อมกับถึงบางอ้อ ในใจว่าว่า หญิงสาวคงถูกเชิญมาในถานะ “ศิลปิน” มือใหม่ของค่าย ยักใหญ่นั่นเอง…

…”ริลลดา” ไม่มีออะไรค่ะ พี่ตี๊ เจ๊ท เจอพี่เค้าหน้างาน แล้วก็เลยขอเค้าเข้ามาพร้อมกัน แล้วเหตุกานเมื่อตะกี้นี้ มันก็เป็นอุบัติเหตุ ค่ะ

พี่ตี๊” จริงดิ ว๊า เสียดายยย

…”ริลลดา” จริงค่ะ

พี่ตี๊” อ่ะเคร เครเคร งั้นเราไปนั่งกันเถอะ งานจะเริ่มแล้ว…

…”ริลลดา” ค่ะ

ความบังเอิญ ยังไม่หมดแค่นั้น ระหว่างเดินไปยังที่นั่ง ที่ทีมงานได้จัดไว้ให้นั้น ทำไมที่นั่งของ “ธารนริน” และ “ริลลดา” มันตรงกันอย่างไม่น่าเชื่อ เหมือนการชัดฉากยังไงยังงั้น…

…”ริลลดา” ทันทีที่ได้ที่นั่ง ก็มีสายตามากมาย มองมาที่เธอ….

พี่ตี๊” กระซิบ เบาๆ อ่ะงานเข้า….

…”ริลลดา” งานไรคะ งง”

พี่ตี๊” ไว้จะเล่าให้ฟัง ไม่รู้จะทันมั้ย…

…”ริลลดา” อ่อค่ะ

“ธารนริน” นั่งในกลุ่มทีม นักแสดง ที่ทีมงานจัดไว้ให้ คนอื่นก็คุยกันไป ส่วนตัวเขานั้น คิดแค่สิ่งเดียว เขาจะกลับทางไหน เพื่อเลี่ยงการตอบคำถามสื่อ ของเรื่องเมื่อตอนหัวค่ำ คิดแล้วก็อดชำเรืองมองหญิงสาว ตัวต้นเรื่องที่ทำให้ สื่อฮือฮาไปทั้งงานไม่ได้” มองแล้วก็พาให้หงุดหงิดใจ แล้วก็นั่งคิดทบทวน ว่าถ้าเขาถามว่าเธอมางานกับใคร ป่านนี้ต่างคน ก็คงไม่ต้องมาเจอเหตุกาลแบบนี้ และดูท่าเจ้าตัว จะไม่เดือดเนื้อร้อนใจ อะไรเลย….

งานยังคงดำเนินต่อไป “ธารนริน” แอบหลบนักข่าว หลบสื่อ หายออกไปตอนไหนไม่มีใครรู้ มารู้อีกทีตอนงานเลิก “ริลลดา” เดินออกจากงานมาพร้อม พี่ตี๊ ทันทีที่ ริลลดา ออกมาถึงทางออกเหยี่ยวข่าวทั้งหลาย ก็วิ่งกรูกันมาที่เธอ พร้อมคำถามมากมาย จนไม่รู้ว่าจะตอบคำถามไหนก่อน กว่าเธอจะหลุดมาจากสื่อได้ ก็เล่นเอาเหนื่อยหอบ เลยทีเดียว”

…สื่อๆๆ” น้องคะ น้องคบกับ “ธารนริน” มานานหรือยังคะ น้องคบกันถานะอะไร ระดับไหนแล้ว น้องคงเป็นตัวจริงแน่ๆ ไม่งั้นเขาคงไม่พาออกงาน เพราะว่า “ธารนริน” เป็นคนเก็บตัวไม่ออกสื่อง่ายๆ แล้วตอนนี้เขาไปไหนแล้วคะ น้องถึงออกมาคนเดียว หรือว่าเขาไปเอารถ น้องคะ ยังไงคะ น้อง น้อง น้องคะ..บลา บลาฯฯ

…”ริลลดา” เอ่อ พี่สื่อคะ พี่คะ พี่ พี่ คะ เอาทีละคำถามได้ไหมคะ ไม่รู้จะตอบข้อไหน ก่อนเลยค่ะ…

…สื่อ ๆๆ” น้องคบกับ “ธารนริน” มานานหรือยังครับ..คะ บลา บลา?

…”ริลลดา” เจ๊ท” ขอตอบ ตรงๆนะคะ เจ๊ทยังไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าพี่เขาเป็นใคร แล้ว “เจ๊ท” จะตอบพี่ๆสือว่าคบมานาน หรือยังได้ไงคะ เอาเป็นว่า “เจ๊ท” เพิ่งเจอพี่เค้า ที่หน้างาน ก็เลยเข้างานมาพร้อมกัน ก็แค่นั้นค่ะ…

…สื่อ” แต่เท่าที่เห็น และภาพที่ออกมาดูเขาเทคแคร์ น้องตอนที่เดินเข้างานมา มันฟ้องว่า น้องสองคน น่าจะสนิทสนมกันมาก ซึ่งมันขัดกับคำตอบของน้อง มากๆนะคะ ช่วยตอบหน่อยนะคะ….

…”ริลลดา” เอ่อ..พี่สื่อคะ มันเป็นอุบัติเหตุ และพี่เค้าก็เป็นสุภาพบุรุษ” “เจ๊ท” ตอบความจริงที่สุดแล้วค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่ให้คำตอบพี่ๆสื่อ ได้เพียงเท่านี้ มันมีแค่นี้จริงๆค่ะ….

พี่ตี๊” อร้ายยยยย คุณสื่อขา ดึกแล้วนะคะ รบกวนขอตัวน้อง กลับไปพักผ่อนก่อน นะคะ เช้าน้องมีงานต่อ น่ะค่ะ ขอตัวนะคะ ขอตัวค่ะ บลาบลาฯ….

…”ริลลดา” ….เฮ้อ..กว่าจะมาได้นะพี่ตี๊” บลา บลา บลา ลฯ

พี่ตี๊” ไงล่ะ ทีนี้รู้ยัง ว่างานอะไรเข้า”

…”ริลลดา” ค่ะ ..ว่าแต่ว่า ตอนนี้เจ้าตัวเค้า หายไปไหนคะ….

พี่ตี๊” คงแอบหนีกลับ ไปตั้งแต่งานยังไม่เลิก แล้ววววม้างงงง…พ่อคนนี้ละ” ตล๊อด ตล๊อด ตล๊อด…จริงๆ”

…”ริลลดา” ยังไงคะ..พี่ตี๊? เล่าให้ฟังหน่อยซิ นี่แค่ออกงานแรก ก็สร้างวีระกำซะแล้ว “ริลลดา เอ๋ย” ถ้าแม่รู้มีหวัง โดนเรียกตัวกลับแน่เลย เผลอๆ สิ่งที่กำลังจะทำถูกเบรคแน่ คุณยายอีกคน เฮ้ย พี่ตี๊ ตายละถ้ายายรู้ ทำไงดี “เจ๊ท” ไม่อยากให้ยายรู้ โอ้ยยยย ไม่อยากจะคิดเลย….

พี่ตี๊” คงไม่ทันแล้วละ” ม่ะพี่จะเล่าอะไรให้ฟัง เรื่องของเรื่องก็คือ “ธารนริน” (สุดหล่อ ของพี่ อุ๊ป..)” เค้าน่ะเป็นคนเก็บตัว ไม่ชอบออกสื่อใดๆ นอกจากเรื่องงานเท่านั้น ถึงจะยอมออกสื่อ” เพราะฉะนั้นเด็กนอก อย่างเราน่ะ คงไม่ได้เห็นข่าว เขาบ่อยนักหรอก อย่าว่าเด็กนอกเลย แม้แต่แฟนๆเขา ทั่วประเทศก็ยังไม่ค่อยจะได้รู้ ข่าวคราวของเขานัก แต่นี่เจอเราวันเดียว แถมยังเกิดเรื่องราวขนาดนี้ ป่านนี้พ่อหนีเข้าป่าไปแล้วมั้ง อุ๊ป ขอโทษทีนะคะ น้องธารนริน พี่พูดไปตามความเคยชินนะค้า และก็ บลา บลา บลาฯ …….

…”ริลลดา” ตายจริง งั้น “เจ๊ท” ต้องขอโทษพี่เค้าแล้วล่ะคะ ทำไงดี พี่ตี๊ หาทางให้ “เจ๊ท” ด้วยนะคะ ทางไหนก็ได้ค่ะ ยังไงก็ต้องขอโทษพี่เค้าให้ได้ค่ะ

พี่ตี๊” ย๊ะ…คุณผู้หญิง ออกงานแรกก็หางานให้เลย นะยะ ชริ หมั่นไส้… เดินสปัดก้นปัดปัด ไปเลย… แล้วจะติดต่อกลับมานะ กลับบ้านดีๆ บาย บาย บาย…

…”ริลลดา” บายค่ะ พี่ตี๊ คนสวย” หญิงสาวเดินมาขึ้นรถ ทันทีที่ขึ้นรถ ก็นึกขึ้นได้ว่า ลืมขอซิมมือถือที่ พี่ตี๊เลย…ทำท่าจะลงไปเรียก ก็ทันเห็นรถตู้ท้ายไหวๆไกลๆ อ้าวกรำ จะติดต่อกันไงนี่ แล้วจะไปซื้อที่ไหนล่ะ ดึกป่านนี้ เอาละซิ “ริลลดา” แบตก็หมด เบอร์ใครก้ไม่มีสักคน แล้วทางกลับคอนโดฯ มันเส้นไหนหว่า คิดซิ คิด คิด “ริลลดา”…เธอจะตะเวนกรุง กลางดึกรึไง”
“แล้วก็นั่งคิดอะไร ไปเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งคิดได้ว่า จะหาทางขอโทษ “พ่อสุภาพบุรุษ สูทน้ำเงิน สุดหล่อ” นั้นได้ยังไงนะ และก็มาหยุดตรงที่.. แต่เขาก็เท่ห์ ระเบิดไปเลยเนอะ เสียงก็เพราะ แถมยังเป็นสุภาพบุรุษสุดๆ แต่หล่อบาดใจสาวๆขนาดเน้ แฟนคงเพียบ ละม้าง อืมมม” พรุ้งนี้มีหวังออกมาแก้ข่าว พัลวัลแน่เลย ขอโทษทีนะคะ “เจ๊ท” ไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษจากใจจริงค่ะ….

********************

๒.

……เช้าวันรุ่งขึ้น หญิงสาวตื่นมาพร้อมอาการ สลึมสลือ เหมือนคนนอนไม่เต็มที่ ทั้งยังปรับตัวเรื่องเวลายังไม่ได้ แถมเมื่อคืนกว่าจะหาทาง กลับคอนโดได้ เกือบตีสาม…
มาถึงอาบน้ำเสร็จ ชัตดาวน์ ไปเลย…. ตื่นเช้ามาก้ยัง งงๆ แต่ก้อดไม่ได้ที่จะตื่นมาชด กาแฟสักถ้วย.. เอื้อมมือเปิดไอแพด ที่ชารตไว้หัวเตียง แล้วก้นั่งเช็คนี่โน่นนั่นไปเรื่อยเปื่อย พร้อมกับเปิดทีวีทิ้งไว้ แล้วก้เดินไปที่มุมกาแฟ กำลังจะทำกาแฟ”

…หูพลันได้ยินเสียง ผู้ประกาศเกริ่นหัวข่าวว่า เรามาดูข่าวบันเทิงกันบ้างว่า วันนี้มีอะไรมาอับเดทกันบ้าง มาเริ่มกันที่ข่าวนี้ โอ้วว แม่เจ้า” ทั้งสื่อ ทั้งแฟนคลับลฯ ถึงกับตลึงกันเลยทีเดียว “เมื่อซุปตาร์เบอร์หนึ่ง “ธารนริน” ของพวกเค้ายอมออกสื่อ” โดยมาเปิดตัวในงาน ประกาศรางวัลฯ แถมไม่ได้มาคนเดียว อย่างที่พวกเราเคยเห็นกันซะด้วย เขามาพร้อมกับ สาวเซ็กซี่ชุดดำเปรี้ยวจี๊ด เดินบนพรหมแดงด้วยกัน ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม แถมมี โมเม้นต์หวานเล็กๆ ให้พวกเหยี่ยวข่าวอิจฉาตาร้อนผ่าว กันไปตามๆกัน แต่เป็นที่น่าเสียดาย ที่เจ้าตัวไม่ยอม ออกมาให้สัมพาท ถึงข่าวดีนี้ โดยแอบหลบออกไปก่อนงานเลิก”

และปล่อยให้เป็นหน้าที่ ฝ่ายหญิงที่ต้องออกมาตอบสื่อ แบบมือไม่โปร” ว่าแค่เจอกันหน้างาน และเดินเข้างานมาพร้อมกัน แค่นั้น ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว โถ โถ โถ คุณน้องขาาาา ภาพมันชัดซะขนาดนั้น แก้ตัวไม่ขึ้นแล้วละค้๊าา คุณน้องขา าาาา”….แต่ก้นั่นละค่ะ วงการมายา ในเมื่อเจ้าตัวไม่ยอมรับ บอกว่าไม่มีอะไร เราก็ต้องว่าไม่มีอะไร ไปตามนั้นนะคะ….. ว่าแต่ว่า น้องเค้าเป้นใครกัน…? ใครทราบ โทรบอกด้วยนะคะ…

…”ริลลดา” อ๊ะ งานเข้าของแท้ งานนี้จะออกจากบ้านได้ไหมเนี่ย.. พี่ตี๊ก็ไม่ติดต่อมาสักที ตกลงว่าหาทางที่จะขอโทษ พี่เค้าให้ได้หรือเปล่า” พี่ตี๊นะพี่ตี๊ ไม่น่าชวนไปงานนี้เลย.. อ่ะโทษใส่คนอื่นละเรา” ไม่นะ “คนอย่าง ริลลดา” ไม่มีทางโยนให้คนอื่นรับผิดชอบ แน่นอน ใครก่อคนนั้นต้องรับผิดชอบ” ..รอก่อนนะ พ่อเทพบุตร” “เจ๊ท” กำลังหาทางติดต่อไปอยู่ อย่าเพิ่งเคียดไปนะ เรื่องมันไม่มีอะไรน่าเคียด” ถ้าจะมีก็แค่เรื่องเดียว คือเรื่องที่จะต้องแก้ตัว กับคนใกล้ตัวยังไง แค่นั้นเอง…

“แต่ถ้าเราเป็นคนคนนั้นล่ะ เราก็คงจิตตกเช่นกัน ใครบ้างจะอยากให้คนของตัวเอง ไปเดินให้คนอื่นเกาะแขน เป็นเราเราคงทนไม่ได้ “เธอคนนั้น” ก็คงทนไม่ได้เช่นกัน ต้องขอโทษจริงๆค่ะ ขอฝากคำขอโทษ ไปกับสายลม” เพื่อไปบอกเขาแหละเธอว่า “ริลลดา” คนนี้มิได้มีเจตนา ไปในทางไม่ดีเลย ขอโทษนะ ขอโทษจากหัวของ “ริลลดา”…

…”ริลลดา” จิบกาแฟ เช็คเมล ท่องโซเชียลไปเรื่อยเปื่อย จนเห็นข้อความเด้งมาทางไลน มือถือ จึงเอื้อมมือไปหยิบมาดู ปรากฎว่าเป็นพี่ตี๊

พี่ตี๊” อยู่ไหน พี่จะไปหา มะคืนลืมเอาซิมให้ นายบ่นไปหลายกระบุงโกยเลย จะเอาเข้าไปให้ และจะเอางานที่นายฝากไว้ไปให้ด้วย จะไดศึกษาไปพลางๆก่อน…แล้วคอนโดอยู่ไหน บอกทางมาเดี๋ยวพี่จะเข้าไปเลย…บาลบลาฯ

…”ริลลดา” คอนโดค่ะ พี่รีบมาเลยนะคะ “เจ๊ท” ใจร้อนค่ะ คอนโดอยู่ที่ลฯ …พี่มาถึงแล้วให้เจ้าหน้าที่ข้างล่าง โทรขึ้นมากะได้ค่ะ “เจ๊ท” จะลงไปรับค่ะ..

“ทันทีที่ พี่ตี๊มาถึง “ริลลดา” ก็ทวงถามทันทีว่ารู้หรือยังว่า จะขอโทษพี่เขาได้ทางไหนบ้าง อะไรยังไง” บอกมาเร็วค่ะ

พี่ตี๊” เดี๋ยวใจเย็นก่อน พอดีจะบอกว่า หนทางติดต่อ ถูกตัดขาดหมดเลย แต่…เหลือหนทางเดียวที่เราจะเสี่ยง ต่อกานโดนเหวี่ยง เพราะผิดการะเทสะ และสถานที่อย่างสิ้นเชิง แต่มันเหลือแค่ทางเดียวจริงๆ…

…”ริลลดา” ทางไหนคะ อย่าบอกนะว่าให้ไปหาที่บ้าน..?

พี่ตี๊” โนๆ อย่ามะโนค่ะ หนทางนี้หมดสิทธิ์ค่ะคุณน้องขา….คือพี่ มีเบอร์ที่ไว้สำหรับ ติดต่อเรื่องงานน่ะ และเหลือเบอร์นี้เบอร์เดียว ที่ยังไม่ถูกตัดขาด…คุณน้องจะเสี่ยงไหม… บอกมาได้เลย เดี๋ยวพี่จัดการให้…

…”ริลลดา” ค่ะ จัดไปค่ะ…

…ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด….ลฯ ฮัลโล สวัสดีครับ “ธาร” พูดสายครับ นั่นใครครับนั่น.? ฮัลโล ฮัลโล ถ้าไม่พูดจะโทรมาทำไมครับ..?

…”ริลลดา” เอ่อ สวัสดีค่ะ “เจ๊ท” เอ้ย.. “ลดา เอ้ย.. “ริลลดา ค่ะ ขอรบกวนนิดนึงนะคะ …ทราบค่ะว่าเบอร์นี้ เป็นเบอร์ติดต่องานเท่านั้น แต่ค้นหาจนหมดแล้วไม่มีหนทางไหน ที่จะติดต่อได้เลย อย่าเพิ่งวางนะคะ ที่ติดต่อมา เพียงเพื่อจะขอโทษ กับเหตุกาลเมื่อคืนนี้น่ะค่ะ รู้สึกผิดจริงๆ มิได้มีเจตนาจะทำให้เป็นแบบนี้เลย ขอโทษจากหัวใจค่ะ
และก็ขอ ฝากไปขอโทษ คนใกล้ตัวของคุณด้วยนะคะว่า ฉันขอโทษจริงๆ ขอโทษจากหัวใจค่ะ” หญิงสาวรีบพูด ยาวเหยียด เพราะกลัวว่า เขาจะตัดบทแล้ววางสายไป เพราะเธอได้รับข้อมูลของชายหนุ่ม มาจากพี่ตี๊ ว่าเขาจะไม่ทนฟังอะไรนานๆ….

“ธารนริน” อ่อ” ทำผิดอะไร ถึงต้องรู้สึกผิด จนต้องมาขอโทษ ถ้าไม่ได้ทำผิดอะไร ก็ไม่มีความจำเป็นอะไร ที่ต้องมาขอโทษ เข้าใจตามนี้นะ…แค่นี้ใช่ไหมเรื่องที่จะพูด..?

…”ริลลดา” เอ่อ เอ่อ พี่คะ คุณคะ เดี๋ยวค่ะ..ขอโทษนะค่ะ ที่เข้าใจผิด คิดว่าคุณอยากได้คำขอโทษ เพื่อจะไปบอกกับคนใกล้ตัวให้เข้าใจ ว่าฉันไม่ได้มีเจตนาใดๆทั้งสิ้น และคิดไม่ถึงว่าคุณจะไม่ต้องการ คำขอโทษใดๆ แต่ถึงแม้คุณจะไม่ต้องการ แต่ฉันก้ยังยืนยัน ว่าฉันต้องการขอโทษ และฝากคำขอโทษนี้ ไปให้กับคนของคุณด้วยค่ะ…

“ธารนริน” ใคร..? คือคนที่คุณหมายถึง “ใครคือคนใกล้ตัว และใครคือคนคนนั้น” ช่วยบอกผมหน่อย คุณหมายถึงใคร…?

…”ริลลดา” ฉันไม่ทราบ” ฉันก็แค่คิดว่า เหตุกาลเมื่อคืน มันจะทำให้ “คนรัก แฟน” หรือแม้แต่เพื่อนผู้หญิงคนสนิท” ของคุณอาจเข้าใจผิด เพราะว่าผู้หญิงน่ะ จิตใจเปาะบางกับเรื่องพวกนี้ ต่อให้เข้มแข็งแค่ไหน” หากรู้ว่าคนของตัวเอง ไปเป็นข่าว หรือ สนิทสนมกับหญิงอื่น ก็คงทำใจให้ยอมรับไม่ได้ทั้งนั้น..และที่ฉันพูดมาทั้งหมดนี่ ฉันไม่ได้คิดไปเอง แต่ฉันเอาความรู้สึกของตัวเอง เป็นบรรทัดฐาน หากฉันเป็นผู้หญิงคนนั้นของคุณ ฉันก็ทนไม่ได้เช่นกัน เพราะว่าฉันมันพวกขี้เหนียว ที่ไม่มีวันยอมให้ใครมายุ่งกับคนของตัวเอง “นอกเสียจาก คนที่ฉันคิดว่าเขาเป็นของฉัน จะขอเดินออกไปเอง…ถ้าเป็นเช่นนั้น ฉันก็จะเคารพในการตัดสินใจของเขาค่ะ… ปลายสายเงียบไป หรือว่าจะวางไปแล้ว คุณคะ คุณ คุณคะ…

“ธารนริน” ฟังอยู่ครับ”.. ทำไมโดนใคร “หักอก” มาเหรอ…?

…”ริลลดา” เปล่าค่ะ ฉันกลัวความรักน่ะค่ะ เพราะว่าความรัก มักจะทำให้คน เสียใจ โกรธ เกลียด เคียดแค้น หรือไม่ก็ถึงกับ รบรา ฆ่าฟันกันให้ตายไปข้างนึง”
ฉันจึงไม่อยากเป็นส่วนหนึ่ง ของการกระทำ ที่จะนำพามาซึ่งความเจ็บปวดของใคร..” “เคยมีคนบอกฉันว่า ความรักจะทำให้คนเรา มีจิตใจอ่อนโยน” ฉันกลับมองไม่เห็นสิ่งเหล่านั้นเลย เพราะทุกวันนี้เท่าที่ฉันเห็นจากสื่อ ที่เป็นข่าวตาละวัน ส่วนหนึ่งก็มาจากความรักนี่ไม่ใช่เหรอ…? “เพราะฉนั้น ฉันขอความกรุณาจากคุณ จงได้โปรดรับคำขอโทษจากฉันไว้ด้วยเถอะนะคะ… ไม่อยากมีอะไร ติดค้างในใจน่ะค่ะ”

“ธารนริน” ชายหนุ่ม ถึงกับอึ้ง กับคำพูดของเธอคนนี้” คนที่กลัวความรัก และมุมมองความรักของเธอ มันมีทั้งอ่อนโยน อ่อนหวาน ปนเศร้า ได้ขนาดนี้เลยเหรอ..? “ธารนริน” ถอนหายใจเฮือกใหญ่ พร้อมคำพูดเบาๆ เบาจนเขาเองก็ไม่รู้ว่า มันจะได้ยินไปถึง ปลายสายอีกด้านนึง หรือเปล่า” “(ทำไมเขาถึง รู้สึกสะเทือนใจ กับคำพูดของผู้หญิงคนนี้ ผู้หญิงที่เขาแค่เจอเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทำไม ทำไม เขาเฝ้าถามตัวเอง ในใจ”)…

“คุณ ฟังนะ ผมไม่ได้โกรธอะไรคุณเลย และคุณเองก็ไม่ได้ทำอะไรผิด ฉนั้นคุณก็ไม่มีอะไรต้องมาขอโทษผม หรือใครทั้งนั้น” “แต่หากว่า คุณยังไม่สบายใจ และอยากขอโทษ ผมก็จะรับมันไว้ และผมก็จะบอกว่าลืมมันซะ อย่าเก็บเอามาคิด เพราะว่ามันไม่มีอะไร…” นี่คงเป็นครั้งแรกละมั้งที่ “ธารนริน” จะยอมพูดยาวๆ กับคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน…

…”ริลลดา” ขอบคุณค่ะ…ที่เข้าใจ” เธอขอบคุณเขาเบาๆ” งั้นฉันรบกวนคุณเท่านี้นะคะ ขอโทษอีกครั้งที่โทรมาเบอรนี้ และทำให้ไม่สบายใจอีก ขอโทษจากหัวใจ “ริลลดา” ค่ะ…

“ธารนริน” ไม่เป็นไรครับ ตอบกลับเบาๆเช่นกัน..เขายืนเงียบไปนานเท่าไหร่ไม่รู้”…

“มารู้สึกตัวอีกที ก็ต่อเมื่อมีเสียงโทรศัพท์ ดังขึ้นอีกครั้ง..คราวนี้ปลายสายเป็นเรื่องงานลฯ ซึ่งเขารู้แก่ใจว่า งานที่ติดต่อเข้ามาช่วงนี้ มันคืองานอะไร มันคงไม่พ้นงานที่ จะนำพาเขาเข้าไปอยู่ในโลก ของการซักฟอกเรื่องราวที่เกิดขึ้น แค่ข้ามคืน” เขาจึงไม่สนใจ ที่จะรับงานนั้นๆ…

*และเขาก็กลับมาสู่โหมด ของการเก็บตัวเงียบๆ หลบหนีสังคมคนเมือง ไปอยู่ในที่ ที่ไม่มีใครตามหาเขาเจอ หากเขาไม่ต้องการให้เจอ” ไม่สนใจสื่อต่างๆ ไม่ให้มีแม้แต่ข่าวคราวใดๆของเขาอีก ปิดกั้นตัวเองให้อยู่ในโลกที่ตัวเองสร้างขึ้นมาเป็น กำแพง”

…”ริลลดา” หลังจากได้ทำหน้าที่ ที่สมควรทำแล้ว.. เธอก็ตั้งใจทำสิ่งที่ตัวเองรัก จนไม่มีแม้เวลาจะคิดถึงเรื่องใดๆทั้งสิ้น ใช้ชีวิตอยู่กับงาน และการเรียน ยังคงเดินทางไปมาระหว่าง เมกาฯ และเมืองไทย จนบัดนี้เธอเองก็มีชื่อเสียง ในถานะ ร็อคเกอร์สาว และเป็นที่รู้จักมากขึ้น ถึงจะไม่ดังเปี้ยงป้าง เพราะเธอตั้งใจจะทำเป็นแค่งานอดิเรก เท่านั้น” ฉะนั้นเพลงทุกเพลงที่เธอร้อง เธอจะมีส่วนร่วมทุกอย่าง เขียนเนื่อร้องเอง ทำนอง ดนตรี เธอก็ใช้ความสามารถ ในการเล่นกีต้าร์ หรือ เปียโน เป็นตนตรีหลัก” ในแนวที่เธอถนัด…
เธอจะทำ ซิงเกิ้ล” เดี่ยวเท่านั้น”…….

*******************

๓.

…”สองปีต่อมา

“ริลลดา เดินทางกลับมาเมืองไทย เพื่อมาเตรียมงานเพลง โปรเจ็คใหม่ของเธอ เธอก็ไม่ได้เดินทางมา ที่เมืองหลวงแต่อย่างใด โดยให้เหตุผล กับต้นสังกัดไปว่า ขอไปใช้ที่สงบๆ เขียนเพลง และเตรียมตัว เพราะว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรก ที่เธอตัดสินใจจะมาอยู่เมืองไทย ยาวๆสักครั้ง ทั้งที่เธอเป็นคนไม่ถูกกับ อากาศร้อนเท่าใดนัก เธอเดิทางไปพักกับคุณตาคุณยายของเธอ ทางภาคเหนือของประเทศ และการมาครั้งนี้ของเธอ เป็นความลับสำหรับคนวงการบันเทิง จะมีคนใกล้ชิดเท่านั้น ที่จะรู้ว่าเธอเดินมางมาอยู่เมืองไทย…

“เช้าวันหนึ่ง “ริลลดา” กำลังเดินเล่นอยู่ท่ามกลางป่าเขา ในไร่ของตากับยายของเธอ เธอเดินชื่นชมธรรมชาติ จนเผลอเดินล้ำเขาไปในเขตหวงห้าม ของเจ้าของไร่ข้างๆ อย่างไม่รู้ตัว ทั้งที่ตากับยายได้เตือนไว้แล้วว่า อย่าเดินเข้าไปเด็ดขาด เพราะว่าเจ้าของเขาไม่อนุญาต และไม่ชอบให้ใคร เข้าไปวุ่นวาย” กว่าจะรู้ตัว “ริลลดา” ก็เผลอเดินเข้าไป จนถึงเขตบ้านพักริมน้ำ เป็นเรือนแพทรงไทย หลังกะทัดรัด ตกแต่งแบบง่ายๆ ร่มรื่นสะอาดตา เย็นสบายน่านั่งปล่อยอารมณ์ชิวๆ น่าใช้เป็นที่นั่งเขียนเพลง และคิดงานเป็นที่สุด มัวคิดอะไรเพลิน เลยทำให้ไม่ได้ยินเสียงคนเดิน มาหน้าทางด้านหลัง และเมื่อเขาส่งเสียง ถามขึ้น เธอถึงกับสดุ้งสุดตัว เลยทีเดียว…

“คุณเป้นใคร และใครอนุญาต ให้คุณเข้ามาถึงในนี้..? ที่นี่เป็นเขตหวงห้าม และเป็นสถานที่ส่วนบุคคล คุณกำลังบุกรุก สถานที่ส่วนบุคคล..”

…”ริลลดา” ทำไมเสียงคุ้นจัง เหมือนเคยได้ยินที่ไหน จึงรีบหันไปดู พอหันมาปะชันหน้ากัน เธอก็ขมวดคิ้วเล็กๆ ว่าเคยเจอ ผู้ชายคนนี้ที่ไหน แต่ก็ยังคิดไม่ออก” และสิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนี้คือ ส่งยิ้มแหยๆ และพูดขึ้นว่า ฉันขอโทษค่ะ พอดีฉันพักอยู่ไร่ข้างๆนี้ พร้อมชี้มือไปที่ไร่ ตายายของเธอ” เจ้าของไร่ได้เตือนฉันแล้ว ว่าอย่าเดินเข้ามาเพราะว่า เจ้าของไร่ ไม่อนุญาตให้ใครเข้ามา ฉันขอโทษนะคะ พอดีว่าเดินดูอะไรเพลินไปหน่อย และเห็นว่าบ้านริมน้ำ หลังนี้สวยมาก เลยเดินมาเรื่อยๆน่ะค่ะ ไม่ได้มีเจตนาคิดจะบุกรุกอะไร แต่อย่างใด ได้โปรดอย่าถึงกับจับฉันส่งตำรวจ หรือมีเรื่องถึงโรงถึงศาลเลยนะคะ ฉันยินดีชดใช้ค่าเสียหาย เท่าที่คุณจะเรียกร้องทุกอย่างค่ะ และขอความกรุณา อย่าให้เจ้าของไร่ข้างๆนี้ทราบเรื่องนะคะ ฉันจะขอรับผิดทุกอย่างค่ะ…

“ธารนริน” ทันทีที่ผู้หญิงที่ถูกเขากล่าวหา ว่าบุกรุกหันมา เขาก็ตัวชาวาบ เหมือนถูกสตาฟไว้ ทั้งที่ยังมีลมหายใจ” “ริลลดา” เขาจำเธอได้ไม่เคยลืมเลือน ผู้หญิงที่มีความหมั่นใจในตัวเองสูง แต่น้ำเสียง และคำพูดของเธอช่างอ่อนโยน ต่างกลับบุคลิกที่ดูมั่นใจของเธอยิ่งนัก” ผู้หญิงที่ทำให้ชีวิตเขาวุ่นวาย แม้เพียงแค่เจอกันไม่กี่ชั่วโมง เมือสองปีก่อน “สองปี นี่เวลามันผ่านไปสองปีแล้วหรือนี่” เธอก็ยังเป็นเธอเช่นเคยสินะ หรือนี่คือเอกลักษ์ของเธอ ที่จะพูดทุกสิ่งที่ตัวเองอยากพูดจนจบ แล้วค่อยให้คู่เจรจาตัดสิน” แล้วเขาก็ต้องใจหายวาบ เมื่อเธอไม่มีทีท่าว่าจะจำเขาได้ มีเพียงคิ้วที่ขมวดเล็กๆ ยามเมื่อหันมาประเชิญหน้าวินาทีแรกเท่านั้น…

…”ริลลดา” คะ ตกลงคุณจะเรียกร้องค่า เสียหายเท่าไหร่คะ แต่ฉันต้องขอกลับไปเอาตังก่อนนะคะ ไม่ได้ติดกระเป๋ามาเลยน่ะค่ะ หรือว่าคุณจะเอา นาฬิกาเรือนนี้มัดจำไว้ก่อน ก็ได้ค่ะ เรือนนี้ถ้านำไปขาย ราคาน่าจะอยู่ที่ ประมาณสักแสนนึงได้น่ะค่ะ เธอทำท่าจะถอดสายนาฬิกาลำรองสายหนัง “แบรนดัง” ออกจากข้อมือ…

“ธารนริน” ถึงกับต้องทำเสียงดุๆ” จะทำอะไรน่ะ ผมยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ ว่าเอาเรื่องคุณ หรือเรียกร้องค่าเสียหายอะไร เพราะมันก็ไม่ได้สึกหรอตรงไหน ผมก็แค่ถามว่า คุณเข้ามาได้ยังไง เพราะที่นี่มันเขตหวงห้าม ก็แค่นั้น” “(ทำไมชอบ คิดเอง เออเอง เขาคิดในใจ)..

…”ริลลดา” ยังคงคุ่นคิด กับน้ำเสียงชายหนุ่มไม่หาย แต่ทำอย่างไร เธอก็คิดไม่ออกว่าเคยได้ยิน น้ำเสียงแบบนี้ที่ไหน ใบหน้าก็คุ้นๆ เพียงแค่มันถูกบทบัง ไปด้วยนวดเคลารุงรัง คงไม่ได้เจอใบมีดโกนมานาน แรมเดือนละม้าง..งงงงเนี่ย” คิดได้ดังนั้น เธอก็อดเผลอยิ้มออกมาไม่ได้…

“จนทำให้ “ธารนริน” อดชำเรื่องมองไม่ได้ ว่าสาวเจ้าคิดอะไรขึ้นมาอีก…แต่ก็ไม่ถามอะไร ยังคงยืนเงียบอยู่แบบนั้น…

..จนหญิงสาว พูดขึ้นว่า “ถ้าอย่างนั้น ฉันคงต้องไปแล้ว ต้องขอโทษอีกครั้ง ที่เสียมารญาต เข้ามาโดยที่เจ้าของไม่ได้อนุญาต” พูดจบเธอก็หมุนตัว กำลังเดินกลับทางที่เธอเดินเข้ามา…

“ธารนริน” เดี๋ยวก่อน”

…”ริลลดา” ชงักเท้ากึก

“ธารนริน” ออกทางนี้ก็ได้ พร้อมกับชี้มือไปทางประตูทางเข้าด้านหน้า ที่มีแม่กุญแจดอกใหญ่คล้องอยู่

…”ริลลดา” ไม่เป็นไรค่ะ ฉันมาทางไหน ก็ควรออกไปทางนั้น เพราะฉันไม่ได้มาในถานะ ของผู้ได้รับเชิญ ก็สมควรออกไปแบบ ผู้ไม่ได้รับเชฺิญเช่นนั้น..

“ธารนริน” “เอ่อวุ้ย เอาเข้าไป บทจะตี๊ส ก็ตี๊ส ขึ้นมาซะอย่างนั้น” ไอ้อาการแบบนี้มันเหมือนใครกันนะคุ้นๆ เค้าคิดในใจ” ..เอ่อ คราวหน้าถ้าจะมา ขอให้มาทางด้าหน้า นะครับ “ยินดีต้อนรับครับ”…

…”ริลลดา” ก้มหัวเล็กน้อย โดยไม่ได้หันมามอง แล้วก็เดินออกไปเงียบๆ”

“ธารนริน” สูตลมหายใจเข้าปวดลึกๆ แล้วก็ถอนหายใจออกมา พร้อมกับบ่นพึมพรำว่า” ทำไมนะ ทำไมผู้หญิงคนนี้ ถึงมีอิทธิพลกับเขามากมาย ทั้งที่เจ้าตัว ไม่ได้มีทีท่าว่าจะจำเขาได้เลย.. แต่มันก็ทำให้เขา อดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมจู่ๆเธอจึงมาอยู่ที่นี่ได้ โลกมันช่างกลม หรือว่าโชคชตากำลังกลั้นแกล้ง ให้เขาได้เจอกับเธออีกครั้ง แต่ก็ทำให้เธอจำเขาไม่ได้” หรือว่าสภาพเขาตอนนี้ มันดูไม่ได้จนเธอจำเขาไม่ได้กันแน่..?

…”ริลลดา” เธอเองระหว่างที่เดินออกมา เธอก็คุ่นคิดมาตลอดทางว่า ทำไมเธอจึงคุ้นน้ำเสียงดุๆแต่อ่อนโยนนี้นัก แต่คิดยังไงเธอก็คิดไม่ออกสักที”…

**********************

“เขาและเธอ จะเป็นยังไงต่อไป..

“ติดตาม ตอนต่อไปได้ที่นี่ เร็วๆนี้…

ความเข้าใจที่ผิดเกี่ยวกับแก๊สรถยนต์

ติดแก๊สแล้วอันตราย มันจะระเบิดหรือเปล่า….

หลายคนยังมีทัศคติหรือความเชื่อที่ว่า มีถังแก๊สอยู่ในรถ ก็เหมือนพกระเบิดไปทุกที่ ซึ่งอันที่จริงแล้ว มันไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นครับ รู้หรือเปล่าครับว่า ความแข็งแรงของถังแก๊สนั้น มีมากกว่าถังน้ำมันหลายเท่านัก ถ้าเกิดรถชนกับบริเวณท้ายรถที่มีทั้งถังแก๊ส และถังน้ำมัน เราจะพบว่า จะมีแต่ตัวถังน้ำมันที่ฉีกขาดและน้ำมันรั่วออกมาครับ แต่ตัวถังแก๊สจะไม่เป็นอะไรเลย และไม่มีแก๊สรั่วด้วยเพราะว่า วาล์วที่หัวถังแก๊สมันจะตัดทันทีถ้าไม่มีไฟฟ้าจากตัวรถมาเลี้ยงครับ ดูจากรูปข้างบนก็ได้ เขามีการทดสอบถังแก๊สด้วยวิธีการเผานั่งยาง ถังก็ไม่ระเบิดเลยครับ ไม่มีรอยตำหนิ หรือปริใดๆทั้งสิ้น ทดสอบเอาปืน 9 มม. ยิงถัง ไม่เข้าครับ

ติดแก๊สแล้วเครื่องจะเสื่อมไว พังเร็วหรือเปล่า….

ซึ่งเป็นความเชื่อเดิมในสมัยที่การติดแก๊ส เขาติดกับแท็กซี่เท่านั้นครับ เพราะสมัยก่อนน้ำมันราคาถูก ลิตรละ 8-9 บาท แก๊สอยู่ที่ 4-5 บาท คนเขาก็ไม่จำเป็นต้องติดแก๊ส แล้วทีนี้ รถแท็กซี่เราก็เห็นๆอยู่ วันๆนึงต้องวิ่งประมาณ 500กิโลเมตรเพื่อทำเงิน ดังนั้น วิ่งทุกวัน 365 วันต่อปี ก็ปาไป 130,000 กิโลเมตร วิ่ง 2-3 ปีก็ต้องเปลี่ยนเครื่อง คนก็เลยมองว่าเพราะ”แก๊ส” แต่จริงๆแล้ว วิ่งขนาดนี้ ต่อให้เป็นน้ำมันเครื่องก็พังเร็ว สึกหรอเร็วอยู่แล้วครับ รถยนต์ส่วนมากเครื่องออกแบบมาให้วิ่งประมาณ 2-3 แสนกิโลเมตรเท่านั้นครับ แต่มาดูในความเป็นจริงตัวแก๊สถือเป็นเชื้อเพลิงที่สะอาดมากครับ เขาถึงเอามาเป็นเชื้อเพลิงที่ใช้ในการหุงต้มในบ้านเรือน เนื่องจากมันสะอาด ไม่มีเขม่า และเผาใหม่สมบูรณ์ได้ง่ายๆ ไม่เหมือนกับน้ำมันที่มีเขม่า และพวกซัลเฟอร์กำมะถัน ดังนั้นเครื่องยนต์ที่ใช้แก๊สจะมีความสะอาดมากกว่าน้ำมันอย่างเห็นได้ชัดครับ พิสูจน์ได้จากการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องในแต่ละครั้ง เครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมัน น้ำมันเครื่องเวลาเปลี่ยนออกมาจะดำปี๋ ส่วนแก๊สจะยังใสอยู่

ติดแก๊สแล้ว บ่าวาล์วจะสึกไวเนื่องจากมันแห้งกว่าน้ำมันที่หล่อลื่นกว่า….

อันนี้ก็เป็นความเข้าใจที่ผิดครับ เพราะคนเราจะติดภาพของแก๊สจากแก๊สในครัวเรือน และน้ำมันจากพวกน้ำมันเครื่อง หรือน้ำมันกาดที่เป็นของเหลว แต่ในความเป็นจริง ทั้งแก๊สและน้ำมันที่ฉีดเข้าไปในเครื่องยนต์นั้น ล้วนอยู่ในสภาวะที่เป็น “ก๊าซ” ครับ หมายถึงน้ำมันเวลาฉีดเข้าไป เขาไม่ได้ฉีดน้ำมันที่เป็นของเหลวนะครับ แต่ฉีด”ไอน้ำมัน” เข้าไป และเจ้าไอที่ว่า เมื่อเทียบกับแก๊ส มันก็เหมือนกันครับ แต่ส่วนที่จะหล่อลื่นตัวบ่าวาล์วนั้นก็คือ พวก”น้ำมันเครื่อง”ที่รถทุกคนล้วนมีอยู่แล้ว ดังนั้น ถ้าคุณเปลี่ยนน้ำมันเครื่องรถยนต์ตามระยะที่ถูกต้อง เครื่องของคุณก็จะมีอายุการใช้งานยาวนานเป็นปกติไม่ต่างจากน้ำมัน

ติดแก๊สแล้ว เครื่องจะวิ่งอืดกว่าน้ำมัน….

ความเชื่อนี้ถูกเพียงครึ่งเดียวครับ เพราะปัจจุบันระบบแก๊สทันสมัยขึ้นมาก แบ่งออกเป็น 2 ระบบคือ ระบบดูด และระบบหัวฉีด ระบบดูดก็จะจ่ายแก๊สแบบเหมือนระบบคาบูเรเตอร์ในรถสมัยก่อน อันนี้แรงม้าจะหายไปประมาณ 10-15% แต่ถ้ามาใช้ระบบหัวฉีด ที่มีการจ่ายแก๊สเหมือนระบบน้ำมัน มีคอมพิวเตอร์ควบคุมการจ่ายแก๊ส เขามีการทดสอบกับเครื่อง Test Car แล้วพบว่า แรงม้าและกำลังของเครื่องอยู่ครบครับ

ป้องกันโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน ด้วยการเลือกกินอาหาร

หลายๆ คนทราบกันดีว่า อาหารที่มีไขมันสูง เป็นสาเหตุการเกิดโรค เส้นเลือดอุดตันที่หัวใจ แต่ก็ยังนิยัมบริโภคอาหาร เหล่านี้ ตามกระแสนิยม ของชาติตะวันตก ถ้าลองสังเกตุให้ดี คนต่างชาติ 100 คน มีซักกี่คนที่ไม่อ้วน? น้อยมากๆ ครับที่จะไม่อ้วน เหล่านั้นล้วนเกิดจากพฤติกรรมการกินทั้งสิ้น โรคอ้วน หรือ ไขมันอุดตันในเส้นเลือดนั้น ไม่จำเป็นต้องเกิดในคนสูงอายุเท่านั้น โรคเส้นเลือดอุดตัน ในปัจจุบันนี้ ในคนหนุ่มสาว และ เด็กๆ ได้เช่นเดียวกัน ในระยะหลังๆ คนไทยเรามี อัตราเสียชีวิตจาก โรคเส้นเลือดหัวใจอุดตันเพิ่มมากขึ้นกว่าสมัยก่อนมากๆ เริ่มกลัวกันแล้วใช่มั้ย งั้นเรามาทำความรู้จักกับไขมันในเลือด เพื่อจะได้รู้เท่าทันโรคไขมันอุดตันในเส้นเืลือดกันดีกว่า ไขมันนั้นแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ 2 กลุ่ม คือ

1. ไขมันเลว คือ ไขมันที่ถ้าหากมีปริมาณมากจะเป็นโทษต่อร่างกาย) ได้แก่ โคเลสเตอรอล, ไตรกลีเซอไรด์, LDL (ต่อไปถ้าแพทย์ บอกว่า LDL ให้ฟัง คงเข้าใจได้ดีขึ้น) ไขมันอิ่มตัว (ในฉลากอาหาร, ฉลากข้างขวดน้ำมันพืชบางยี่ห้อ จะเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า SATURATED FAT. นั่นหมายถึงไขมันอิ่มตัวนั่นเอง) นอกจากนั้นก็มีไขมัน TFA (ไม่ต้องจำชื่อก็ได้ แต่ให้ทราบว่า, ถ้าไขมันที่ดี ของเราผ่านขบวนการ ทางอุตสาหกรรม หรือทางเคมี ก็จะทำให้เปลี่ยนเป็นไขมันเลว หรือ TFA ได้ เช่น ผ่านความร้อนสูงมาก เช่น การกลั่นน้ำมันพืช หรือเติมไฮโดรเจน ให้อาหารกรอบ เช่น คุ๊กกี้ขนมกรอบทั้งหลาย เป็นต้น)

2. ไขมันดี คือ ไขมันที่มีประโยชน์กับร่างกาย เช่น HDL ไขมันไม่อิ่มตัว (UNSATURATED FAT) (ซึ่งรวมถึงไขมัน โอเมก้า 3 ด้วย), เลซิติน พวกนี้จัดเป็นไขมันดี ซึ่งจะช่วยป้องกัน โรคเส้นเลือดอุดตันที่หัวใจ และทำให้มีสุขภาพดี

เราควรรู้ค่าปกติของไขมันในเลือดบางตัว ที่เราสามารถตรวจวัดได้ ดังนี้

1. โคเลสเตอรอลรวม ของร่างกาย ไม่ควรเกิน 200 mg ถ้าสูง ต้องงด อาหารพวก ที่มีโคเลสเตอรอลสูง เช่น ไข่แดง, ไขมันสัตว์, เครื่องในสัตว์ (ถ้าอยากทราบว่าอาหารอะไรมี โคเลสเตอรอลประมาณเท่าไร ให้หาอ่านในหนังสือ เกี่ยวกับโภชนาการทั่วๆ ไปได้)

2. โคเลสเตอรอล HDL. ซึ่งเป็นไขมันดี ค่ายิ่งสูงยิ่งดี, ถ้าต่ำกว่า 35 mg ก็จะเพิ่มความเสี่ยงต่อ โรคเส้นเลือดอุดตันที่หัวใจ การสูบ บุหรี่, ภาวะอ้วน, ภาวะขาดอาหาร จะทำให้ HDL ต่ำลงได้ ส่วนการออกกำลังกายจะทำให้ HDL เพิ่มขึ้น การดื่มไวน์แดงจำนวนเล็กน้อย เป็นประจำพบว่าเพิ่มไขมัน HDL ได้ถึง 5-10%

3. โคเลสเตอรอล LDL เป็นไขมันเลว ปกติไม่เกิน 130 mg ถ้าเกิน 160 mg จะมีความเสี่ยงต่อ โรคหัวใจเพิ่มขึ้น การควบคุมว่า จะเข้มงวดมากน้อยเพียงไร, ต้องกินยารักษาหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่าเรามีโรคอย่างอื่น ที่มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ร่วมอยู่ด้วยหรือไม่

4. ไตรกลีเซอไรด์ เป็นไขมันเลวอีกชนิดหนึ่ง ถ้าสูงมากจะเกิดตับอ่อนอักเสบได้ หรือเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจได้ ค่าปกติไม่ควรเกิน 200 mg พบมากในอาหารพวกแป้ง, ของหวาน

กรณีของ ไขมันอิ่มตัว และ ไขมันไม่อิ่มตัว เราวัดออกเป็นตัวเลขไม่ได้ ต้องควบคุมปริมาณที่กินเข้าไป ไม่ควรกินมากกว่า 10% ของอาหารในแต่ละวัน ไขมันอิ่มตัวพบมากในเนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ เช่น ไส้กรอก, เบคอน, นม, เนย, นอกนั้นก็จะพบในมาการีน, กะทิ, น้ำมันมะพร้าว, น้ำมันปาล์ม ไขมันอิ่มตัวนี้ จะไปแย่งที่ไขมันที่จำเป็นของร่างกาย ทำให้เราเจ็บป่วยได้

ไขมันไม่อิ่มตัว ที่เรารู้จักกันดี คือ ไขมันโอเมก้า 3 และ DHA พบได้มากใน น้ำมันปลา กรดไขมันโอเมก้า 3 สามารถเปลี่ยนเป็นไขมันรูปอื่น ซึ่งทำหน้าที่คล้ายฮอร์โมน ที่ทำให้เราเกิดความสบาย ป้องกันการบวมน้ำ บรรเทาอาการอักเสบ ป้องกันโรคหลอดเลือดอุดตัน เสริมภูมิต้านทาน, ลดความดัน ปลาที่มีน้ำมันปลาสูงนั้น จะเป็น ปลาที่คาว, ส่วนที่มีน้ำมันปลามาก คือ ส่วนหัวปลา, พุงปลา, หนังปลา

การทอดปลา จะทำให้เราเสียน้ำมันปลาไปกับน้ำมัน การนึ่ง ต้ม จะดีที่สุด ควรกินปลาอย่างน้อย 1 ขีด ต่อ 1-2 สัปดาห์ นอกจากนั้น อาหารพวกเส้นใย ละลายง่าย เช่น ข้าวโอ๊ต, ถั่วเหลือง, โปรตีนเกษตร, เต้าหู้, ข้าวกล้อง, มะนาว, ส้ม, แครอท พวกนี้จะช่วยลดไขมันเลวได้ ถ้าเราเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และหลีกเลี่ยงหรือลดอาหารที่มีโทษ ก็จะทำให้สุขภาพดี, ลดความเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บ แค่รู้จักคิดก่อนรับประทานอาหาร และเลือกกิน อาหารเพื่อสุขภาพ คุณก็สามรถมีสุขภาพที่ดีได้ง่ายๆ แล้ว

ง้อ… ให้หายงอน

ในช่วงชีวิตของชายหนุ่ม หญิงสาว ที่คบหากันเป็นแฟน บางครั้งก็ต้องมีการแง่งอนใส่กันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อยังรักกันอยู่ การง้อ ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย หากคุณเคยแต่เป็นฝ่ายงอน ไม่เคยเป็นฝ่ายง้อเลย เรามีวิธีง้อ ที่จะทำให้ชายหนุ่มของคุณพอจะหายโกรธลงได้บ้าง มาบอกกัน ..

หากคุณและเขางอนกันมาได้พักหนึ่ง จนกระทั่งความโกรธที่มีมาจางหายไปแล้ว ลองให้เพื่อนสนิทของคุณช่วยนัดเขาออกมาพบ โดยไม่ต้องบอกเขาว่ามาพบใคร เชื่อเถอะว่า เมื่อคุณได้พบเขาแล้ว ความรักความผูกพันที่มีต่อกันมานานปี จะทำให้คุณและเขากลับมาคืนดีกันใหม่ได้อย่างแน่นอน

สำหรับคนที่โรแมนติค การเขียนบทกวี หรือจดหมายรัก พรรณนาถึงวันคืนแห่งความผูกพันที่มีแต่เก่าก่อน แล้วส่งให้เขา ก็คงดีไม่น้อย หากว่าเขาได้รำลึกถึงเรื่องราวแต่หนหลังโดยเฉพาะช่วงเวลาที่มีความสุข เขาน่าจะใจอ่อนจนอยากกลับมาขอคืนดีด้วย

เข้าร่วมในกิจกรรมที่เขาชอบทำ ถ้าเขาชอบอ่านหนังสือและชอบขลุกอยู่แต่ห้องสมุดหรือร้านหนังสือ คุณก็ลองเดินเตร็ดเตร่ในสถานที่ดังกล่าวดู หยิบหนังสือมานั่งอ่านใกล้ๆ เขา เดินเลือกซื้อหนังสือในร้านเดียวกับเขา แค่ทำเช่นนี้โดยไม่ต้องเข้าไปพูดคุยอะไรเลย เพียงมองตากัน เขาก็จะรับรู้ได้ทันทีถึงสิ่งที่คุณหยิบยื่นให้ ผู้ชายมีความจำสั้น ความโกรธที่เกิดอย่างรวดเร็วมักจางหายไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน เพราะฉะนั้น ไม่ต้องกลัวว่าเขาจะเมินในไมตรีที่คุณมอบให้

ส่งรูปถ่ายของคุณและเขาตอนที่ชีวิตรักยังหวานชื่นไปให้เขา ความทรงจำดีๆ ที่คุณและเขามีต่อกัน สถานที่ที่คุณและเขาเคยไปเที่ยวด้วยกันมา ความสุขที่เคยมีร่วมกันสิ่งเหล่านี้คงไม่ทำให้เขาใจดำจนไม่อยากให้อภัยสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ส่งอีเมล์ผ่านทางคอมพิวเตอร์หรือทางโทรศัพท์มือถือไปขอโทษในเหตุการณ์ที่ผ่านมา และสัญญาว่าจะไม่ให้เหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นอีก ผู้หญิงเราบางครั้งบางทีอยากขอโทษ แต่ด้วยกฎเกณฑ์อะไรบางอย่างทำให้เราไม่สามารถกระทำตรงๆ ได้จึงต้องอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าช่วย

ส่งของขวัญเล็กๆ น้อยๆ หรืออะไรก็ได้ที่เขาชอบไปให้ เช่น ซีดีเพลงที่เขาชอบ หรือขนมที่เขาชอบกิน พร้อมทั้งแนบการ์ดเล็กๆ เขียนคำขอโทษ ผู้ชายถึงแม้จะใจแข็งขนาดไหน โดนคำหวานของหญิงสาวเข้าไปแล้ว ไม่อ่อนลงก็ให้รู้ไป

ด้วยวิธีง่าย ๆ แบบที่เราแนะนำมา มีเหรอที่ผู้หญิงอย่างเรา ๆ จะทำไม่ได้ ส่วนผู้ชายที่เข้ามาอ่านจะเอาไปใช้กับสาว ๆของคุณบ้างก็ย่อมได้นะคะ พวกเราไม่หวงหรอกค่ะ

ครั้งหนึ่ง ตอนที่ หนึ่ง

ผมได้มีโอกาสครั้งหนึ่ง
ในช่วงปิดเทอมใหญ่
ผมได้ไปเรียนต่อที่ แคนนาดา
เมืองแวนคูเวอร์ เป็นเวลา 3 เดือนกับเอเย่น EF Education First

บอกตรงๆ ครับ

ก่อนจะเลือก เมืองแวนคูเวอร์
ผมได้เลือกประเทศเยอรมัน เมืองมิวนิค
เพราะอยากได้ภาษาใหม่ เเละ … ( ความลับๆ คับ รอเล่มต่อไป เนอะ )

แต่แล้วโชคชะตาเป็นใจ
ให้ผม ที่เป็นคนหน้าตาน่าสงสาร
ไม่ผ่านสถานทูตเยอรมัน
เนื่องจากผมพูดภาษาเยอรมันไม่เป็นเลยซักนิด
แถมไปแค่สามเดือนมันน้อยเกินไป

พวกเขาคิดว่า
ผมจะไปเป็นอาชญากรอันโหดร้าย ( สงสัยหน้าตาเราน่ากลัว !! )
ผมเลยตัดสินใจ ถามพี่เก่ง
พี่เก่งเป็นเจ้าหน้าที่
ที่คอยดูเเลเอกสารให้ผม

 

” เมืองอะไร ที่สวยที่สุด ” ผมถาม ” พี่เก่ง ”

” เมืองนี้เลย แวนคูเวอร์ ” พี่เก่งตอบ

 

ผมก็เลือกเมืองแวนคูเวอร์นี้เลย

 

ง่ายๆ ครับ ง่ายๆ

ก่อนที่จะขึ้นเครื่องไปเรียน
พี่ผมสองคนใจดีอย่างมาก ชื่อพี่หนิง และ พี่ตั้ง
พี่ตั้งเป็นคนที่มีประสบการณ์ในการเดินทางอย่างโชกโชน
เขาสอนว่าเราต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนขึ้นเครื่อง

ตอนนั้น ตื่นเต้นสุดๆ
เพราะต้องจำทุกอย่าง
กลัวจะลืม ถ้าผมลืมมีหวัง….
พี่ผมสองคนสอนผมอยู่ในร้านอาหารที่สนามบินสุวรรณภมิ
การกินอาหารของ ประเทศไทยครั้งสุดท้าย
ก่อนออกเดินทางนั้น มันน่าจดจำยิ่งนัก

 

” ข้าวไข่เจียวกับน้ำพริกปลาทู ”

 

อร่อยครับ อร่อย !!

 

กินไป นั่งฟังพี่เล่าเรื่องต่างๆไป
เเละสอนวิธีการเตรียมตัวทุกอย่าง
เวลาอยู่บนเครื่องว่าต้องทำอะไรบ้าง

ผมเป็นคนไม่ค่อยเก่งอังกฤษเท่าไหร่
พอถูๆ ไถ่ๆ อย่าถูไถเยอะ นะคับ ” เดี๋ยวแสบ ”

แต่ถ้าให้ผมไปพูดแถๆ คงจะสบายใจกว่า
ผมว่า การพูดแถเป็นศิลปะอย่างหนึ่งนะ
ที่คุณต้องคิดและสร้างสรรค์ออกมา

ว่าจะพูดออกมาป็นอย่างไร…..( นี่ก็เป็นการแถนะ )

 

การเดินทางของผมจะเริ่มจาก
การนั่งเครื่องบินจากสุวรรณาภูมิ
ไปลงที่สนามบินอินชอน
และตบท้ายด้วยการบินตรงไปเมืองแวนคูเวอร์
โดยขึ้นเครื่องของสายการบิน Korean Air

สายการบินนี้

ขอบอก ครับ ขอบอก แจ่มจริงๆ

 

ทำให้ผมนั่งตาโตตลอดทางเลยครับ
ไม่ใช่เพราะแอร์โฮสเตสนะ

“ กาแฟ ” ครับ ” กาแฟ ” ชั่งนุ่มจริงๆ

( อันที่จริงเป็นไปอยางที่คุณคิดนันเเหละ )

แอร์ฮอสเทสทุกคน หน้าตาดีทุกคน

หลังจากผมโบกลาพี่ๆ ของผมเพื่อที่จะไปขึ้นเครื่อง
ความรู้สึกของผมตอนนั้นมันชั่งนิ่งเหลือเกิน ไม่น่าเชื่อ !!

หลังจากนั้นผมได้พบเพื่อนร่วมเดินทางคนใหม่
เราเจอกันบนเครื่องบิน
ตอนนั้นนั่งจาก สุวรรณภมิไปอิชอน
เพื่อนคนนี้ชื่อ Ken Casler ชาว America
อยู่เมือง Seattle เป็นคนใจดีมากๆ

เขามาประเทศไทยเพื่อมาเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่
เป็นคนที่ยิ้มตลอดๆ

ไม่บ้าครับ ไม่บ้า…..

” รอยยิ้ม ” เป็นหน้าต่างของ ” หัวใจ ” ครับ

 

ตอนเราเจอกันบนเครื่องบิน
” เค็น ” คอยพูดคุย กับ ชาวต่างชาติเเทนผมเกือบทุกอย่าง

เค็นยังบอกก่อนจะถึงสนามบินอินชอนว่า
เราสามารถออกไปพักผ่อนในโรงแรมของเพื่อนเค็นได้
ซึ่งอยู่ในตัวเมืองเกาหลี

 

….ทุกอย่างฟรีครับ…..

 

แต่เหตการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
เมื่อ “เค็น” ไม่สามารถออกไปพักข้างนอกได้
เนื่องจากตั๋วของเค็นใช้เวลาพักเครื่องประมาณ 8 ชัวโมง
ซึ่งไม่ได้รับอนุญาติให้ออกไปข้างนอกตัวสนามบินได้
เพราะการที่จะออกไปพักในตัวเมืองได้
จะต้องพักเครื่องมากกว่าหรือเท่ากับ 9 ชั่วโมง

ส่วนของผมเจ้าหน้าที่ของประเทศเกาหลี
บอกกับผมว่าเนื่องจากผมต้องพักเครื่องอยู่ที่อินชอนถึง 9 ชั่วโมง
ผมสามารถออกไปพักโรงแรมข้างนอกได้
และเราจะมีรถรับส่งให้

 

“ เค็น ” ก็ถามผมว่า

” ผมอยากจะออกไปพักข้างนอกหรือไปกับเขา”

ผมตอบว่า ” มาด้วยกันไปด้วยกันดีกว่า ”

พวกเราเลยไปพักอยู่ที่แผนก Prestige class แทน
แผนกนี้จะเป็นที่พักให้กับนักท่องเที่ยวที่รอจะไปจุดหมายต่อไป

” เค็น ” บอกกับผมว่า
ผมเนี่ยต่างจากคนอื่นๆ นะ
เพราะคุณมีโอกาสไปพักในโรงแรมข้างนอกได้อย่างสบายๆ
แต่คุณเลือกที่จะมากับฉัน
คุณเป็นคนน่าสนใจจริงๆ

 

ผมได้ฟังก็รู้สึก ขออนุญาติคุณผู้อ่าน
เพื่อที่ผมจะขอ เขิลนิดๆ เนอะ !!!

 

คนไทยทุกคนน่ารักครับ น่ารัก

 

….To Be Continue…..

.

.

2