Tips Decor 5 สิ่งในบ้านที่ควรมี

เพราะบ้านนั้นแสดงตัวตนของผู้อยู่อาศัย บ้านแต่ละหลังจึงมีบุคลิกที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นเรียบร้อยน่ารัก น่าอยู่ อบอุ่นใจดี หรือกิ๊บเก๋เท่เปรี้ยว ก็ตามแต่รูปแบบ บรรยากาศ เครื่องเรือน และของประดับตกแต่งที่มองเห็นได้จากภายนอก การเลือกบ้านก็เช่นเดียวกับยามที่ได้เจอสาวที่ถูกใจสักคน ความมากความน้อยของเสื้อผ้าหน้าผม วอลล์เปเปอร์ ม่าน โคมไฟระย้า เมื่อมาระกอบรวมๆ กันแล้วจะถูกใจเราหรือไม่ มีเกณฑ์ง่ายๆ สำหรับ 5 สิ่งในบ้านที่ยิ่งมีมากก็ยิ่งดี

 1. Space ที่รู้สึกดี

ความโปร่งโล่งมักเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นแต่รู้สึกได้หากแปลกันตรงๆ ตามตัวอักษร อย่างเช่นการที่ห้องมีผนังกว้าง ไม่มีกำแพงหรือซอกหลืบ แนวเสาเกะกะขวางหูขวางตาจะทำให้ห้องดูโล่ง ส่วนฝ้าเพดานสูงกว่าปกติที่คุ้นชินตาที่ความสูงมาตรฐาน 2.50 เมตรจะทำให้ดูโปร่ง ตามมาด้วยการวางตำแหน่งของช่องเปิดหน้าต่างให้ตรงกับมุมที่เห็นที่มองอยู่ นอกจากความโล่งแล้ว การที่ฝ้าเพดานของบ้านโปร่งนั้นยังสามารถสร้างความรู้สึกโอ่โถงให้กับบ้านได้ โดยเฉพาะห้องรับแขก

 2. Style ที่ถูกใจ

การแต่งบ้านก็เหมือนการแต่งตัวที่จะมีสไตล์ที่ใช่ที่ชอบเป็นพิเศษ Mix & Match เฟอร์นิเจอร์ องค์ประกอบต่างๆ เข้ากับของที่ระลึก ของฝาก ของโปรด ของสะสม ให้โดนใจยิ่งขึ้น ความมากน้อยของสไตล์อยู่ที่ความรู้จักหยุด รู้จักพอดี ไม่ใช่พอไม่ดี บางคนชอบที่จะอยู่บ้านที่เต็มไปด้วยของสะสมและข้าวของจากการเดินทาง ที่ล้วนแล้วแต่แสดงตัวตน จึงต้องควรเผื่อที่ไว้สำหรับจัดวางของเหล่านั้นให้เป็นเรื่องเป็นราว เป็นศิลปะแห่งการจัดแสดง (Art of Display) ที่ไม่ใช่แค่ตู้โชว์แบบ Floor Show

 3. Colour สีสันที่ชอบ

การใช้สีนั้นนับว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนที่สุด เมื่อแรกเห็นอาจจะทำให้เกิดความชอบและไม่ชอบได้ในทันใด ห้องแต่ละห้องจะมีการยอมรับในความจัดจ้านของเนื้อสีนั้นๆ ในดีกรีที่แตกต่างกันไป ก่อนทาเลือก Mix & Match หาว่าใช่ห้องที่คุณอยากได้ไหม หาสูตรในการปรุงห้องให้ได้รสชาติอย่างที่คุณอยากได้ จำไว้ว่าไม่มีห้องไหนไม่มีสีแม้แต่ห้องสีขาว เลือกสีที่แรงที่สุด เข้มที่สุดและไล่สีรองๆ กันลงมา ก่อนระบายลงในแต่ละองค์ประกอบน้อยใหญ่

 4. Pattern ถูกจริต

ลวดลายนั้นสามารถเติมเสน่ห์ให้ผนังเรียบผืนใหญ่ของห้องดูมีอะไรได้ ลวดลายเองนั้นมีทั้งขนาด สีสัน จังหวะความหนาแน่น รวมทั้งเรื่องราวให้เลือก ส่วนจะมากน้อยชัดเจนหรือรางเลือนแผ่วเบานั้นก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งในการติดตั้งจัดวาง ภาพรวม สไตล์ของห้องที่เลือกว่าไปกันได้ไหม

 5. Details ใส่ใจในรายละเอียด

ที่เหลือก็เป็นเรื่องของรายละเอียดเล็กๆ ที่สร้างความสะดุดตาสะดุดใจใหญ่ๆ เช่น การเติมของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ กระจก กรอบรูป โคมไฟ หมอนอิง ให้บ้านดูมีชีวิต

สูตรยาที่สามารถเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ

โสม

เพราะโสมมีฤทธิ์ร้อน เป็นตัวกระตุ้นให้เลือดในร่างกายไหลเวียน ไปเลี้ยงอวัยวะตามส่วนต่างๆ ของร่างกายรวมถึงอวัยวะเพศด้วย 

กล้วยหอม

เป็นผลไม้ที่มีธาตุโพแทสเซียมสูง และเพิ่มความสามารถในการมีเซ็กซ์ และยังมีวิตามิน บี 6 อีกด้วย

 ไข่

เป็นอาหารที่ให้โปรตีนสูงแก่ร่างกาย ในไข่มีกรดอะมิโน ที่จำเป็นต่อร่างกายถึง 9 ชนิด มีไขมัน รวมไปถึงธาตุเหล็ก แร่ธาตุ ไอโอดีน ฯลฯ ซึ่งนิยมนำมาทำ ไข่ลวก เป็นตัวเพิ่มพลังทางเพศ

มะเดื่อ

มะเดื่อมีวิตามินบีชนิดไนอะซินสูง เพื่อช่วยในการไหลเวียนของเลือดทุกส่วนในร่างกาย และมีแมกนีเซียมสูง เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นในการสร้างฮอร์โมน

กระเทียม

กระเทียมมีประโยชน์ในการลดโคเลสเตอรอลในเส้นเลือด แม้ไม่ใช่สารเพิ่มพลังทางเซ็กซ์ แต่มีประโยชน์มากกับชายหลงวัย 40 ปี เพราะจะทำให้เลือดไปเลี้ยงน้องชายได้ดีขึ้น ทำให้นกเขาไม่หลับ 

ไก่ดำ

เนื้อไก่ดำจะมีโปรตีนสูงกว่าเนื้อไก่ชนิดอื่น ทั้งเนื้อและกระดูกที่มีสีดำ ถือเป็นยาเพิ่มพลังทางเพศขนานหนึ่ง 

ช็อกโกแลต

สารเคมีเฟเนเลธิลลาลามิน ในช็อกโกแลต จะเกิดขึ้นเมื่อเวลาที่เรามีความรัก และเป็นสารกระตุ้นทางเพศด้วย

สะระแหน่

เป็นสารอาหารที่กระตุ้นอารมณ์รักใคร่ได้ดีที่สุด ยิ่งหากนำมาผสมรวมกับมะเขือเทศที่ย่างจนสุกแล้วจะได้ ผลดีขึ้น 

กระชายดำ

ขึ้นชื่อมากที่สุดเลยก็ว่าได้ สำหรับกระชายดำ เพราะคุณผู้ชายหลายคนเชื่อกันว่า หากนำกระชายดำมาสกัดและดื่มเพียงวันละจิบ เพียงแค่นี้ก็สามารถเพิ่มพลังทางเพศถึงขนาดเตะปี๊บปลิวเลยทีเดียว

เนื้อหมูบดสุก

เมื่อนำมาผสมกับกล้วยน้ำว้าแก่จัดและน้ำผึ้ง และปั้นเป็นยาลูกกลอน รับประทานวันละ 1 เม็ด พลังทางเพศจะเพิ่มขึ้น

หน่อไม้ฝรั่ง

การรับประทานหน่อไม้ฝรั่งต้มทุกเช้าเป็นเวลา 3 วัน ติดต่อกัน จะช่วยเพิ่มความรู้สึกทางเพศได้ดี

สมุนไพร

กระชาย ข่า ตะไคร้ กระเทียม ใบมะกรูด ขมิ้นชัน พริกไทย ดีปลี นำทุกส่วนมาอย่างละเท่าๆ กัน แล้วบดให้ละเอียดผสมกับน้ำผึ้ง ปั้นเป็นลูกกลอน รับประทานวันละ 1 เม็ด จะรู้สึกคึกคักเรื่องเพศมากขึ้น

แครอท

ในแครอทมีสารเบต้าแคโรทีมสูง ช่วยเพิ่มปริมาณสเปิร์มและระดับฮอร์โมนเพศโปรเจสเตอโรน

กุ้ง

ในตัวกุ้งมีสาร ฟีนิลอะลานีน เป็นกรดอะมิโนที่มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นอารมณ์รักใคร่ให้มากขึ้น

บัญญัติ 21 ประการ ดูแลบ้านหลังน้ำท่วม

1. น้ำท่วมแล้ว น้ำลดแล้ว บ้านมีปัญหา เริ่มต้นที่ไหนดี

ความทุกข์ยากลำบากฉากแรกเพิ่งกำลังจะผ่านไปหลังน้ำลด แต่ความทุกข์ใหม่ กำลังเข้ามาแทนที่ เพราะสภาพ ของบ้าน อันถือว่าเป็นหนึ่ง ในปัจจัย 4 ของเรา มีสภาพที่น่าอึดอัด น่าอันตรายและเป็นรอยแผลที่หลายคน อยากจะเมินหน้าหนี หากคิดจะแก้ปัญหาบ้านหลังน้ำท่วม เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าปัจจุบัน (แม้ไม่ สามารถ จะเปรียบเทียบ เท่ากับอดีต) แนะนำในฐานะลูกหลาน พี่น้องว่าน่าจะ เริ่มต้นดังนี้

  • อย่าซีเรียสว่า ทำไมน้ำถึงท่วม ราชการหรือรัฐบาลไปอยู่ที่ไหน เพื่อน ๆ ในถิ่นอื่นทำไมบ้านเขา น้ำไม่ท่วม ฯลฯ เพราะนั่นไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหา “บ้านหลังน้ำท่วม” ที่เรากำลังจะคุยกันในบันทึกนี้
  • ทำการตรวจสอบด้วยจิตอันนิ่งๆว่า บ้านเราเกิดปัญหาใดเพิ่มขึ้นบ้าง เมื่อเปรียบเทียบกับ ก่อนน้ำท่วม เช่นรั้วเอียง ปาเก้ล่อน แมลงสาบหายไปไหน ค่าไฟเพิ่ม ฯลฯ และ ทำบันทึกไว้เป็นข้อ ๆ ให้อ่านง่ายจดจำง่าย (ภาษาฝรั่ง เขาเรียกว่าทำ Check List)
  • ถามตนเองว่าสภาพการเงินเราเป็นอย่างไร มีเงินจะใช้สำหรับการซ่อมแซมเท่าไร (รวมถึง การกู้ยืม แหล่งอื่น แต่ไม่รวม การโกง บ้านกินเมือง) จะได้วางแนวทางการจ่ายเงินอย่างมีขีดจำกัด และมีความเป็นไปได้
  • เปิดบันทึกนี้อ่านให้จบ อย่าโกรธหากบางตอนของบันทึกนี้มีรูปตลกเกินไป หรือเขียนแบบสบาย ๆเกินไปบ้างในบางประโยคครับ

2. น้ำไม่ท่วมบ้าน แต่ท่วมถนนซอยหน้าบ้าน ต้องทำอะไรไหมหนอ

น้ำไม่ท่วมตัวบ้าน หรือแม้แต่บริเวณสนามหญ้าในบ้าน แต่ท่วมที่ถนนหน้าบ้านอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ก็ไม่น่าจะวางใจนัก เพราะ ส่วนที่บ้านเรากับทางสาธารณะ จะต้องเชื่อมประสานกันมากที่สุด และเรามักจะมองข้ามไปก็คือ “ท่อระบายน้ำ” ที่ถ่ายเทน้ำจากบ้านเรา ระบายออกสู่ท่อระบายน้ำของหลวง ในยามที่น้ำท่วมทางสาธารณะ แน่นอนน้ำจะต้องท่วม ท่อระบายน้ำของหลวงท่านด้วย น้ำในบ้านเราก็เลยไม่ระบายออก แถมในทางกลับกัน น้ำในท่อระบายน้ำสาธารณะ อาจจะไหลกลับเข้าสู่บ้านเราได้ เมื่อมีการไหลกลับเช่นที่ว่า นอกจากจะพาเอาน้ำเข้ามาแล้ว ยังน่าจะพาเอาเศษดินโคลนต่าง ๆ เข้ามาด้วย เมื่อน้ำค่อย ๆ ลดลง เศษดิน โคลน ก็จะกองติดอยู่ในท่อระบายน้ำบ้านเรา ท่อระบายน้ำบ้านเราที่เล็กอยู่แล้ว ก็จะเกิดอาการอุดตัน หรือมีพื้นที่ว่างเหลือน้อยกว่าปกติ แนวทางในการแก้ไขและข้อควรจะระวัง น่าจะมีดังต่อไปนี้

  • หากเป็นท่อระบายน้ำระบบมีฝาเปิดตลอดแนว ก็เปิดฝาแล้วตักไอ้เจ้าดินโคลนเศษขยะนั้นออก
  • หากเป็นท่อระบบไม่มีฝาเปิดตลอด ก็เอาไม้ยาว ๆ ควานดู (แบบที่เขาขุดลอกท่อระบายน้ำของ กทม. นั่นแหละครับ)
  • หากทำไม่ได้ ทำไม่เป็น ทำไม่ไหว ขี้เกียจทำ ก็ไปจ้างคนอื่นเขาทำ แต่ขอร้องเถอะครับ อย่าเอาตัวมุดลงไป ในท่อแล้วทำเอง เพราะอาจไม่ได้กลับออกมา

อย่าพยายามใช้น้ำฉีด เพราะจะเปลืองน้ำมากและยังคงทำความสะอาดท่อลำบาก แถมยังทำบาปกับคนอื่นเขา เพราะ เจ้าเศษโคลน ทั้งหลายจะระบายลงสู่ ท่อสาธารณะ ทำให้ท่อของหลวงท่าน อุดตันตื้นเขิน …อันเป็น สาเหตุ หนึ่ง ที่ทำให้น้ำท่วมบ้าน ท่วมเมือง เนื่องจากระบายน้ำไม่ได้ อย่างที่น่าจะเป็น เมื่อทำการกวาดล้างเสร็จแล้ว ลองตรวจสอบอีกครั้งดูว่าระดับน้ำในท่อระบายน้ำเรานั้นไหลไปทางไหน ขอให้แน่ใจว่า จะไหลออกจากบ้านเรา สู่ท่อสาธารณะ หากยังไหลกลับทางกัน กรุณากลับไปอ่าน ข้อที่หนึ่งใหม่ หากหน้าบ้านท่านไม่มีท่อระบายน้ำสาธารณะ ก็ให้ตรวจสอบว่าน้ำไหลไปทางไหน ระบายออกทางไหน และให้ถือว่า จุดที่น้ำระบายออก จากบ้านเรา เป็นทางสาธารณะไปก่อน (หวังว่าบ้านท่านคงจะ ไม่ระบายน้ำ สะเปะสะปะ ผิดกฎหมายนะครับ)

3. รั้วคอนกรีตที่แข็งแรงของผม ต้องตรวจดูอะไรหลังน้ำลดไหม

น้ำคือองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของธรรมชาติ และธรรมชาติเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เกินกว่าที่มนุษย์จะไปท้าทายแข่งขัน รั้วคอนกรีตของท่าน คงจะไม่สามารถฝืนกฎนี้ได้ ปัญหาที่อาจจะเกิดกับรั้วของท่านก็เป็นเรื่องจากยามน้ำท่วม ดินที่ฐานรั้วท่านอาจจะอ่อนตัวลง ความสามารถในการ รับน้ำหนัก อาจจะน้อยลง หรือระดับที่ดินในบ้านกับนอกบ้านท่านมีระดับแตกต่างกัน ยามเมื่อน้ำที่ท่วมลดลง อาจจะเกิดแรงดูด ทำให้รั้วของท่าน เอียงไปก็ได้ หรือในขณะที่น้ำท่วมรั้วของท่าน อาจต้องทำหน้าที่เป็น “เขื่อน” ที่ต้องรับน้ำหนักน้ำเป็นอย่างมาก ความสามารถในการรับน้ำหนักอาจ “คลาก” ความแข็งแรงลดลงไปได้ ดังนั้นเพื่อความมั่นใจกรุณาตรวจสอบ และหาแนวทางแก้ไขดังนี้ ใช้สายตาของท่านเล็งดูว่ารั้วของท่านยังตั้งฉากอยู่ดีหรือไม่ หากมีการเอียงเล็กน้อยก็เอาไม้ค้ำยันด้านที่เอียงออก เอาไว้ก่อน มีสตางค์เมื่อไรก็รีบซ่อมทันที

  • หากตรวจสอบแล้วปรากฏว่ารั้วของท่านเอียงมาก เอียงจนแนวออกหรือจะออกนอกแนวศูนย์ถ่วง (C.G.) ต้องรีบซ่อมแซมทันที (โดยช่างก่อสร้าง ที่พอจะมีความรอบรู้) หากยังไม่มีงบประมาณ ก็ต้องค้ำยันไว้ อย่างแน่นหนามาก ๆ เพราะน้ำหนักรั้วที่แข็งแรงของท่านนั้นหนักมาก (ไม่เชื่อลองไปนอนให้รั้วพังทับดูก็ได้ไม่ว่ากัน)
  • หากรั้วของท่านมีคานคอดิน (คานตัวล่างสุดที่อยู่ใกล้ระดับดิน) รับน้ำหนักรั้วอยู่ พอน้ำลดลง น้ำอาจพาดิน ใต้คานคอดินของท่าน ออกไปด้วย ก็จะเกิดรูโพรงใต้คานรั้วของท่าน อันอาจเป็นเหตุให้สัตว์ต่าง ๆ เดิน – วิ่ง – มุด – เลื้อย เข้าไปในบ้าน ของท่านได้ หรือไม่ก็ทำให้ดินของท่านไหลออกจากบ้านสู่ทางสาธารณะไปเรื่อย ๆ ภายหลัง (อันทำให้ดินของท่าน หมดสนาม และถนนสาธารณะต้องสกปรก) ก็ขอให้เติมดินอัดกลับเข้าไป ให้คงเดิม

นอกจากจะตรวจดูที่รั้วบ้านแล้ว ท่านน่าจะต้องตรวจดูที่ประตูรั้วท่านด้วย เพราะประตูส่วนใหญ่ จะทำด้วยเหล็ก หรือไม้ (พวกอัลลอยด์ไม่ค่อยเป็นอะไร ยกเว้นบริเวณบานพับหรือกลอนที่อาจจะทำด้วยเหล็ก) อาจมีอาการผุกร่อนได้ ทำให้บานประตูไม่สามารถปิดได้เหมือนเดิม หรืออาจจะหลุดออกมาทั้งบาน !!! ทำการผูกรัดให้แข็งแรงเสีย มีเงินเมื่อไร อย่าลืมควักออกมาซ่อมแซมก็แล้วกัน

4. ช่วยด้วย ต้นไม้บ้านหนู เขากำลังจะตายกันหมด

น้ำท่วมคราวนี้คร่าชีวิตต้นไม้ไปมากมาย ทั้งพืชทางเศรษฐกิจและพืชที่เราปลูกกันไว้ในบ้าน หากบ้านใดน้ำท่วมเป็นเวลานาน ต้นไม้ต้นหญ้าขนาดเล็ก จะต้องตายหมดแน่นอน แนวทางการแก้ไขก็คือ ต้องเริ่มต้นปลูกกันใหม่ (ต้นไม้เขาตายไปแล้ว เรามิใช่เทวดาที่จะเรียก ให้เขาฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้) แต่ต้นไม้บางต้นที่ยังไม่ถึงที่แต่ก็กำลังจะถึงที่ตาย มีแนวทางที่ เรา จะช่วยเหลือเยียวยาเขาได้ ลองทำดังนี้ดูนะครับคุณหนู อย่าให้ปุ๋ยเด็ดขาด (ทั้งปุ๋ยวิทยาศาสตร์ ปุ๋ยธรรมชาติ หรือปุ๋ยนางงามจักรวาล) เพราะน้ำท่วมทำให้รากต้นไม้ อ่อนแอ เขาต้องการ เวลาพักฟื้นตัว ไม่ใช่ต้องการปุ๋ย (อย่างคนอาการโคม่า ย่อมไม่ต้องการรับประทาน สเต๊ก เนื้อสันฉันนั้น) ขุดหลุมเล็กขนาดลึกสัก 50 ซม. ถึง 1 เมตร ไว้ข้าง ๆ ต้นไม้นั้น เพื่อให้น้ำที่ขังอยู่บริเวณรากไม้ไหลลงสู่หลุมที่เราขุด เป็นการช่วยอาการรากสำลักน้ำได้ แล้วก็คอยเอาเครื่องดูดน้ำเล็ก ๆ (ภาษาชาวบ้านเรียกเจ้าเครื่องนี้ว่า ไดรโว่ ราคาประมาณ สองถึงสามพันบาท) คอยสูบน้ำออก แต่หากไม่มีกะตัง จะซื้อเครื่องสูบน้ำนี้ ก็ต้องออกแรงขุดหลุม กว้างหน่อย (อย่ากว้างมาก จนต้นไม้เขาล้ม) แล้วใช้ขันหรือถังค่อย ๆ เอื้อมมือตักน้ำออก หากเห็นว่า รากต้นไม้ไม่แข็งแรงเพียงพอที่จะยึดลำต้นเอาไว้ กรุณาอย่าอัดดินลงไปให้แน่นเป็นอันขาด ต้นไม้เขาจะรีบ ๆ ตาย ทันที ให้ใช้วิธีดามหรือค้ำยันลำต้นเอาไว้แทน รอจนรากเขาแข็งแรงเหมือนเดิม แล้วจึงเอาไม้ดามไม้ค้ำยันออก

ขอให้หนูโชคดีในการรักษาต้นไม้เอาไว้ หากโชคร้ายเขาต้องตายจากไป กรุณาปลูกขึ้นมาใหม่ เพราะต้นไม้หนึ่งต้น ขนาดต้นมะม่วงบ้านเรา จะถ่ายเทความร้อนได้เท่ากับเครื่องปรับอากาศ 1 ตัน แถมยังมีร่มเงาให้เราอีก ผลิตอากาศบริสุทธิ์ ให้เราใช้ กรองเสียงและกรองฝุ่นออกจากตัวบ้านเรา เราจะได้ใช้ไฟฟ้าให้น้อยลง ประเทศเราจะได้ไม่ต้องตัดไม้ทำลายป่าสร้างเขื่อน และน้ำก็จะท่วมประเทศไทยน้อยลง เราก็จะลำบากน้อยลง

5. ปาเก้บ้านดิฉัน กลายเป็นปลาลอยน้ำ น่าปาทิ้งไหมคะ ?

ก่อนอื่นต้องขอภาวนาว่าพื้นปาเก้ที่บ้านคุณนั้น เป็นปาเก้พื้นชั้นล่าง ไม่ใช่ปาเก้พื้นชั้นบน แต่ที่ว่าน่าจะปาทิ้งหรือไม่นั้น ผมขออนุญาต เล่าและอธิบายดังนี้

ปาเก้เป็นไม้ซึ่งอยู่ได้ด้วยกาว ดังนั้น พื้นปาเก้จึงเป็น พื้นที่อ่อนแอ กับอาการ น้ำท่วม อย่างยิ่ง เพราะทั้งไม้ ก็จะบวมขึ้นมา กาวก็จะหลุดล่อน ดังนั้นเมื่อ น้ำท่วมพื้นปาเก้ก็ต้องมีปัญหาแน่นอน อย่าไปโทษช่างทำปาเก้ หรือ อย่าไป คิดอะไรมาก

  • หากน้ำท่วมสัก 5-7 วัน นอกจากปาเก้จะหลุดล่อนลอยน้ำ ปูดโปนขึ้นมาแล้ว ยังจะมี อาการ “บูดเน่า” ให้เกิดกลิ่นเหม็น และอาจ เป็นอันตราย น้อย ๆ หากต้อง สูดดมอยู่ตลอด ทั้งวันทั้งคืน
  • หากปาเก้เปียกน้ำสักเล็กน้อย ไม่ถึงกับหลุดล่อนปูดโปนไม่ต้องทำอะไรมาก เช็ดทำความสะอาด แล้วปล่อยทิ้งไว้ เปิดหน้าต่าง ประตู ให้อากาศถ่ายเท ความชื้นออกไป ไม่กี่วันปาเก้ก็อาจเข้ารูปเดิมปกติได้ แต่มีข้อที่น่าคิดก็คือ อย่าเอาน้ำมัน หรือแลคเกอร์ หรือแว็กซ์ ไปทาทับตอนที่ปาเก้ยังชื้นอยู่ เพราะ สารเหล่านั้น จะไปเคลือบ ผิวไม้ ทำให้ความชื้น ในเนื้อไม้ (และเนื้อพื้นคอนกรีต ใต้ปาเก้) ไม่ระเหยออกมา
  • หากปาเก้มีอาการหนัก บิดงอ ปูดโปน เบี้ยวบูด ผุกร่อน เหม็นเน่า…กรุณาอย่าเสียดาย กรุณาเลาะออกมา หากเลาะออกมาแล้ว ยังอยู่ในสภาพดี ก็ผึ่งลมเอาไว้ให้แห้ง เผื่ออาจมีประโยชน์ในวันหลัง
  • หากเลาะพื้นปาเก้ออกมีข้อคิดว่า หากจะปูอะไรทับแทนก็ต้องระวังเรื่องน้ำหนักของวัสดุที่จะปูแทนนั้น ว่าหนักมากไหม หากหนักมาก ก็ต้องดูระบบโครงสร้างบ้านเราด้วยว่ามีความแข็งแรงไหม (ถามช่างผู้รู้ ให้ช่วย ดูก็ได้) เพราะปาเก้นั้น เป็นไม้ น้ำหนักเบา พื้นที่หนึ่งตารางเมตร อาจจะหนักเพียง 5 กิโลกรัม แต่พื้นหินอ่อน หรือแกรนิต น้ำหนักรวมปูนทราย ที่ใช้ปู หนึ่งตารางเมตรอาจหนักตั้ง 120 กิโลกรัม
  • หากจะปูปาเก้เช่นเดิม (เพราะชอบความเป็นไม้ที่ให้ความนุ่มนวล) หรือปูวัสดุอื่นที่ใช้ “กาว” เป็นตัว ประสาน กรุณาอย่า ปูทับลงทันที ต้องรอ ให้พื้นคอนกรีตแห้งก่อน (อาจใช้เวลาเป็นเดือน) แล้วจึงปูลงไปได้ ไม่เช่นนั้น รับรองว่าปูเท่าไรลงไป ก็ล่อนออกมาเท่านั้น

6. ปลั๊กไฟบ้านผม น้ำท่วมไม่เป็นไร น้ำลดจะเป็นไรไหม ?

แม้คำถามของคุณออกจะกวนกวนอยู่บ้าง แต่เราก็พยายามเข้าใจและเห็นใจ ว่าในขณะที่ น้ำท่วม นั้นท่านปิดวงจรไฟฟ้าทั้งบ้าน (ภาษาชาวบ้านเรียกว่า ปิดคัทเอ๊าท์) น้ำท่วมก็คงไม่เป็นไรอยู่แล้ว เพราะไม่มีกระแส ไฟฟ้าเดิน แต่พอ น้ำลด อยากจะเปิดไฟใช้ คงหวั่นเกรงเหมือนกัน ว่าจะเป็นอย่างไร เอาละ ครับ ผมขอสรุป แนวทาง ดังนี้ดีกว่า

ลองเปิดคัทเอ๊าท์ให้มีกระแสไฟฟ้าเข้ามา (อย่าลืมต้องมีฟิวส์ที่คัทเอ๊าท์เสมอ) หากปลั๊กหรือจุดใดจุดหนึ่งยังชื้น หรือเปียกอยู่ คัทเอ๊าท์จะตัดไฟและฟิวส์จะขาด ลองเปลี่ยนฟิวส์แล้วทิ้งไว้สัก 1 วัน ให้ความชื้นระเหย ออกไปบ้าง แล้วดำเนินการใหม่ หากคัทเอ๊าท์ยังตัดไฟเหมือนเดิม กรุณาตาม ช่างไฟฟ้า ผู้รู้เรื่องมาแก้ไข (เสียเงินบ้างก็เป็นเรื่องจำเป็น) ดีกว่าเอาชีวิตเสี่ยงต่อไป

หากผ่านข้อที่ 1 ลองทดสอบเปิดไฟฟ้าทีละจุด และทดสอบกระแสไฟฟ้า ในปลั๊ก แต่ละอันว่ามี ไฟฟ้ามาปกติ หรือไม่ (อาจหาซื้อ อุปกรณ์ตรวจ กระแสไฟฟ้า ขนาดเล็ก จาก ห้างไฟฟ้าทั่วไป รูปร่างหน้าตาคล้ายไขควง มาเสียบทดสอบดูก็จะสะดวกดี) หาก ทุกจุดทำงาน ปกติก็ถือว่า สบายใจได้ไปอีกระดับหนึ่ง หากมีปัญหา บางจุด ก็อาจรอสักนิดให้ความชื้นระเหยออกเช่นข้อแรก (แต่หากพอมีเงิน กรุณาอย่าเสี่ยงเลยครับ)

ดับไฟทุกจุดในบ้าน ปลดเครื่องใช้ไฟฟ้าออกทั้งหมด แต่ยังคงเปิดคัทเอ๊าท์เอาไว้ แล้ววิ่งไปดู มิเตอร์ไฟฟ้าหน้าบ้านว่าเคลื่อนไหวหรือไม่ (อาจต้องรอสักพักโดยการจดตัวเลข หรือใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปไว้) หากไม่เคลื่อนไหวแสดงว่า ไฟฟ้าในบ้านเราไม่น่าจะรั่ว แต่หากมิเตอร์หมุนแสดงว่า ท่านยังปิดการใช้ไฟฟ้าในบ้านท่านไม่หมด หรือไฟฟ้า ตามสาย ตามท่อ ตามจุด บางจุดในบ้านท่าน อาจจะรั่วได้รีบตามช่างไฟมาดูแล

เรื่องไฟฟ้านี้เป็น เรื่องของผู้ใหญ่ ไม่ใช่เรื่องของเด็กเป็นเรื่องของคนขี้ขลาด ไม่ใช่เรื่องของผู้กล้าหาญ ดังนั้นกรุณาอย่าประมาท น้ำท่วมก็เสียหายมากพอแล้ว อย่าต้องมาจัดงานอัปมงคลตามหลังกันอีกเลย …ซีเรียสนะครับ !

Continue reading

โรคที่มากับน้ำท่วม

โรคน้ำกัดเท้าและผื่นคัน

เกิดขึ้นได้ก็เพราะผิวหนังเท้าของเรา โดยเฉพาะที่ง่ามเท้าเกิดเปียกชื้นและสกปรก เวลาที่เท้าสกปรก สิ่งสกปรกจะเป็นอาหารอย่างหนึ่งที่ทำให้เชื้อราหรือเชื้อโรคเจริญเติบโตได้ ดี เท้าที่แช่น้ำหรือเปียกชื้นอยู่ตลอดเวลา จะทำให้ผิวหนังที่เท้าอ่อนส่วนผิว ๆของหนังจะเปื่อยและหลุดออก เศษผิวหนังที่เปื่อยนี้จะทำให้เชื้อโรคที่ปลิวไปปลิวมาเกาะติดได้ง่าย และผิวที่เปื่อยก็เป็นอาหารของเชื้อราได้ดี เชื้อราจึงไปอาศัยทำให้เกิดแผลเล็กๆขึ้นตามซอกนิ้วเท้าเกิดเป็นโรคน้ำกัด เท้าขึ้น

โรคน้ำกัดเท้า มักพบว่ามีอาการคันและอักเสบตามซอกนิ้วเท้า (หรือนิ้วมือ) และถ้ามีเชื้อแบคทีเรียเข้าแทรกซ้อนด้วย ก็จะทำให้อักเสบเป็นหนอง และเจ็บปวดจนเดินลำบากได้

ไข้หวัด

ไข้หวัดเป็นการติดเชื้อของจมูก และคอ บางครั้งเรียก upper respiratory tract infection URI เกิดจากเชื้อไวรัสซึ่งรวมเรียกว่า Coryza viruses ประกอบด้วย Rhino-viruses เป็นสำคัญ เชื้อชนิดอื่นๆมี Adenoviruses, Respiratory syncytial virus เมื่อเชื้อเข้าสู่จมูก และคอจะทำให้เยื่อจมูกบวม และแดง มีการหลังของเมือกออกมาแม้ว่าจะเป็นโรคที่หายเองใน 1 สัปดาห์แต่เป็นโรคที่นำผู้ป่วยไปพบแพทย์มากที่สุดโดยเฉลี่ยเด็กจะเป็นไข้ หวัด 6-12 ครั้งต่อปี ผู้ใหญ่จะเป็น 2-4 ครั้ง ผู้หญิงเป็นบ่อยกว่าผู้ชายเนื่องจากใกล้ชิดกับเด็ก คนสูงอายุอาจจะเป็นปีละครั้ง

โรคเครียดวิตกกังวล

ความเครียดเป็นระบบเตือนภัยของร่างกายให้เตรียมพร้อมที่กระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การมีความเครียดน้อยเกินไปและมากเกินไปไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ ส่วนใหญ่เข้าใจว่าความเครียดเป็นสิ่งไม่ดีมันก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ หัวใจเต้นเร็ว แน่นท้อง มือเท้าเย็น แต่ความเครียดก็มีส่วนดีเช่น ความตื่นเต้นความท้าทายและความสนุก สรุปแล้วความเครียดคือสิ่งที่มาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชีวิตซึ่งมี่ทั้ง ผลดีและผลเสีย

โรคตาแดง

โรคตาแดงเป็นโรคตาที่พบได้บ่อย เป็นการอักเสบของเยื่อบุตา(conjuntiva)ที่คลุมหนังตาบนและล่างรวมเยื่อบุตา ที่คลุมตาขาว โรคตาแดงอาจจะเป็นแบบเฉียบพลัน หรือแบบเรื้อรัง สาเหตุอาจจะเกิดจากเชื้อแบคทีเรีบ ไวรัส Chlamydia trachomatis ภูมิแพ้ หรือสัมผัสสารที่เป็นพิษต่อตา สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส มักจะติดต่อทางมือ ผ้าเช็ดหน้าหรือผ้าเช็ดตัวโดยมากใช้เวลาหาย 2 สัปดาห์ ตาแดงจากโรคภูมิแพ้มักจะเป็นตาแดงเรื้อรัง มีการอักเสบของหนังตา ตาแห้ง การใช้contact lens หรือน้ำยาล้างตาก็เป็นสาเหตุของตาแดงเรื้อรัง

โรคอุจาจระร่วง

โรคอุจจาระร่วง หมายถึง ภาวะที่มีการถ่ายอุจจาระเหลว จำนวน 3 ครั้งต่อกันหรือมากกว่า หรือถ่ายเป็นน้ำมากกว่า 1 ครั้ง ใน 1 วัน หรือถ่ายเป็นมูกหรือปนเลือดอย่างน้อย 1 ครั้ง สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อในลำไส้จากเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส โปรโตซัว ปรสิตและหนอนพยาธิ สถานีอนามัย โรงพยาบาลชุมชนในประเทศไทยมักจะหาสาเหตุของเชื้อโรคที่ก่อให้เกิดอาการ อุจจาระร่วงไม่ได้ ก็จะให้การวินิจฉัยจากอาการ อาการแสดงและลักษณะอุจจาระได้แก่ บิด (Dysentery) อาหารเป็นพิษ (Food poisoning) ไข้ทัยฟอยด์ (Typhoid fever) เป็นต้น ในกรณีที่มีอาการของโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันไม่ใช่โรคดังกล่าวข้างต้น และอาการไม่เกิน 14 วัน ก็จะรายงานเป็นโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน (Acute diarrhea)

ข้อมูลการให้ความช่วยเหลือจากกองทัพบก

ขอบคุณกองทัพบก ที่เป็นกองทัพของประชาชน

กองทัพบกจัดยานพาหนะบริการรับส่ง ประชาชนในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ที่ประสบอุทกภัย รวม 38 เส้นทาง เป็นทางรถ 32 เส้นทาง ทางเรือ 5 เส้นทาง และทางเรือต่อรถ 1 เส้นทาง แบ่งเป็นโซน ดังนี้

โซนที่ 1 พื้นที่ดอนเมือง หลักสี่ บางเขน 7 เส้นทาง เวลา 07.00-22.00 น. รถออกทุก 25 นาที

โซนที่ 2 พื้นที่ลาดกระบัง หนองจอก มีนบุรี 5 เส้นทาง ช่วงเช้า 06.00-10.00 น. ช่วงเย็น 15.30-19.00 น. รถออกทุก 15 นาที ยกเว้นในซอยราษฎรอุทิศ รถออกทุก 2 ชั่วโมง

โซนที่ 3 พื้นที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม 2 เส้นทาง เวลา 17.00-22.00 น. รถออกทุก 1 ชั่วโมง

โซนที่ 4 พื้นที่ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี 1 เส้นทาง เวลา 08.00-18.00 น. ส่วนในพื้นที่ จ.นนทบุรี และปทุมธานี 23 เส้นทาง เวลา 17.00-22.00 น. ยานพาหนะออกทุก 2 ชั่วโมง

เขตลาดพร้าว บึงกุ่ม คันนายาว ต้องการขอความช่วยเหลือจากทหาร โทรหา พ.ท.ศักดิ์ชัย พงศ์พนาไกร 0-2573-2233

เขตบางซื่อ ร.1รอ. /ร.ท.สันติ 08 9424 4387

เขตห้วยขวาง ร.1/4รอ./ ร.ท.วสันต์ 08 9511 4630

เขตบางกะปิ ปตอ./1 พ.ท.วีรยุทธ วุฒิศิริ 0 2241 2560

เขตวังทองหลาง ช./1รอ. ร.ต.ฉัตรชัย 08 6089 2112

เขตบึงกุ่ม ปตอ./6 พ.ท.ศักดิ์ชัย วงศ์พนาไกร 0 2573 2233

เขตคันนายาว ปตอ./6 พ..ศักดิ์ชัย วงศ์พนาไกร 02-5732233

เขตคลองสามวา พันสห.11. พ.ท.โอม ปัจจักขะภัติ 0 2565 8257

เขตสายไหม ร.1/1รอ. พ.ท.ณัฐพงษ์ อัศวินวงษ์ 08 1813 3131

เขตดอนเมือง พันร.มทบ.11 พ.อ.ชนมภรณ์ ภิบาลชนม์ 08-1925-2758

เขตตลิ่งชัน แจ้งขอความช่วยเหลือ ทบ.ได้ที่ พ.ท.อรรถชัย 08 1661 3316 พ.อ.ณัฐพงษ์ 081-876-7682 จ.ส.อ.กมล 085-657-0590

เขตแจ้งวัฒนะ โทร 0 2243 020 ต่อ 92510 ร.อ.วัชิระพล แสงอุทัย

เขตทวีวัฒนา แจ้งขอความช่วยเหลือ ทบ. ได้ที่ พ.ท.อัษฎาวุธ 081-933-7674 /ร.อ.ธนวัฒน์ 081-277-0405 /จ.ส.ท.การัน 086-011-5265 โทร. 08 4553 9500

เขตตลิ่งชัน แจ้งขอความช่วยเหลือ ทบ.ได้ที่ พ.ท.อรรถชัย 081-661-3316 พ.อ.ณัฐพงษ์ 081-876-7682 จ.ส.อ.กมล 085-657-0590

เขตทุ่งครุ / เขตบางขุนเทียน แจ้งขอความช่วยเหลือ ทบ. ได้ที่ พ.ท.คึกฤทธิ์ 085-147-7775 /ร.อ.ธนพงษ์ 087-161-8833 /ร.ท.นิรุต 086-415-9030

เขตภาษีเจริญ / เขตบางแค แจ้งขอความช่วยเหลือ ทบ.ได้ที่ พ.ท.พิทยากูล 086-777-1180 /ร.อ.วีระศักดิ์ 081-892-4520 /จ.ส.ท.เดชา 080-297-2184

เขตบางบอน / เขตหนองแขม แจ้งขอความช่วยเหลือ ทบ.ได้ที่ พ.ท.วิวัฒน์ 08 6317 9125 /ร.ท.ชัยชาญ 089-546-8264 /ส.อ.ทนงศักดิ์ 084-317-0991

เขตจตุจักร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เปิดหน่วยยกรถฉุกเฉินบริการยกรถหนีน้ำ และขนของหนีน้ำมีทั้งรถ-เรือให้บริการ (ในเขตก่อน) สามารถใช้บริการรถยก ส.ส.อรรถวิชช์ @Atavit 24 ช.ม.ไม่เสียค่าใช้จ่าย โทร 08 6322 4688

จ.ปทุมธานี – พัน.ร.มทบ11 พ.อ.ชนมาภรณ์ ภิบาลชนม์ 08-1925-2758

จ.ปทุมธานี อ.ลำลูกกา – พธ.ทบ. พ.ท.ดิตถ์ ชวะนันท์ 08-1941-0246

จ.นนทบุรี ปากเกร็ด – กอง สพบ.พล.ปตอ. พ.ต.ชัยยันต์ หยกสุริยันต์ 0 2573 4492

จ.นนทบุรี อ.เมือง – พล.ปตอ. ร.อ.วชิรพล เเสงอทัย 0 2243 0200 ต่อ 92510

ทางด้านกองทัพเรือ ได้ทำการสร้างแพขนาดใหญ่น้ำหนักบรรทุก 15 ตัน เพื่อเป็นสถานีเรือช่วยเหลือประชาชนซึ่งจะสามารถใช้เป็น ศูนย์บัญชาการ จุดอพยพ จุดจอดเรือ ให้บริการทางการแพทย์ รวมถึงเป็นครัวสนามลอยน้ำ ซึ่งกรมอู่ทหารเรือ ดำเนินการสร้างแพดังกล่าว มีขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 12.5 เมตร 2 แพ และนำไปติดตั้งที่วัดไทรม้าใต้ จ.นนทบุรี ขณะนี้กองทัพเรือได้สร้างแพเพิ่มอีก 3 แพ เพื่อใช้ในการขนถ่ายประชาชนที่ต้องการอพยพทางน้ำ เพื่อให้เรือขนาดใหญ่ลำเลียงประชาชนไปสู่พื้นที่ปลอดภัย

ประชาชนที่ต้องการขอรับความช่วยเหลือจากกองทัพเรือสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยฐานทัพเรือกรุงเทพ หมายเลขโทรศัพท์เวลาราชการ (02)475-4943 นอกเวลาราชการ(02)4755269 หรือที่สายด่วนศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ 1696 ตลอด 24 ชม.