ข้อมูลการให้ความช่วยเหลือจากกองทัพบก

ขอบคุณกองทัพบก ที่เป็นกองทัพของประชาชน

กองทัพบกจัดยานพาหนะบริการรับส่ง ประชาชนในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ที่ประสบอุทกภัย รวม 38 เส้นทาง เป็นทางรถ 32 เส้นทาง ทางเรือ 5 เส้นทาง และทางเรือต่อรถ 1 เส้นทาง แบ่งเป็นโซน ดังนี้

โซนที่ 1 พื้นที่ดอนเมือง หลักสี่ บางเขน 7 เส้นทาง เวลา 07.00-22.00 น. รถออกทุก 25 นาที

โซนที่ 2 พื้นที่ลาดกระบัง หนองจอก มีนบุรี 5 เส้นทาง ช่วงเช้า 06.00-10.00 น. ช่วงเย็น 15.30-19.00 น. รถออกทุก 15 นาที ยกเว้นในซอยราษฎรอุทิศ รถออกทุก 2 ชั่วโมง

โซนที่ 3 พื้นที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม 2 เส้นทาง เวลา 17.00-22.00 น. รถออกทุก 1 ชั่วโมง

โซนที่ 4 พื้นที่ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี 1 เส้นทาง เวลา 08.00-18.00 น. ส่วนในพื้นที่ จ.นนทบุรี และปทุมธานี 23 เส้นทาง เวลา 17.00-22.00 น. ยานพาหนะออกทุก 2 ชั่วโมง

เขตลาดพร้าว บึงกุ่ม คันนายาว ต้องการขอความช่วยเหลือจากทหาร โทรหา พ.ท.ศักดิ์ชัย พงศ์พนาไกร 0-2573-2233

เขตบางซื่อ ร.1รอ. /ร.ท.สันติ 08 9424 4387

เขตห้วยขวาง ร.1/4รอ./ ร.ท.วสันต์ 08 9511 4630

เขตบางกะปิ ปตอ./1 พ.ท.วีรยุทธ วุฒิศิริ 0 2241 2560

เขตวังทองหลาง ช./1รอ. ร.ต.ฉัตรชัย 08 6089 2112

เขตบึงกุ่ม ปตอ./6 พ.ท.ศักดิ์ชัย วงศ์พนาไกร 0 2573 2233

เขตคันนายาว ปตอ./6 พ..ศักดิ์ชัย วงศ์พนาไกร 02-5732233

เขตคลองสามวา พันสห.11. พ.ท.โอม ปัจจักขะภัติ 0 2565 8257

เขตสายไหม ร.1/1รอ. พ.ท.ณัฐพงษ์ อัศวินวงษ์ 08 1813 3131

เขตดอนเมือง พันร.มทบ.11 พ.อ.ชนมภรณ์ ภิบาลชนม์ 08-1925-2758

เขตตลิ่งชัน แจ้งขอความช่วยเหลือ ทบ.ได้ที่ พ.ท.อรรถชัย 08 1661 3316 พ.อ.ณัฐพงษ์ 081-876-7682 จ.ส.อ.กมล 085-657-0590

เขตแจ้งวัฒนะ โทร 0 2243 020 ต่อ 92510 ร.อ.วัชิระพล แสงอุทัย

เขตทวีวัฒนา แจ้งขอความช่วยเหลือ ทบ. ได้ที่ พ.ท.อัษฎาวุธ 081-933-7674 /ร.อ.ธนวัฒน์ 081-277-0405 /จ.ส.ท.การัน 086-011-5265 โทร. 08 4553 9500

เขตตลิ่งชัน แจ้งขอความช่วยเหลือ ทบ.ได้ที่ พ.ท.อรรถชัย 081-661-3316 พ.อ.ณัฐพงษ์ 081-876-7682 จ.ส.อ.กมล 085-657-0590

เขตทุ่งครุ / เขตบางขุนเทียน แจ้งขอความช่วยเหลือ ทบ. ได้ที่ พ.ท.คึกฤทธิ์ 085-147-7775 /ร.อ.ธนพงษ์ 087-161-8833 /ร.ท.นิรุต 086-415-9030

เขตภาษีเจริญ / เขตบางแค แจ้งขอความช่วยเหลือ ทบ.ได้ที่ พ.ท.พิทยากูล 086-777-1180 /ร.อ.วีระศักดิ์ 081-892-4520 /จ.ส.ท.เดชา 080-297-2184

เขตบางบอน / เขตหนองแขม แจ้งขอความช่วยเหลือ ทบ.ได้ที่ พ.ท.วิวัฒน์ 08 6317 9125 /ร.ท.ชัยชาญ 089-546-8264 /ส.อ.ทนงศักดิ์ 084-317-0991

เขตจตุจักร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เปิดหน่วยยกรถฉุกเฉินบริการยกรถหนีน้ำ และขนของหนีน้ำมีทั้งรถ-เรือให้บริการ (ในเขตก่อน) สามารถใช้บริการรถยก ส.ส.อรรถวิชช์ @Atavit 24 ช.ม.ไม่เสียค่าใช้จ่าย โทร 08 6322 4688

จ.ปทุมธานี – พัน.ร.มทบ11 พ.อ.ชนมาภรณ์ ภิบาลชนม์ 08-1925-2758

จ.ปทุมธานี อ.ลำลูกกา – พธ.ทบ. พ.ท.ดิตถ์ ชวะนันท์ 08-1941-0246

จ.นนทบุรี ปากเกร็ด – กอง สพบ.พล.ปตอ. พ.ต.ชัยยันต์ หยกสุริยันต์ 0 2573 4492

จ.นนทบุรี อ.เมือง – พล.ปตอ. ร.อ.วชิรพล เเสงอทัย 0 2243 0200 ต่อ 92510

ทางด้านกองทัพเรือ ได้ทำการสร้างแพขนาดใหญ่น้ำหนักบรรทุก 15 ตัน เพื่อเป็นสถานีเรือช่วยเหลือประชาชนซึ่งจะสามารถใช้เป็น ศูนย์บัญชาการ จุดอพยพ จุดจอดเรือ ให้บริการทางการแพทย์ รวมถึงเป็นครัวสนามลอยน้ำ ซึ่งกรมอู่ทหารเรือ ดำเนินการสร้างแพดังกล่าว มีขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 12.5 เมตร 2 แพ และนำไปติดตั้งที่วัดไทรม้าใต้ จ.นนทบุรี ขณะนี้กองทัพเรือได้สร้างแพเพิ่มอีก 3 แพ เพื่อใช้ในการขนถ่ายประชาชนที่ต้องการอพยพทางน้ำ เพื่อให้เรือขนาดใหญ่ลำเลียงประชาชนไปสู่พื้นที่ปลอดภัย

ประชาชนที่ต้องการขอรับความช่วยเหลือจากกองทัพเรือสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยฐานทัพเรือกรุงเทพ หมายเลขโทรศัพท์เวลาราชการ (02)475-4943 นอกเวลาราชการ(02)4755269 หรือที่สายด่วนศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ 1696 ตลอด 24 ชม.

การรับมือสำหรับน้ำท่วม

สำหรับทุกคน

  1. คาดคะเนความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับทรัพย์สินของคุณเมื่อเกิดน้ำท่วม
  2. ทำความคุ้นเคยกับระบบการเตือนภัยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและขี้นตอนการอพยพ
  3. เรียนรู้เส้นทางการเดินทางที่ปลอดภัยที่สุด จากบ้านไปยังที่สูงหรือพื้นที่ปลอดภัย
  4. เตรียมเครื่องมือรับวิทยุแบบพกพา อุปกรณ์ทำอาหารฉุกเฉินแหล่งอาหารและไฟฉาย รวมทั้งแบตเตอร์รี่สำรอง
  5. ผู้คนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงต่อภัยน้ำท่วม ควรจะเตรียมวัสดุ เช่น กระสอบทราย แผ่นพลาสติก ไม้แผ่น ตะปู กาวซิลิโคน เพื่อใช้ป้องกันบ้านเรือน และควรทราบแหล่งวัตถุที่จะนำมาใช้
  6. นำรถยนต์และพาหนะไปเก็บไว้ในพื้นที่ซึ่งน้ำไม่ท่วมถึง
  7. ปรึกษาและทำข้อตกลงกับบริษัทประกันภัย เกี่ยวกับการประกันความเสียหาย
  8. บันทึกหมายเลขโทรศัพท์สำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉินและเก็บไว้ตามที่จำง่าย
  9. รวบรวมของใช้จำเป็นและเสบียงอาหารที่ต้องการใช้ ถายหลังน้ำท่วมไว้ในที่ปลอดภัยและสูงกว่าระดับที่คาดว่าน้ำจะท่วมถึง
  10. ทำบันทึกรายการทรัพย์สินมีค่างทั้งหมด ถ่ายรูปหรือวีดีโอเก็บไว้เป็นหลักฐาน
  11. เก็บบันทึกรายการทรัพย์สิน เอกสารสำคัญและของมีค่าอื่นๆ ในสถานที่ปลอดภัยห่างจากบ้านหรือห่างไกลจากที่น้ำท่วมถึง เช่น ตู้เซฟที่ธนาคาร หรือไปรษณีย์
  12. ทำแผนการรับมือน้ำท่วม และถ่ายเอกสารเก็บไว้เป็นหลักฐานที่สังเกตุได้ง่าย และติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันน้ำท่วมที่เหมาะสมกับบ้านของคุณ

 และสำหรับผู้ที่เป็นพ่อแม่/ผู้ปกครอง

  • ทำการซักซ้อมและให้ข้อมูลแก่บุตรหลานของคุณ ขณะเกิดน้ำท่วม เช่น ไม่สัมผัสเครื่องใช้ไฟฟ้า ปลั๊กไฟ หลีกเลี่ยงการเล่นน้ำและอยู่ใกล้เส้นทางน้ำ
  • ต้องการทราบหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินของหน่วยงานท้องถิ่น
  • ต้องการทราบแผนฉุกเฉินสำหรับ โรงเรียนที่บุตรหลานเรียนอยู่
  • เตรีมแผนการอพยพสำหรับครอบครัวของคุณ
  • จัดเตรียมกระสอบทราย เพื่อกันน้ำไม่ให้เข้าสู่บ้านเรือน
  • ต้องมั่นใจว่าเด็กๆ ได้รับทราบแผนการรับสถานการณ์น้ำท่วมของครอบครัวและของโรงเรียน

 

หน่วยงานให้ความช่วยเหลือน้ำท่วม

1. ศูนย์รับบริจาคสิ่งของโคราช

  • หากต้องการบริจาคสิ่งของ ให้ไปที่ศาลากลาง จังหวัดนครราชสีมา
  • ต้องการบริจาคเงิน ติดต่อได้ที่เบอร์โทร 044-259-996-8, 044-259-993-4 หรือโอนมาได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขานครราชสีมา บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “เงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.นครราชสีมา” เลขบัญชี 301-0-86149-4

2. ศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม จังหวัดนครราชสีมา

  • สามารถสอบถามและขอความช่วยเหลือได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 044-342652-4 และ 044-342570-7

3. โรงพยาบาลมหาราช จ.นครราชสีมา

  • สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 086-251-2188 ตลอด 24 ชั่วโมง
  • ทางโรงพยาบาลมีความต้องการน้ำดื่มบรรจุขวด นมกล่อง และอาหารแห้ง รวมทั้งของใช้เบ็ดเตล็ดผู้ป่วย เช่น ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ ผ้าอนามัย เป็นจำนวนมาก
  • สามารถบริจาคเงินไปได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขานครราชสีมา บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา” เลขที่บัญชี 301-3-40176-1

4. กรมอุตุนิยมวิทยา

  • เว็บไซต์ tmd.go.th
  • สายด่วนกรมอุตุนิยมวิทยา โทร. 1182
  • สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา กรุงเทพมหานคร (AM 1287 KHz) โทร. 02-383-9003-4, 02-399-4394
  • สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.นครราชสีมา (FM 94.25 MHz)โทร. 044-255-252
  • สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.พิษณุโลก (FM 104.25 MHz) โทร. 055-284-328-9
  • สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.ระยอง (FM 105.25 MHz) โทร. 038-655-075, 038-655-477
  • สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.ภูเก็ต (FM 107.25 MHz) โทร. 076-216-549
  • สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.ชุมพร (FM 94.25 MHz) โทร. 077-511-421

5. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

  • เว็บไซต์ disaster.go.th
  • สายด่วนนิรภัย หมายเลขโทรศัพท์ 1784
  • ขบวนช่วยเหลือน้ำท่วมออกเรื่อย ๆ ขอรับบริจาคเน้นไปที่ น้ำ, ยาแก้ไข้, เสื้อ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-241-7450-6

6. กรุงเทพมหานคร

  • สามารถไปบริจาคสิ่งของได้ที่ ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อาคารศาลาว่าการกทม.1 (เสาชิงช้า), ศาลาว่าการกทม.2(ดินแดง) และที่สำนักงานเขตทุกแห่งทั่วกรุงเทพฯ 50 แห่ง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-354-6858

7. สภากาชาดไทย

  • สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-251-7853-6 , 02-251-7614-5 ต่อ 1603
  • สามารถบริจาคเงินไปได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “สภากาชาดไทยช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย” เลขที่บัญชี 045-3-04190-6 แล้วแฟ็กซ์ใบนำฝากพร้อมเขียนชื่อและที่อยู่มาที่ สำนักงานการคลัง สภากาชาดไทย ถึงหัวหน้าฝ่ายการเงิน หมายเลขโทรสาร 02-250-0120 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-256-4066-8
  • สามารถไปบริจาคสิ่งของได้ที่ สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย 1871 ถนนอังรีดูนังต์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 หากมาจากถนนพระราม 4 ให้เลี้ยวตรงแยกอังรีดูนังต์ เมื่อเข้าสู่ถนนอังรีดูนังต์ให้ชิดซ้ายทันที เนื่องจากอยู่ต้นๆถนน (ทางด้านพระราม 4) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-251-7853-6 ต่อ 1603 หรือ 1102 หากเป็นวันหยุดราชการ ต่อ 1302 , 02-251-7614-5 หมายเลขโทรสาร 02-252-7976
  • สามารถลงทะเบียนร่วมเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมได้ที่ http://www.rtrc.in.th/ หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-251-7853-6 , 02-251-7614-5 ต่อ 1603 มาช่วยแพ็คชุดธารน้ำใจ หรือช่วยขนพวกข้าวสารอาหารแห้งขึ้นรถบรรทุก แต่มีเงื่อนไขอยู่ว่า ต้องการผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง และสามารถยกของหนักได้ (เพราะงานค่อนข้างหนัก และต้องยกของหนัก) เป็นผู้ชายก็จะดีมาก หากเราต้องการกำลังพล จะโทรศัพท์ไปติดต่อว่าจะสะดวกมาในวันที่เราแพ็คของหรือไม่ เป็นรายๆไป

ฝีดาษ

ในปี 2335 ขณะกัปตัน George Vancouver แล่นเรือเลียบฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกา เขาสังเกตเห็นทะเลบริเวณนั้นคลาคล่ำด้วยฝูงปลาแซลมอน แต่บนฝั่งกลับไม่เห็นหมู่บ้านชาวอินเดียนแดงเลย และเมื่อ Vancouver ขึ้นฝั่ง เขาได้เห็นหมู่บ้านร้างที่มีเถาวัลย์ หยากไย่ปกคลุม บนพื้นดินมีกองกระดูกและกะโหลกศีรษะเกลื่อนกลาดทั้งๆ ที่เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ จึงน่าจะมีคนอาศัยอยู่นับพัน Vancouver จึงตั้งข้อสันนิษฐานว่า ชาวบ้านได้อพยพทิ้งถิ่นฐานไป แต่จะด้วยเหตุผลใดเขาไม่สามารถรู้ได้ การวิเคราะห์กระดูกที่ Vancouver เห็น ทำให้นักวิทยาศาสตร์ ณ วันนี้รู้ว่า ชาวอินเดียนแดงในหมู่บ้านนั้นล้มตายด้วยโรคฝีดาษ

ฝีดาษเป็นโรคติดต่อที่ร้ายแรงที่สุดชนิดหนึ่งในโลกโบราณ ดังมีหลักฐานมากมายที่แสดงว่า เมื่อ 3,000 ปีก่อน ชาวอินเดียนับหมื่นต้องเสียชีวิตด้วยโรคร้ายชนิดนี้ เมื่อนายพล Cortez นำทหารบุกเข้าอาณาจักร Aztec ทหารที่เป็นโรคฝีดาษได้แพร่โรค ทำให้ชาวพื้นเมืองที่ไม่มีภูมิคุ้มกันโรคเลยต้องล้มตายจำนวนนับแสน การสูญเสียผู้คนจำนวนมากนี้มีส่วนทำให้อาณาจักร Aztec ล่มสลายในเวลาต่อมา

ฝีดาษมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า variola major เพราะคำ variola ในภาษาละตินคือ varus ซึ่งแปลว่า ตุ่มตามตัว ทั้งนี้เพราะเมื่อ 200 ปีก่อน เวลาใครเป็นโรคชนิดนี้ 20-40% ของผู้ป่วยจะเสียชีวิต ส่วนคนที่รอดชีวิตจะมีแผลเป็นตามตัวและใบหน้าจนเต็มไปหมด

ตามปรกติเวลาเชื้อฝีดาษเข้าสู่คนภายในเวลา 12 วันแรกร่างกายจะไม่รู้สึกอะไรเลย จากนั้นคนๆ นั้นก็จะรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวและมีไข้สูงเหมือนเป็นไข้หวัด บางคนอาจรู้สึกปวดตามบริเวณหลังหรือศีรษะ บางคนอาเจียนและหายใจติดขัด จากนั้นอาการไข้ก็จะลด แต่อีก 2-3 วันต่อมา บริเวณใบหน้าและผิวหนังทั้งตัว โดยเฉพาะที่ปาก คอ จมูก หน้าอก และแขน จะมีจุดแดงๆ คล้ายตุ่มปรากฏเต็ม แล้วตุ่มจะขยายขนาดเพราะภายในมีหนอง ขณะเดียวกันอาการไข้ตัวร้อนก็จะหวนกลับมาอีก จากนั้นตุ่มก็จะแตก และส่งกลิ่นเหม็น แผลจะมีสะเก็ดเหลืองปกคลุม พอสะเก็ดหลุด ผิวหนังบริเวณนั้นจะเป็นแผลเป็น ในกรณีที่ร้ายแรง บริเวณจมูก เหงือก และตาผู้ป่วยจะมีเลือดไหล ในลำคอจะมีตุ่มเล็กๆ เต็มไปหมด ทำให้คนไข้ดื่มน้ำไม่ได้ และจะตายภายใน 10 วัน แต่ถ้าคนไข้ได้รับการรักษาทันเวลา ร่างกายก็จะมีภูมิคุ้มกันฝีดาษไปจนตลอดชีวิต ซึ่งนั่นก็หมายความว่า เขาจะไม่เป็นฝีดาษอีกเลย

ฝีดาษเป็นโรคที่ระบาดโดยการสัมผัสน้ำลายจากการไอจาม หรือน้ำมูกของผู้ป่วย เวลาฝีดาษระบาดทุกคนไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ต่างก็มีสิทธิ์เป็นฝีดาษได้ทั้งสิ้น

Continue reading

วันออกพรรษา

วันออกพรรษา หรือ วันปวารณาออกพรรษา เป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาวันหนึ่งในประเทศไทย เนื่องจากเป็นวันสิ้นสุดระยะเวลาจำพรรษา 3 เดือนของพระสงฆ์เถรวาท โดยเป็นวันที่พระสงฆ์จะทำสังฆกรรมปวารณาออกพรรษาในวันนี้ วันออกพรรษาตามปกติ (ออกปุริมพรรษา1) จะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 (ประมาณเดือนตุลาคม) หลังวันเข้าพรรษา 3 เดือน ตามปฏิทินจันทรคติไทย

การออกพรรษานั้น ถือเป็นข้อปฏิบัติตามพระวินัยสำหรับพระสงฆ์โดยเฉพาะ เรียกว่า “ปวารณา” จัดเป็นญัตติกรรมวาจาสังฆกรรมประเภทหนึ่ง ที่ถูกกำหนดโดยพระวินัยบัญญัติให้โอกาสแก่พระสงฆ์ที่จำพรรษาอยู่ร่วมกันตลอดไตรมาสสามารถว่ากล่าวตักเตือนและชี้ข้อบกพร่องแก่กันและกันได้โดยเสมอภาค ด้วยจิตที่ปรารถนาดีซึ่งกันและกัน เพื่อสามารถให้พระสงฆ์ที่ถูกตักเตือนมีโอกาสรับรู้ข้อบกพร่องของตนและสามารถนำข้อบกพร่องไปแก้ไขปรับปรุงตัวให้ดียิ่งขึ้น

เมื่อถึงวันออกพรรษา พุทธศาสนิกชนถือเป็นโอกาสอันดีที่จะเข้าวัดเพื่อบำเพ็ญกุศลแก่พระสงฆ์ที่ตั้งใจจำพรรษาและตั้งใจปฏิบัติธรรมมาตลอดจนครบไตรมาสพรรษากาลในวันนี้ และวันถัดจากวันออกพรรษา 1 วัน (แรม 1 ค่ำ เดือน 11) พุทธศาสนิกชนในประเทศไทยยังนิยมไปทำบุญตักบาตรครั้งใหญ่ เรียกว่า ตักบาตรเทโว หรือ ตักบาตรเทโวโรหนะ เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในพุทธประวัติที่กล่าวว่า ในวันถัดวันออกพรรษาหนึ่งวัน พระพุทธเจ้าได้เสด็จลงจากเทวโลกกลับจากการโปรดพระพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ในพรรษาที่ 7 เพื่อลงมายังเมืองสังกัสสนครพร้อมกับทรงแสดงโลกวิวรณปาฏิหาริย์เปิดโลกทั้งสามด้วย

นอกจากนี้ ช่วงเวลาออกพรรษาตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำเดือน 11 ถึง วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ถือเป็นเวลากฐินกาลตามพระวินัยปิฎกเถรวาท เป็นช่วงเวลาที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยจะเข้าร่วมบำเพ็ญกุศลเนื่องในงานกฐินประจำปีในวัดต่าง ๆ ด้วย โดยถือว่าเป็นงานบำเพ็ญกุศลที่ได้บุญกุศลมากงานหนึ่ง