รอตรงที่ใหม่ เพื่อจะกลับไปจุดเดิม

นับตั้งแต่ ทิ้งเธอไป

เส้นทางของเราก็ต่างกันขึ้นทุกที

..เหมือนกับคนที่ไม่เคยรู้จักกัน

ฉันตั้งหน้าตั้งตา บากบั่นทำงาน หาเงิน หาเงิน หาเงิน

คนที่เจอส่วนใหญ่นั้น จะดูหลอกลวง เพราะด้วยงานที่ฉันทำ มันเสี่ยงจะเจอการล่อลวง ล่อลวง ล่อลวง

..ในขณะที่เธอ กำลังเรียนหนังสือ เที่ยวบ้างตามประสา ชีวิตเฮฮา สมกับวัยมหาลัยทั่วไป

คนที่เธอเจอ ล้วนแต่มีการศึกษา หน้าตาดี และชีวิตยังเบิกบานสดใส ตามประสาวัยแรกแย้ม ร่าเริง สดใส สมวัย

………..

ถึงชีวิตเราต่างกันมากขึ้นทุกที ทุกที…

แต่ฉัน ยังคง คิดถึงเธอ

เธอที่มีแฟนแล้ว มีแฟนแล้ว จริง ๆ

ส่วนฉันเองนั้น ก็คบแล้วทิ้ง มาเป็นเวลาพักใหญ่ โดดเดี่ยวพักใหญ่ คบไปทิ้งไป พักใหญ่ แล้วกลับมาเหงาเป็นพักๆ เหมือนชีวิตต้องเป็นแบบนี้ตลอดกาล

ฉันเองรู้ดี ว่าที่เป็นแบบนี้ เพราะอะไร

นั้นเพราะ

..เธอ..แฟนเก่า แฟนคนแรกของฉัน

ที่ยังเข้ามาวนเวียนในใจ ในฝัน ของฉันเสมอ

การทิ้งเธอไปครั้งนั้น ทำให้ฉันตระหนัก ถึงความรักตอนนั้นมากขึ้น

เสียใจ เสียใจ เสียใจ เสียใจ

รอวันที่เค้าทิ้งเธออยู่นะรู้ไหม ว่าลึกๆ ฉันรอจะเข้ามาอยู่ตรงที่เดิม ที่ฉันเคยยืนเคียงข้างเธอ

ฉันรออย่างมีหวัง อยู่เล็กๆ ว่าเธอจะยอมรับฉันอีกครั้ง

ถึงจะดูยากขึ้นทุกวัน ทุกวัน

แต่ความหวัง ทำให้ฉันมีแรงเพื่อรอเธอ

ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

มีหนุ่มเจ้าสำราญผู้หนึ่ง วันๆไม่ยอมทำประโยชน์อะไร ดีแต่เที่ยวเล่นไปวันๆ

ทั้งๆที่อายุอานามก็สมควรแก่การสร้างเนื้อสร้างตัว สร้างฐานะ

และมีครอบครัวแล้ว แต่เขาก็ไม่เคยคิดจะมีความรับผิดชอบ

ไม่คิดอยากจะรับภาระอะไรใดๆทั้งสิ้น

ด้วยเห็นว่าเป็นหน้าที่ของพ่อแม่อยู่แล้วที่ต้องหาเงินหาทองไว้ให้ลูก

และกิจการที่บ้านนั้น ทั้งพ่อและแม่ต่างช่วยกันทำมาหากินอย่างขยันแข็ง

จนเงินทองที่มีอยู่ชาตินี้เขาคงใช้ไม่หมดด้วยซ้ำ

วันหนึ่ง ชายหนุ่มผู้นี้และเพื่อนๆอีก 2-3 คน พากันเข้าป่า

หมายจะไปล่าสัตว์ แต่เมื่อเดินเข้าป่าไปได้สักพักใหญ่

เขาก็เกิดพลัดหลงกับเพื่อน

ชายหนุ่มจึงเดินลัดเลาะไปเรื่อยๆอย่างไม่รู้จุดหมาย เขาเริ่มหลงทาง

เขาเริ่มรู้สึกอ่อนเพลีย แต่ก็ต้องหาทางเดินต่อไป

เมื่อพระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า บรรยากาศรอบข้างมืดลง ไม่เห็นหนทาง

เขาจึงทิ้งตัวลงนอน ด้วยความหิวโหยและหมดแรง

รุ่งขึ้น..เขายังคงเดินต่อไป เพื่อหาทางออก

จนกระทั่งพระอาทิตย์กำลังจะลับเหลี่ยม เขาอีกครั้ง

แต่ขณะที่เขากำลังจะทิ้งตัวลงอย่างหมดหวัง เขาก็เหลือบไปเห็นแสงไฟจาก

กระท่อมกลางป่าหลังหนึ่ง

เขาจึงรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่รีบวิ่งไปยังกระท่อมนั้น

และได้พบสามี-ภรรยาคู่หนึ่ง

ซึ่งเมื่อไต่ถามความเป็นมาของชายหนุ่มแล้ว ทั้งคู่ก็บอก

ให้ชายหนุ่มไปอาบน้ำอาบท่า แล้วจัด แจงหาข้าวปลาอาหารมาให้กิน

คืนนั้นชายหนุ่มจึงหลับไปด้วยความสุข

วันรุ่งขึ้น ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาด้วยความแจ่มใส

และรู้สึกตื้นตันใจในความเมตตากรุณาของสองสามีภรรยาเป็นอย่างมาก

เขาจึงกล่าวขึ้นว่า

“ข้าขอขอบคุณท่านทั้งสองที่ได้ช่วยชีวิตข้าในครั้งนี้
แม้เราไม่เคยรู้จักกัน แต่พวกท่านก็ให้การดูแลข้าอย่างดี

ข้าไม่รู้จะตอบแทนอย่างไร จึงจะทดแทนน้ำใจของพวกท่าน ได้”

ฝ่ายภรรยาจึงยิ้มให้อย่างอ่อนโยน แล้วตอบว่า

“หนุ่มน้อย ถ้าเจ้าอยากตอบแทนละก็

กลับไปทดแทนบุญคุณพ่อแม่ของเจ้าเถิด พวกเขาเลี้ยงดูอุ้มชูเจ้ามา

ให้ทั้งข้าวปลาอาหารน้ำท่าที่พักพิง จนเติบใหญ่เพียงนี้

บุญคุณนั้นใหญ่หลวงนัก เราสองคนแค่ให้ที่พักพิงเจ้าชั่วข้ามคืนหนึ่ง

เทียบกับพ่อแม่เจ้าไม่ได้หรอก”

ได้ฟังดังนั้น ชายหนุ่มจึงคิดได้ว่า เขาเป็นผู้ที่หลงทางจริงๆ

………

คนไทยเราได้รับการปลูกฝังและสั่งสอนกันมาตั้งแต่เด็กๆแล้วว่า

“ความกตัญญูกตเวที” นั้น

เป็นคุณธรรมสำคัญที่เราควรปฏิบัติต่อพ่อแม่และผู้มีบุญคุณแก่เรา แต่

เชื่อว่าคนจำนวนไม่น้อยที่มองข้ามพระคุณของพ่อแม่

ผู้ซึ่งอยู่ใกล้ตัวที่สุด

โดยคิดว่าสิ่งที่พ่อแม่ทำนั้นเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ

แต่ในขณะที่ผู้อื่นหยิบยื่นน้ำใจให้เพียงเล็กน้อย เราก็ตื้นตัน

ชื่นชม และประทับใจไม่ลืม อย่างนี้มันยุติธรรมสำหรับผู้ให้กำเนิด

เราแล้วหรือ

จงอย่าปล่อยให้ช่วงเวลาดีๆที่มีโอกาสตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ผ่านเลยไป
โปรดตอบแทนความรักอันยิ่งใหญ่นั้นในทุกๆวันของชีวิตเรา

…ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

วันนี้…. ของฉัน

เวลา…ผ่านมาหลายเดือน…ก็คงยังมีคำถามที่อยากถามเธอ

สบายดีไหม…คนดี

มีปัญหาเรื่องงาน..เรื่องคน

หรือปัญหาเรื่องที่บ้าน ….หรือเปล่า

…ช่วงเวลาที่ผ่านมาเช่นกัน…

ได้พบ….ได้เจอ…เพื่อนเธอ.หลายครั้ง หลายหน และก็ หลายคน

มีคำถาม…ที่พยายามเก็บไว้..ไม่พูดออกมา

ก็เรื่องของตัวเธอ…อยากถามพวกเขา ว่าได้ข่าวเธอบ้างไหม

ได้เจอเธอบ้างหรือเปล่า และอยากถามพวกเขาว่า เธอเคยพูดถึง..ใครคนนี้

สักครั้งไหมเธอ….ก็คงเก็บคำพูดเหล่านั้นไว้ ว่าเราจะไปถามทำไมกัน

..ถามเพื่ออะไร …อย่างไรก็คงไม่ได้อะไรขึ้นมา….ทุกอย่างสำคัญที่ใจของเธอ

ผูกพัน หรือ ผูกมัด

ความผูกพันเป็นสายใยบางๆ ที่ค่อยๆ เกาะเกี่ยว ถักทอขึ้นโดยเริ่มต้นจากเส้นใยที่บางที่สุด
คือ ความรัก ความรักที่เริ่มต้นขึ้น จะถูกความผูกพันห่อหุ้มเอาไว้ให้ยากต่อการกระทบ และทำให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ความผูกพันจะทำให้เรากลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตกันและกัน ทำให้รู้สึกคิดถึงยามที่ต้องอยู่ใกล้จนดูเหมือนว่าจะอยู่ห่างกันไม่ได้

ความผูกพันจะทำให้เกิดความอาทร ที่จะต้องห่วงใยทุกๆ อย่างสารพัด อยากเอาใจใส่ อยากดูแลทุกอย่าง

เส้นแบ่งระหว่างความผูกพันและความผูกมัดจึงถูกลากมาใกล้กันอย่างช่วยไม่ได้ ฉะนั้น การแสดงออกทั้งการกระทำและความรู้สึก ไม่อาจอ้างความผูกพันได้ทุกครั้งไม่แน่..สิ่งที่เรากำลังทำอยู่อาจจะเกิดจากความผูกมัด โดยที่เราไม่เคยรู้ก็ได้

ความผูกพัน..อาจจะทำให้เรายกน้ำส้มแก้วหนึ่งไปวางไว้ให้ขณะที่เขากำลังทำงาน แต่ความผูกมัดจะบังคับให้เขาดื่มตอนนั้น หรือดื่มให้หมด

ความผูกพัน..อาจจะทำให้เราดูแลเครื่องแต่งกายเขาให้สะอาดเรียบร้อย แต่ความผูกมัดจะบังคับให้เขาสวมใส่ชุดนั้นชุดนี้

ความผูกพัน..จะทำให้เราโทรศัพท์ไปหาเพื่อถามว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม แต่ความผูกมัดจะทำให้ถามว่าทำอะไร และอยู่กับใคร

เพราะความผูกพันจะสอนให้รู้จักการไว้ใจซึ่งกันและกัน แต่การผูกมัดจะทำให้หัวใจเต็มไปด้วยความหวาดระแวง เช่นนั้นแล้ว..ความผูกพันอาจจะหมายถึงการได้ทำอะไรให้ การได้ดูแล ได้คอยเฝ้าดูอยู่ห่างๆ คอยหยิบยื่นเมื่อเขาร้องขอ
คอยเติมเต็มเมื่อมีบางอย่างที่พร่องลงไป ก็เพียงพอแล้ว ก็สุขใจแล้ว
ความผูกพัน จะสอนให้เราเปิดประตูหัวใจไว้ให้กว้างๆ เพื่อที่จะให้เขาได้ออกไปสู่โลกภายนอกได้อย่างสบาย และให้เขารู้สึกผ่อนคลายเมื่อกลับเข้ามา

ในขณะที่หัวใจมีความรัก รู้สึกรักใครสักคนนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องเฝ้ามองการเดินทางและการก่อตัวของเยื่อใยบางๆ แห่งความรัก ว่าสายใยที่ค่อยๆ เติบโตขึ้นเพื่อที่จะได้เป็นที่ห่อหุ้มและหล่อเลี้ยงความรักนั้น จะถูกถักทอขึ้นให้กลายเป็นเยื่อใยบางเบาที่เกี่ยวพันหัวใจ หรือกลายเป็นเชือกเส้นใหญ่แน่นหนาที่กำลังรัดหัวใจ

เพราะ เราคู่กันชั่วนิจนิรันดร์

อ่านแล้วซึ้งกับความ รักที่มีให้ต่อกัน Cry

ทึ่งรัก 50 ปี “ตา-ยาย” ตายพร้อมกัน ลูกหลานชู-ประทับใจ ดูแลกัน-ถึงวันสิ้นลม จัดงานศพโรแมนติก (ข่าวสด)

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่วัดสำโรง หมู่ 1 ต.หนองหงส์ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีพิธีฌาปนกิจศพ นายเสงี่ยม ศรีชัย อายุ 88 ปี และ นางลาภ ศรีชัย อายุ 83 ปี ซึ่งลูกหลานและญาติมิตร ตลอดจนชาวบ้านมาร่วมงานอย่างคับคั่ง เนื่องจาก นายเสงี่ยมและนางลาภ สองตายายที่เสียชีวิตไล่เลี่ยกันนี้ มีชีวิตรักเป็นที่ประทับใจชาวบ้านละแวกใกล้เคียงเป็นอย่างมาก เนื่องจากครองรักกันมานานถึง 73 ปี โดยไม่เคยทะเลาะกันเลย มีแต่ความเข้าใจ ดูแลซึ่งกันและกัน จนเป็นที่เลื่องลือตั้งแต่สมัยยังมีชีวิตอยู่

เหตุการณ์น่าประทับใจในความรักแท้ของพ่อเฒ่าแม่เฒ่าคู่นี้ คือ ฝ่ายพ่อเฒ่าเป็นฝ่ายดูแลปรนนิบัติแม่เฒ่า นับจากล้มป่วยเดินไม่ได้ เป็นเวลานานกว่า 5 ปี หลังจากแม่เฒ่าหมดลมจากโลกไป พ่อเฒ่าก็เสียชีวิตตามไปอย่างเหลือเชื่อ โดยระหว่างสวดศพบำเพ็ญกุศล ลูกหลานตั้งศพทั้งสองที่บ้านเลขที่ 48 หมู่ 1 ต.หนองหงส์

นายณรงค์ ศรีชัย อายุ 50 ปี ลูกคนที่ 5 จากจำนวนทั้งหมด 8 คน เปิดเผยว่า คอยดูแลพ่อและแม่มาโดยตลอด โดยอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้ร่วมกับพ่อแม่ ส่วนลูกคนอื่น ๆ ไปทำงาน และมีครอบครัวแยกย้ายไปอยู่ตามที่ต่าง ๆ จะกลับบ้านมาดูพ่อแม่เป็นช่วง ๆ เรื่องการเสียชีวิตของพ่อแม่นั้น แม่เสียชีวิตลงก่อน เมื่อเวลาประมาณ 01.30 น. วันที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมา หลังจากทุกคนเข้านอนกันหมดแล้ว

“แม่ป่วยเดินไม่ได้มาเป็นเวลาราว 5 ปีแล้ว นอนอยู่บนเตียงที่พ่อทำให้เป็นพิเศษ ขณะที่พ่อนอนอีกเตียงที่อยู่ใกล้กัน เวลาประมาณ 01.30 น. พ่อและผมได้ยินเสียงแม่ร้อง พ่อจึงรีบลุกขึ้นไปดู พบว่าแม่เสียชีวิตไปแล้ว หลังจากนั้นพ่อจึงให้ผมไปบอกลูก ๆ คนอื่น ก่อนที่จะมาช่วยกันอาบน้ำแต่งตัวให้แม่ ผมเป็นคนนั่งกอดแม่ ส่วนพ่อเป็นคนเช็ดตัวอาบน้ำและเปลี่ยนผ้าใหม่ให้แม่ด้วยตัวเอง โดยตลอดเวลาพ่อน้ำตาคลอเบ้าตลอด หลังจากนั้นพ่อนำผ้าที่แม่สวมนอนไปเก็บ และได้ยินเสียงพ่อร้องว่าแม่มากดเอวกูทำไม ทำให้พ่อเดินไม่ไหว แล้วจะคุยกับแขกที่มางานได้อย่างไร พ่อบ่นว่าปวดเอว” นายณรงค์ กล่าว

นายณรงค์ กล่าวต่อว่า จากนั้นพ่อก็เริ่มเป็นลม ลูก ๆ ที่อยู่ใกล้ก็มาถึงบ้าน จึงบอกว่าให้นำพ่อไปหาหมอที่โรงพยาบาล แต่พ่อบอกว่า “กูไม่เป็นอะไร จะไปหาหมอทำไม กูสบายดี” แต่ลูก ๆ และหลานเห็นว่าพ่อดูอาการไม่ดี จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทุ่งสง เมื่อไปถึงแพทย์บอกว่าพบว่ามีเส้นเลือดโป่งพองในลำไส้ จะต้องผ่าตัดและให้แพทย์เฉพาะทางผ่า ลูก ๆ จึงตัดสินใจส่งไปที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ แต่เมื่อรถพยาบาลออกจากโรงพยาบาลทุ่งสง ไปถึงอ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง พ่อเริ่มอาการไม่ดี พยาบาลจึงแวะโรงพยาบาลป่าพะยอม พ่อจึงเสียชีวิตลงอย่างสงบที่นั่น หลังจากนั้นเราจึงนำพ่อกลับมารดน้ำศพพร้อมกับแม่ที่บ้าน ซึ่งเป็นการสูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปพร้อมกันอย่างไม่น่าเชื่อ แต่เข้าใจว่าทั้งสองเป็นคู่ชีวิตกันอย่างแท้จริง รักกันมายาวนาน ตนอายุ 50 ปีแล้ว ไม่เคยเห็นพ่อกับแม่ทะเลาะกันเลย เมื่อหมดอายุขัย ก็ไปพร้อมกันอีก

ด้าน น.ส.พิชญา ศรีชัย อายุ 48 ปี ลูกสาวอีกคน กล่าวว่า พ่อและแม่เป็นตัวอย่างของการใช้ชีวิตคู่ แม่เล่าให้ฟังถึงความรักที่มีต่อกันว่า แม่แต่งงานกับพ่อตั้งแต่อายุ 15 ปี โดยมีสินสอด 90 บาทเท่านั้น พ่อทำสวน ส่วนแม่ทำนา พ่อจะคอยดูแลแม่ สวนจะอยู่ใกล้บ้านมากกว่า พ่อจะรับหน้าที่หุงข้าวทำกับข้าวรอแม่ขึ้นมาจากนา แล้วมารับประทานพร้อมกัน ร่วมกันทำงานอย่างขยันขันแข็ง สร้างเนื้อสร้างตัว เป็นตัวอย่างให้ลูกมาโดยตลอด แต่ราว 5 ปีก่อน แม่ล้มป่วยลงด้วยโรคเบาหวานเดินไม่ได้ พ่อเป็นคนคอยดูแลแม่ ฉีดยาเบาหวานให้แม่ คอยเปลี่ยนผ้าเช็ดตัวให้ ก่อนเช็ดตัวมีการหยอกล้อกันอย่างน่ารัก เอาผ้าชุบน้ำเช็ดตัวมาตบหัวแม่เบา ๆ อย่างรักใคร่ และเช็ดทุกส่วนอย่างไม่เคยรังเกียจ ล้างปัสสาวะ อุจจาระ เอากระโถนไปเททิ้ง

“ส่วนพี่ชายจะช่วยคอยดูแลเรื่องอาหารการกิน ทำกับข้าวหุงหาอาหาร ตอนเช้าพ่อจะจัดสำรับให้แม่กินก่อน และนั่งดูแลจนแม่กินเสร็จพ่อถึงจะกิน ก่อนหน้านี้ไม่นานนัก ได้มาจัดการตกแต่งต่อเติมบ้าน พ่อบอกว่า “มึงไม่ต้องทำอะไรหรอก วันหนึ่งแม่มึงตาย กูก็ไม่อยู่บ้านนี้แล้ว” เข้าใจว่าน่าจะไปอยู่บ้านลูก ๆ คนอื่น แต่ไม่นึกว่าจะเป็นลางที่พ่อจะหมดอายุขัยไปพร้อมกับแม่ ด้วยความรักที่มีต่อกัน” ลูกสาวกล่าว

น.ส.พิชญา กล่าวอีกว่า ในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา เหมือนพ่อจะรู้ล่วงหน้า ลูกหลานได้มาเยี่ยมมาหา ทั้งพ่อและแม่ต่างอารมณ์ดีกันทั้งคู่ มีการเปลี่ยนผ้าชุดใหม่ทั้งสองคน แล้วบอกว่าวันนี้จะถ่ายรูปให้สวยที่สุด จึงมีภาพที่พ่อกอดคอแม่ถ่ายรูปนั่งยิ้มอย่างน่ารัก แต่คิดไม่ถึงว่าหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน พ่อกับแม่มาเสียชีวิตลงพร้อมกัน ซึ่งหาได้ยากมากที่คนครองคู่มาเป็นเวลายาวนาน มีความรักต่อกันอย่างนี้ และยังเสียชีวิตพร้อมกัน

ด้านแม่เฒ่ารายหนึ่ง ซึ่งเป็นเพื่อนกับพ่อเฒ่าเสงี่ยมและแม่ลาภ เปิดเผยว่า ตั้งแต่สมัยก่อนพ่อเฒ่าเสงี่ยม จะมีเพลงกล่อมลูกและเป็นเพลงประจำตัวของพ่อเฒ่าเสงี่ยมที่ร้องเป็นประจำ มีเนื้อหาว่า “ลอย ๆ กินขนมบัวลอยไม่ใส่น้ำตาล รักเราไม่ทันสู่ขอ พี่ปลูกเรือนหอด้วยไม้กระดาน” ซึ่งเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันต่างรู้กันดีว่า ทั้งคู่มีความรักต่อกันมาก

ทั้งนี้ ในงานบำเพ็ญกุศลที่บ้านเลขที่ดังกล่าว ลูกหลานได้จัดบรรยากาศไว้อย่างสวยงาม มีการตั้งหีบศพของพ่อเฒ่า แม่เฒ่าทั้งคู่ ท่ามกลางดงดอกไม้นานาพรรณ และน้ำตกจำลองรอบหีบศพ พร้อมไฟประดับอย่างงดงาม โดยมีภาพของทั้งคู่กอดคอกันยิ้ม ตั้งต้อนรับแขกอยู่หน้าบริเวณทางเข้างานศพอย่างน่ารัก และทางเดินไปเคารพศพ มีการติดบอร์ดภาพของทั้งคู่ในอิริยาบทต่าง ๆ ตลอดทาง โดยมีการเขียนหัวข้อว่า “เพราะเราคู่กันชั่วนิจนิรันดร์” สร้างความประทับใจให้กับลูกหลานและชาวบ้านที่มาร่วมงานเป็นอย่างมาก