หน่วยงานให้ความช่วยเหลือน้ำท่วม

1. ศูนย์รับบริจาคสิ่งของโคราช

  • หากต้องการบริจาคสิ่งของ ให้ไปที่ศาลากลาง จังหวัดนครราชสีมา
  • ต้องการบริจาคเงิน ติดต่อได้ที่เบอร์โทร 044-259-996-8, 044-259-993-4 หรือโอนมาได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขานครราชสีมา บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “เงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.นครราชสีมา” เลขบัญชี 301-0-86149-4

2. ศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม จังหวัดนครราชสีมา

  • สามารถสอบถามและขอความช่วยเหลือได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 044-342652-4 และ 044-342570-7

3. โรงพยาบาลมหาราช จ.นครราชสีมา

  • สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 086-251-2188 ตลอด 24 ชั่วโมง
  • ทางโรงพยาบาลมีความต้องการน้ำดื่มบรรจุขวด นมกล่อง และอาหารแห้ง รวมทั้งของใช้เบ็ดเตล็ดผู้ป่วย เช่น ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ ผ้าอนามัย เป็นจำนวนมาก
  • สามารถบริจาคเงินไปได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขานครราชสีมา บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา” เลขที่บัญชี 301-3-40176-1

4. กรมอุตุนิยมวิทยา

  • เว็บไซต์ tmd.go.th
  • สายด่วนกรมอุตุนิยมวิทยา โทร. 1182
  • สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา กรุงเทพมหานคร (AM 1287 KHz) โทร. 02-383-9003-4, 02-399-4394
  • สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.นครราชสีมา (FM 94.25 MHz)โทร. 044-255-252
  • สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.พิษณุโลก (FM 104.25 MHz) โทร. 055-284-328-9
  • สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.ระยอง (FM 105.25 MHz) โทร. 038-655-075, 038-655-477
  • สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.ภูเก็ต (FM 107.25 MHz) โทร. 076-216-549
  • สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.ชุมพร (FM 94.25 MHz) โทร. 077-511-421

5. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

  • เว็บไซต์ disaster.go.th
  • สายด่วนนิรภัย หมายเลขโทรศัพท์ 1784
  • ขบวนช่วยเหลือน้ำท่วมออกเรื่อย ๆ ขอรับบริจาคเน้นไปที่ น้ำ, ยาแก้ไข้, เสื้อ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-241-7450-6

6. กรุงเทพมหานคร

  • สามารถไปบริจาคสิ่งของได้ที่ ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อาคารศาลาว่าการกทม.1 (เสาชิงช้า), ศาลาว่าการกทม.2(ดินแดง) และที่สำนักงานเขตทุกแห่งทั่วกรุงเทพฯ 50 แห่ง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-354-6858

7. สภากาชาดไทย

  • สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-251-7853-6 , 02-251-7614-5 ต่อ 1603
  • สามารถบริจาคเงินไปได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “สภากาชาดไทยช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย” เลขที่บัญชี 045-3-04190-6 แล้วแฟ็กซ์ใบนำฝากพร้อมเขียนชื่อและที่อยู่มาที่ สำนักงานการคลัง สภากาชาดไทย ถึงหัวหน้าฝ่ายการเงิน หมายเลขโทรสาร 02-250-0120 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-256-4066-8
  • สามารถไปบริจาคสิ่งของได้ที่ สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย 1871 ถนนอังรีดูนังต์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 หากมาจากถนนพระราม 4 ให้เลี้ยวตรงแยกอังรีดูนังต์ เมื่อเข้าสู่ถนนอังรีดูนังต์ให้ชิดซ้ายทันที เนื่องจากอยู่ต้นๆถนน (ทางด้านพระราม 4) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-251-7853-6 ต่อ 1603 หรือ 1102 หากเป็นวันหยุดราชการ ต่อ 1302 , 02-251-7614-5 หมายเลขโทรสาร 02-252-7976
  • สามารถลงทะเบียนร่วมเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมได้ที่ http://www.rtrc.in.th/ หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-251-7853-6 , 02-251-7614-5 ต่อ 1603 มาช่วยแพ็คชุดธารน้ำใจ หรือช่วยขนพวกข้าวสารอาหารแห้งขึ้นรถบรรทุก แต่มีเงื่อนไขอยู่ว่า ต้องการผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง และสามารถยกของหนักได้ (เพราะงานค่อนข้างหนัก และต้องยกของหนัก) เป็นผู้ชายก็จะดีมาก หากเราต้องการกำลังพล จะโทรศัพท์ไปติดต่อว่าจะสะดวกมาในวันที่เราแพ็คของหรือไม่ เป็นรายๆไป

ผลวิจัยฟันธง 2015 ท่องเน็ตมือถือแซงพีซี

รายงานจากบริษัทวิจัยตลาด IDC เปิดเผยว่า การใช้โมบายอินเทอร์เน็ตบนสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตจะแซงหน้าการท่องเน็ตบนพีซีภายในปี 2015 นอกจากนี้ ทางบริษัทยังทำนายอีกด้วยว่า อุปกรณ์อย่าง ไอโฟน ไอแพด แอนดรอยด์โฟน และแท็บเล็ต จะเติบโตเฉลี่ยปีละ 16.6% ในขณะที่การใช้พีซีจะลดลง โดยมี “แท็บเล็ต” เข้ามาแทนที่การใช้งาน

ยอดรวมผู้ใช้เน็ตทั่ว โลกคาดว่าจะโตจาก 2 พันล้านในปี 2010 ไปเป็น 2.7 พันล้านในปี 2015 แต่ในช่วงปีดังกล่าว รูปแบบการท่องเว็บจะเปลี่ยนไปจากเดิมทีมาจากพีซีจะเปลียนเป็นการท่องเว็บ ด้วยอุปกรณ์โมบาย อย่างไรก็ตาม IDC ไม่ได้ประเมินว่า จำนวนการใช้พีซีท่องเว็บจะเป็นเท่าไร? แต่ทำนายว่า มันจะลดลงอย่างช้าๆ “ลืมภาพวันนี้ไปได้เลยสำหรับวิธีท่องเว็บของผู้บริโภค เพราะในไม่ช้า ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะเข้าถึงเว็บด้วยอุปกรณ์โมบายมากกว่าพีซี และมันจะทำให้การใช้อินเทอร์เน็ตแตกต่างจากที่เคย” นักวิจัย IDC กล่าว

 

นอก จากข้อมูลข้างต้นแล้ว IDC ยังประมาณการณ์ว่า ยอดสมาร์ทโฟนจะโตเร็วมากจนสามารถแซงหน้าฟีเจอร์โฟนในปี 2015 เมื่อเร็วๆ นี้ Google รายงานว่า มีการแอคติเวทอุปกรณ์ Android วันละ 550,000 เครื่องจากที่เคยแจ้งตัวเลขไว้ที่ 400,000 เครื่องต่อวันเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จะเห็นว่า ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ในขณะที่ iPhone ของ Apple ก็ยังคงขายดีย่างต่อเนื่องตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ด้วยจำนวนเครื่องที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ประกอบกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลา ดังนั้น มันจึงมีความเป็นไปได้ที่ผู้ใช้จะหันมาใช้อุปกรณ์โมบายเข้าถึงเน็ตมากกว่าพี ซีในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้

กูเกิล พลัส (Google+)

กูเกิล เปิดให้บริการ “กูเกิล พลัส” เว็บไซต์สังคมออนไลน์แล้ว หวังแข่งกับ เฟซบุ๊ก ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้บริการมากกว่า 500 ล้านราย โดยบริการ “กูเกิล พลัส” (Google+) จะทำให้ผู้ใช้บริการสามารถแบ่งปันภาพถ่าย ข้อความ แสดงความคิดเห็นได้ ซึ่งรวมถึงบริการแผนที่ หรือ กูเกิล แม็ป (Google Map) และภาพเข้าไว้ด้วยกัน แต่ก็ยังใช้บริการอื่น ๆ ของ กูเกิล ได้เช่นเดิม เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการกับช่องทางการติดต่อต่าง ๆ ภายในกลุ่มได้อย่างง่ายดาย

สำหรับ กูเกิล พลัส จะมีบริการหลัก ๆ ทั้งสิ้น 5 ประเภท ประกอบด้วย

  • Circles (หรือการแบ่งปันเรื่องราวต่าง ๆ กับบุคคลใกล้ชิด)
  • Hangouts (บริการพูดคุยผ่านระบบวีดิโอ คอนเฟอเรนซ์)
  • Huddle (การแชทเป็นกลุ่มในครั้งเดียว)
  • Instant Upload (บริการอัพโหลดภาพและวิดีโอส่วนตัว)
  • Sparks (บริการแบ่งปันวิดีโอและบทความ)

ทั้งนี้ ทาง กูเกิล ครองส่วนแบ่งตลาดเซิร์ช เอ็นจิ้น มากกว่าสองในสามของสหรัฐฯ และพยายามหาทางแข่งขันกับ เฟซบุ๊ก ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ความพยายามก็ประสบความล้มเหลว หลังบริการ กูเกิล เวฟ (Google Wave) และ กูเกิล บัซ (Google Buzz) ไม่ค่อยได้รับความนิยมจากผู้ใช้บริการมากนัก

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์บางราย ระบุว่า กูเกิล ได้นำเนื้อหาบางส่วนของ เฟซบุ๊ก มาออกแบบเสียใหม่ โดยเพิ่มบริการวิดีโอแชท หรือการพูดคุยผ่านวิดีโอเพิ่มเติมเท่านั้น และ กูเกิล อาจไม่สามารถทำให้สาวกของเฟซบุ๊กเปลี่ยนใจมาใช้บริการใหม่นี้ได้ เนื่องจากผู้ใช้ เฟซบุ๊ก ส่วนใหญ่ก็จะมีสังคมของตนเองอยู่แล้ว อีกทั้ง บริการ กูเกิล พลัส ยังเปิดให้ใช้ในวงจำกัดเท่านั้น แม้ว่าในอนาคตจะมีแผนที่จะเปิดให้ผู้ใช้ในวงกว้างเร็ว ๆ นี้ ดังนั้น การที่ กูเกิล จะชักจูงให้ผู้ใช้เหล่านั้นหันมาสนใจบริการกูเกิล พลัส จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายเป็นอย่างยิ่ง

URL: http://plus.google.com

Earth Hour 2011

Earth Hour 2011

Earth Hour 2011

ประเทศไทย ได้เข้าร่วมกับ Earth Hour อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2551 โดยในปีนี้ได้ขยายการณรงค์ไปอีก 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต ขอนแก่น และนนทบุรี เราจะพร้อมใจกันปิดไฟเป็นเวลา 1 ชั่วโมงในวันและเวลาดังกล่าว โดยเป้าหมายลดปริมาณการใช้พลังงานถึง 2,000 เมกกะวัตต์ และช่วยกันปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็นทุกๆวันต่อไป กิจกรรมดังกล่าวเป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลกในการกระตุ้นและสร้างจิตสำนึกในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ อันเป็นส่วนหนึ่งของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นสาเหตุหลักของภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้น

ในปี 2551 ประเทศไทยได้เข้าร่วมกิจกรรมพร้อมกับกว่า 370 มหานครใหญ่ในการปิดไฟ ซึ่งสามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ถึง 73.34 เมกกะวัตต์ เทียบได้กับประชาชนช่วยกันปิดไฟฟ้าแสงสว่างชนิดหลอดผอมขนาด 36 วัตต์ จำนวน 2 ล้านหลอด และในปี 2552 สามารถประหยัดไฟได้ถึง 1,423 เมกกะวัตต์ เทียบได้กับการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกถึง 897 ตัน และยังคงรณรงค์ต่อเนื่องในกิจกรรมออนไลน์ภายใต้ชื่อ VOTE Earth อันเป็นการแสดงพลังของประชาชนจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อผลักดันให้ทุกภาคส่วนจัดทำแผนการลดการใช้พลังงานอย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยได้แสดงผลโหวตจากทั่วทุกมุมโลกในเวทีการประชุมขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP15) ที่เมืองโคเปนเฮเกน เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

สำหรับปี 2553 นี้ พวกเราขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันสานต่อกิจกรรมนี้และยืนหยัดต่อสู้ปัญหาดังกล่าวไปพร้อมกันทั่วโลก ชาวกรุงเทพมหานครพร้อมใจกันปิดไฟ…ที่บ้านคุณ ร่วมกับชาวเชียงใหม่ ขอนแก่น และอีกกว่า 120 ประเทศทั่วโลก

และสำหรับปีนี้ เราจะทำการดับไฟพร้อมกัน เป็นเวลา 1 ชั่วโมงอีกเช่นเคย ในวันเสาร์ที่ 26 มีนาคม นี้ ตั้งแต่เวลา 20.30 น. จนถึง เวลา 21.30 น.

ประมวลภัยเทคโนโลยีปีที่แล้ว และแนวโน้มปีหน้า

สถานการณ์ภัยเทคโนโลยี

ศูนย์เฝ้าระวังภัยเทคโนโลยี (IT WATCH) มูลนิธิกระจกเงา จัดทำประมวลสถานการณ์ภัยเทคโนโลยีที่มีผลต่อเด็กและเยาวชนปี 53 ซึ่งจากการดำเนินงานที่ผ่านมาปัญหาภัยเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นมักจะแปรผันไปตามการตลาดเสมอ แต่ปีนี้เป็นที่น่ายินดีที่ปัญหาต่างๆ กำลังลดน้อยลง โดยแบ่งปํญหาออกเป็น 2ประเภทดังต่อไปนี้ 1.) เรื่องเด็กหาย 2.)ร้องเรียนและแจ้งเบาะแส

1. เด็กหาย แบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ ติดเกม และติดแชค ซึ่งภัยเทคโนโลยีในปีนี้ลดลง จากปีที่แล้วกว่าครึ่ง

ติดเกม รับแจ้งมี 4 ราย ช่วงอายุระหว่าง 12 – 16 ปี พบแล้ว 2 ราย เหตุคือ กลัวการถูกผู้ปกครองดุด่าว่ากล่าวจึงไม่กล้ากลับบ้าน ส่วนอีก 2 รายไม่สามารถทำการติดต่อกับครอบครัวได้ ทางศูนย์ จึงไม่สามารถระบุข้อเท็จจริงดังกล่าวได้
สถิติลดลงจากปีที่แล้ว 50% จาก 8 คน เหลือ 4 คน

ติดแชท สำหรับปีนี้ได้แยกออกเป็น 3 กรณี
ติดแชททางโทรศัพท์ มีเพียง 1 รายเท่านั้น เป็นเพศหญิง และยังไม่พบตัว
ติดแชททางอินเตอร์เน็ต รับแจ้ง 13 ราย เป็นหญิงอายุระหว่าง 12 – 17 ปี พบแล้ว 11 ราย กำลังดำเนินการติดตามอีก 2 ราย
ติดแชททาง Hi5 รับแจ้ง 5 ราย เป็นชายแค่คนเดียว อายุระหว่าง 13 -18 ปี พบแล้วทั้งหมด ตรวจสอบแล้วเป็นการหายไปกับคนที่รู้จักกันทาง Hi5

สถิติในปีนี้โดยรวมสำหรับกรณีติดแชทมี 19 ราย ลดลงจากปีที่แล้ว 51.35%

2. ร้องเรียนและแจ้งเบาะแส

ทางศูนย์เฝ้าระวังภัยเทคโนโลยี (IT WATCH) มูลนิธิกระจกเงาได้รับแจ้งส่วนใหญ่เป็นเว็บเผยแพร่คลิปหลุด คลิปแอบถ่าย โป๊ เปลือย หรือเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมต่อเด็กและเยาวชน รองลงมาเป็นเว็บหมิ่นเบื้องสูง และอื่นๆ เช่น กลั่นแกล้ง พนันออนไลน์ เป็นต้น รวมรับแจ้งทั้งหมด 90 ครั้ง ซึ่งก็จะได้มีการส่งข้อมูลเหล่านี้ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

ปัญหาภัยเทคโนโลยีแปรผันไปตามการตลาด

การตลาดปีนี้มีการแข่งขันสมาร์ทโฟนสูงมากซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของผู้ใช้งานเพราะสะดวกสบายออนไลน์ได้ตลอดเวลา ทั้งนี้มีผลกระทบต่อปัญหาภัยเทคโนโลยีแน่นอน แต่ผลกระทบที่ว่านี้ไม่ได้ทำให้เด็กหายเพิ่มขึ้น เพียงแต่ทำให้ผู้ใช้คลุกอยุ่กับโทรศัพท์และโลกออนไลน์มากขึ้นเท่านั้นเอง แม้ก่อนหน้านี้จะเป็นที่น่ากังวลว่าจะผู้คนจะให้ความสนใจโลกออนไลน์จนห่างหายโลกจริงไปหรือเปล่า แต่เนื่องจากกระแสสังคมก็มีการเฝ้าระวังและตื่นตัวกับเรื่องนี้มากพอสมควร และเป็นการใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารให้เกิดประโยชน์สูงสุดและรวดเร็ว อย่างกรณีการกระจายข่าวและขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยพิบัติ เป็นต้น แม้ทางศูนย์เฝ้าระวังภัยเทคโนโลยี(IT WATCH) มูลนิธิกระจกเงา จะได้รับแจ้งการกลั่นแกล้งกันผ่านเครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิร์คยอดฮิตอย่าง Facebook มาบ้างแต่ด้วยความสะดวกที่ผู้ถูกกลั่นแกล้งสามารถแจ้งไปยังระบบโดยตรง จึงทำให้การแก้ไขปัญหาสะดวกมากยิ่งขึ้น

แนวโน้มสถานการณ์ภัยเทคโนโลยีปี 54

1. เด็กหาย ทั้งสาเหตุการหายจากติดเกมและติดแชทปีนี้ส่งสัญญาณได้ดีเรื่องเด็กหาย แม้จะมีการคาดการณ์ว่าปี 53 จะมีเด็กหายเพิ่มขึ้น แต่ผลปรากฏว่าเด็กหายมีจำนวนลดลง ซึ่งก็มีความคาดหวังว่าในปีต่อไปสถิติเด็กหายจะลดลงอย่างต่อเนื่อง

2. เด็กติดเกม ยังคงเป็นปัญหาหลักที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาให้ได้ แม้เด็กหายเพราะติดเกมมีจำนวนลดลงแล้วแต่เด็กที่มีพฤติกรรมติดเกมยังคงมีอยู่ ครอบครัวและครูเป็นกำลังหลักในเรื่องนี้หน่วยงานต่างๆ ต้องรีบเข้าเสริมเพื่อให้การแก้ไขปัญหาดังกล่าวมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง อย่าปล่อยทิ้งไว้ให้เป็นหน้าที่ใครคนใดคนหนึ่งจนเขาหมดแรง

3. เว็บแพร่ภาพโป๊ เปลือย คลิปหลุดคลิปแอบถ่าย ก็ยังแพร่หลายเพราะการแก้ไขปัญหาที่ใช้ระยะเวลานาน ทำให้ไม่ทันต่อการยับยั้งการเผยแพร่ เห็นจนเป็นที่คุ้นชิน หลักฐานคาตาทำอะไรไม่ได้

4. สังคมออนไลน์ ขยายใหญ่และเติบโต เรื่องดีดีในสังคมนี้ยังมีอีกมากใช้เทคโนโลยีเป็นสื่อในการประชาสัมพันธ์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง เป็นเครือข่ายที่มีพลังขยับขยายบางเรื่องได้ดีทีเดียว แต่อีกทางหนึ่งก็ควรหมั่นตรวจสอบข้อมูลของตัวเองในระบบอินเตอร์เน็ตให้อยู่ในความพอดี เผยความเป็นส่วนตัวมากไปอาจเป็นภัยกลับมาทำร้ายตัวเอง