สูตรยาที่สามารถเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ

โสม

เพราะโสมมีฤทธิ์ร้อน เป็นตัวกระตุ้นให้เลือดในร่างกายไหลเวียน ไปเลี้ยงอวัยวะตามส่วนต่างๆ ของร่างกายรวมถึงอวัยวะเพศด้วย 

กล้วยหอม

เป็นผลไม้ที่มีธาตุโพแทสเซียมสูง และเพิ่มความสามารถในการมีเซ็กซ์ และยังมีวิตามิน บี 6 อีกด้วย

 ไข่

เป็นอาหารที่ให้โปรตีนสูงแก่ร่างกาย ในไข่มีกรดอะมิโน ที่จำเป็นต่อร่างกายถึง 9 ชนิด มีไขมัน รวมไปถึงธาตุเหล็ก แร่ธาตุ ไอโอดีน ฯลฯ ซึ่งนิยมนำมาทำ ไข่ลวก เป็นตัวเพิ่มพลังทางเพศ

มะเดื่อ

มะเดื่อมีวิตามินบีชนิดไนอะซินสูง เพื่อช่วยในการไหลเวียนของเลือดทุกส่วนในร่างกาย และมีแมกนีเซียมสูง เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นในการสร้างฮอร์โมน

กระเทียม

กระเทียมมีประโยชน์ในการลดโคเลสเตอรอลในเส้นเลือด แม้ไม่ใช่สารเพิ่มพลังทางเซ็กซ์ แต่มีประโยชน์มากกับชายหลงวัย 40 ปี เพราะจะทำให้เลือดไปเลี้ยงน้องชายได้ดีขึ้น ทำให้นกเขาไม่หลับ 

ไก่ดำ

เนื้อไก่ดำจะมีโปรตีนสูงกว่าเนื้อไก่ชนิดอื่น ทั้งเนื้อและกระดูกที่มีสีดำ ถือเป็นยาเพิ่มพลังทางเพศขนานหนึ่ง 

ช็อกโกแลต

สารเคมีเฟเนเลธิลลาลามิน ในช็อกโกแลต จะเกิดขึ้นเมื่อเวลาที่เรามีความรัก และเป็นสารกระตุ้นทางเพศด้วย

สะระแหน่

เป็นสารอาหารที่กระตุ้นอารมณ์รักใคร่ได้ดีที่สุด ยิ่งหากนำมาผสมรวมกับมะเขือเทศที่ย่างจนสุกแล้วจะได้ ผลดีขึ้น 

กระชายดำ

ขึ้นชื่อมากที่สุดเลยก็ว่าได้ สำหรับกระชายดำ เพราะคุณผู้ชายหลายคนเชื่อกันว่า หากนำกระชายดำมาสกัดและดื่มเพียงวันละจิบ เพียงแค่นี้ก็สามารถเพิ่มพลังทางเพศถึงขนาดเตะปี๊บปลิวเลยทีเดียว

เนื้อหมูบดสุก

เมื่อนำมาผสมกับกล้วยน้ำว้าแก่จัดและน้ำผึ้ง และปั้นเป็นยาลูกกลอน รับประทานวันละ 1 เม็ด พลังทางเพศจะเพิ่มขึ้น

หน่อไม้ฝรั่ง

การรับประทานหน่อไม้ฝรั่งต้มทุกเช้าเป็นเวลา 3 วัน ติดต่อกัน จะช่วยเพิ่มความรู้สึกทางเพศได้ดี

สมุนไพร

กระชาย ข่า ตะไคร้ กระเทียม ใบมะกรูด ขมิ้นชัน พริกไทย ดีปลี นำทุกส่วนมาอย่างละเท่าๆ กัน แล้วบดให้ละเอียดผสมกับน้ำผึ้ง ปั้นเป็นลูกกลอน รับประทานวันละ 1 เม็ด จะรู้สึกคึกคักเรื่องเพศมากขึ้น

แครอท

ในแครอทมีสารเบต้าแคโรทีมสูง ช่วยเพิ่มปริมาณสเปิร์มและระดับฮอร์โมนเพศโปรเจสเตอโรน

กุ้ง

ในตัวกุ้งมีสาร ฟีนิลอะลานีน เป็นกรดอะมิโนที่มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นอารมณ์รักใคร่ให้มากขึ้น

บัญญัติ 21 ประการ ดูแลบ้านหลังน้ำท่วม

1. น้ำท่วมแล้ว น้ำลดแล้ว บ้านมีปัญหา เริ่มต้นที่ไหนดี

ความทุกข์ยากลำบากฉากแรกเพิ่งกำลังจะผ่านไปหลังน้ำลด แต่ความทุกข์ใหม่ กำลังเข้ามาแทนที่ เพราะสภาพ ของบ้าน อันถือว่าเป็นหนึ่ง ในปัจจัย 4 ของเรา มีสภาพที่น่าอึดอัด น่าอันตรายและเป็นรอยแผลที่หลายคน อยากจะเมินหน้าหนี หากคิดจะแก้ปัญหาบ้านหลังน้ำท่วม เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าปัจจุบัน (แม้ไม่ สามารถ จะเปรียบเทียบ เท่ากับอดีต) แนะนำในฐานะลูกหลาน พี่น้องว่าน่าจะ เริ่มต้นดังนี้

  • อย่าซีเรียสว่า ทำไมน้ำถึงท่วม ราชการหรือรัฐบาลไปอยู่ที่ไหน เพื่อน ๆ ในถิ่นอื่นทำไมบ้านเขา น้ำไม่ท่วม ฯลฯ เพราะนั่นไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหา “บ้านหลังน้ำท่วม” ที่เรากำลังจะคุยกันในบันทึกนี้
  • ทำการตรวจสอบด้วยจิตอันนิ่งๆว่า บ้านเราเกิดปัญหาใดเพิ่มขึ้นบ้าง เมื่อเปรียบเทียบกับ ก่อนน้ำท่วม เช่นรั้วเอียง ปาเก้ล่อน แมลงสาบหายไปไหน ค่าไฟเพิ่ม ฯลฯ และ ทำบันทึกไว้เป็นข้อ ๆ ให้อ่านง่ายจดจำง่าย (ภาษาฝรั่ง เขาเรียกว่าทำ Check List)
  • ถามตนเองว่าสภาพการเงินเราเป็นอย่างไร มีเงินจะใช้สำหรับการซ่อมแซมเท่าไร (รวมถึง การกู้ยืม แหล่งอื่น แต่ไม่รวม การโกง บ้านกินเมือง) จะได้วางแนวทางการจ่ายเงินอย่างมีขีดจำกัด และมีความเป็นไปได้
  • เปิดบันทึกนี้อ่านให้จบ อย่าโกรธหากบางตอนของบันทึกนี้มีรูปตลกเกินไป หรือเขียนแบบสบาย ๆเกินไปบ้างในบางประโยคครับ

2. น้ำไม่ท่วมบ้าน แต่ท่วมถนนซอยหน้าบ้าน ต้องทำอะไรไหมหนอ

น้ำไม่ท่วมตัวบ้าน หรือแม้แต่บริเวณสนามหญ้าในบ้าน แต่ท่วมที่ถนนหน้าบ้านอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ก็ไม่น่าจะวางใจนัก เพราะ ส่วนที่บ้านเรากับทางสาธารณะ จะต้องเชื่อมประสานกันมากที่สุด และเรามักจะมองข้ามไปก็คือ “ท่อระบายน้ำ” ที่ถ่ายเทน้ำจากบ้านเรา ระบายออกสู่ท่อระบายน้ำของหลวง ในยามที่น้ำท่วมทางสาธารณะ แน่นอนน้ำจะต้องท่วม ท่อระบายน้ำของหลวงท่านด้วย น้ำในบ้านเราก็เลยไม่ระบายออก แถมในทางกลับกัน น้ำในท่อระบายน้ำสาธารณะ อาจจะไหลกลับเข้าสู่บ้านเราได้ เมื่อมีการไหลกลับเช่นที่ว่า นอกจากจะพาเอาน้ำเข้ามาแล้ว ยังน่าจะพาเอาเศษดินโคลนต่าง ๆ เข้ามาด้วย เมื่อน้ำค่อย ๆ ลดลง เศษดิน โคลน ก็จะกองติดอยู่ในท่อระบายน้ำบ้านเรา ท่อระบายน้ำบ้านเราที่เล็กอยู่แล้ว ก็จะเกิดอาการอุดตัน หรือมีพื้นที่ว่างเหลือน้อยกว่าปกติ แนวทางในการแก้ไขและข้อควรจะระวัง น่าจะมีดังต่อไปนี้

  • หากเป็นท่อระบายน้ำระบบมีฝาเปิดตลอดแนว ก็เปิดฝาแล้วตักไอ้เจ้าดินโคลนเศษขยะนั้นออก
  • หากเป็นท่อระบบไม่มีฝาเปิดตลอด ก็เอาไม้ยาว ๆ ควานดู (แบบที่เขาขุดลอกท่อระบายน้ำของ กทม. นั่นแหละครับ)
  • หากทำไม่ได้ ทำไม่เป็น ทำไม่ไหว ขี้เกียจทำ ก็ไปจ้างคนอื่นเขาทำ แต่ขอร้องเถอะครับ อย่าเอาตัวมุดลงไป ในท่อแล้วทำเอง เพราะอาจไม่ได้กลับออกมา

อย่าพยายามใช้น้ำฉีด เพราะจะเปลืองน้ำมากและยังคงทำความสะอาดท่อลำบาก แถมยังทำบาปกับคนอื่นเขา เพราะ เจ้าเศษโคลน ทั้งหลายจะระบายลงสู่ ท่อสาธารณะ ทำให้ท่อของหลวงท่าน อุดตันตื้นเขิน …อันเป็น สาเหตุ หนึ่ง ที่ทำให้น้ำท่วมบ้าน ท่วมเมือง เนื่องจากระบายน้ำไม่ได้ อย่างที่น่าจะเป็น เมื่อทำการกวาดล้างเสร็จแล้ว ลองตรวจสอบอีกครั้งดูว่าระดับน้ำในท่อระบายน้ำเรานั้นไหลไปทางไหน ขอให้แน่ใจว่า จะไหลออกจากบ้านเรา สู่ท่อสาธารณะ หากยังไหลกลับทางกัน กรุณากลับไปอ่าน ข้อที่หนึ่งใหม่ หากหน้าบ้านท่านไม่มีท่อระบายน้ำสาธารณะ ก็ให้ตรวจสอบว่าน้ำไหลไปทางไหน ระบายออกทางไหน และให้ถือว่า จุดที่น้ำระบายออก จากบ้านเรา เป็นทางสาธารณะไปก่อน (หวังว่าบ้านท่านคงจะ ไม่ระบายน้ำ สะเปะสะปะ ผิดกฎหมายนะครับ)

3. รั้วคอนกรีตที่แข็งแรงของผม ต้องตรวจดูอะไรหลังน้ำลดไหม

น้ำคือองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของธรรมชาติ และธรรมชาติเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เกินกว่าที่มนุษย์จะไปท้าทายแข่งขัน รั้วคอนกรีตของท่าน คงจะไม่สามารถฝืนกฎนี้ได้ ปัญหาที่อาจจะเกิดกับรั้วของท่านก็เป็นเรื่องจากยามน้ำท่วม ดินที่ฐานรั้วท่านอาจจะอ่อนตัวลง ความสามารถในการ รับน้ำหนัก อาจจะน้อยลง หรือระดับที่ดินในบ้านกับนอกบ้านท่านมีระดับแตกต่างกัน ยามเมื่อน้ำที่ท่วมลดลง อาจจะเกิดแรงดูด ทำให้รั้วของท่าน เอียงไปก็ได้ หรือในขณะที่น้ำท่วมรั้วของท่าน อาจต้องทำหน้าที่เป็น “เขื่อน” ที่ต้องรับน้ำหนักน้ำเป็นอย่างมาก ความสามารถในการรับน้ำหนักอาจ “คลาก” ความแข็งแรงลดลงไปได้ ดังนั้นเพื่อความมั่นใจกรุณาตรวจสอบ และหาแนวทางแก้ไขดังนี้ ใช้สายตาของท่านเล็งดูว่ารั้วของท่านยังตั้งฉากอยู่ดีหรือไม่ หากมีการเอียงเล็กน้อยก็เอาไม้ค้ำยันด้านที่เอียงออก เอาไว้ก่อน มีสตางค์เมื่อไรก็รีบซ่อมทันที

  • หากตรวจสอบแล้วปรากฏว่ารั้วของท่านเอียงมาก เอียงจนแนวออกหรือจะออกนอกแนวศูนย์ถ่วง (C.G.) ต้องรีบซ่อมแซมทันที (โดยช่างก่อสร้าง ที่พอจะมีความรอบรู้) หากยังไม่มีงบประมาณ ก็ต้องค้ำยันไว้ อย่างแน่นหนามาก ๆ เพราะน้ำหนักรั้วที่แข็งแรงของท่านนั้นหนักมาก (ไม่เชื่อลองไปนอนให้รั้วพังทับดูก็ได้ไม่ว่ากัน)
  • หากรั้วของท่านมีคานคอดิน (คานตัวล่างสุดที่อยู่ใกล้ระดับดิน) รับน้ำหนักรั้วอยู่ พอน้ำลดลง น้ำอาจพาดิน ใต้คานคอดินของท่าน ออกไปด้วย ก็จะเกิดรูโพรงใต้คานรั้วของท่าน อันอาจเป็นเหตุให้สัตว์ต่าง ๆ เดิน – วิ่ง – มุด – เลื้อย เข้าไปในบ้าน ของท่านได้ หรือไม่ก็ทำให้ดินของท่านไหลออกจากบ้านสู่ทางสาธารณะไปเรื่อย ๆ ภายหลัง (อันทำให้ดินของท่าน หมดสนาม และถนนสาธารณะต้องสกปรก) ก็ขอให้เติมดินอัดกลับเข้าไป ให้คงเดิม

นอกจากจะตรวจดูที่รั้วบ้านแล้ว ท่านน่าจะต้องตรวจดูที่ประตูรั้วท่านด้วย เพราะประตูส่วนใหญ่ จะทำด้วยเหล็ก หรือไม้ (พวกอัลลอยด์ไม่ค่อยเป็นอะไร ยกเว้นบริเวณบานพับหรือกลอนที่อาจจะทำด้วยเหล็ก) อาจมีอาการผุกร่อนได้ ทำให้บานประตูไม่สามารถปิดได้เหมือนเดิม หรืออาจจะหลุดออกมาทั้งบาน !!! ทำการผูกรัดให้แข็งแรงเสีย มีเงินเมื่อไร อย่าลืมควักออกมาซ่อมแซมก็แล้วกัน

4. ช่วยด้วย ต้นไม้บ้านหนู เขากำลังจะตายกันหมด

น้ำท่วมคราวนี้คร่าชีวิตต้นไม้ไปมากมาย ทั้งพืชทางเศรษฐกิจและพืชที่เราปลูกกันไว้ในบ้าน หากบ้านใดน้ำท่วมเป็นเวลานาน ต้นไม้ต้นหญ้าขนาดเล็ก จะต้องตายหมดแน่นอน แนวทางการแก้ไขก็คือ ต้องเริ่มต้นปลูกกันใหม่ (ต้นไม้เขาตายไปแล้ว เรามิใช่เทวดาที่จะเรียก ให้เขาฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้) แต่ต้นไม้บางต้นที่ยังไม่ถึงที่แต่ก็กำลังจะถึงที่ตาย มีแนวทางที่ เรา จะช่วยเหลือเยียวยาเขาได้ ลองทำดังนี้ดูนะครับคุณหนู อย่าให้ปุ๋ยเด็ดขาด (ทั้งปุ๋ยวิทยาศาสตร์ ปุ๋ยธรรมชาติ หรือปุ๋ยนางงามจักรวาล) เพราะน้ำท่วมทำให้รากต้นไม้ อ่อนแอ เขาต้องการ เวลาพักฟื้นตัว ไม่ใช่ต้องการปุ๋ย (อย่างคนอาการโคม่า ย่อมไม่ต้องการรับประทาน สเต๊ก เนื้อสันฉันนั้น) ขุดหลุมเล็กขนาดลึกสัก 50 ซม. ถึง 1 เมตร ไว้ข้าง ๆ ต้นไม้นั้น เพื่อให้น้ำที่ขังอยู่บริเวณรากไม้ไหลลงสู่หลุมที่เราขุด เป็นการช่วยอาการรากสำลักน้ำได้ แล้วก็คอยเอาเครื่องดูดน้ำเล็ก ๆ (ภาษาชาวบ้านเรียกเจ้าเครื่องนี้ว่า ไดรโว่ ราคาประมาณ สองถึงสามพันบาท) คอยสูบน้ำออก แต่หากไม่มีกะตัง จะซื้อเครื่องสูบน้ำนี้ ก็ต้องออกแรงขุดหลุม กว้างหน่อย (อย่ากว้างมาก จนต้นไม้เขาล้ม) แล้วใช้ขันหรือถังค่อย ๆ เอื้อมมือตักน้ำออก หากเห็นว่า รากต้นไม้ไม่แข็งแรงเพียงพอที่จะยึดลำต้นเอาไว้ กรุณาอย่าอัดดินลงไปให้แน่นเป็นอันขาด ต้นไม้เขาจะรีบ ๆ ตาย ทันที ให้ใช้วิธีดามหรือค้ำยันลำต้นเอาไว้แทน รอจนรากเขาแข็งแรงเหมือนเดิม แล้วจึงเอาไม้ดามไม้ค้ำยันออก

ขอให้หนูโชคดีในการรักษาต้นไม้เอาไว้ หากโชคร้ายเขาต้องตายจากไป กรุณาปลูกขึ้นมาใหม่ เพราะต้นไม้หนึ่งต้น ขนาดต้นมะม่วงบ้านเรา จะถ่ายเทความร้อนได้เท่ากับเครื่องปรับอากาศ 1 ตัน แถมยังมีร่มเงาให้เราอีก ผลิตอากาศบริสุทธิ์ ให้เราใช้ กรองเสียงและกรองฝุ่นออกจากตัวบ้านเรา เราจะได้ใช้ไฟฟ้าให้น้อยลง ประเทศเราจะได้ไม่ต้องตัดไม้ทำลายป่าสร้างเขื่อน และน้ำก็จะท่วมประเทศไทยน้อยลง เราก็จะลำบากน้อยลง

5. ปาเก้บ้านดิฉัน กลายเป็นปลาลอยน้ำ น่าปาทิ้งไหมคะ ?

ก่อนอื่นต้องขอภาวนาว่าพื้นปาเก้ที่บ้านคุณนั้น เป็นปาเก้พื้นชั้นล่าง ไม่ใช่ปาเก้พื้นชั้นบน แต่ที่ว่าน่าจะปาทิ้งหรือไม่นั้น ผมขออนุญาต เล่าและอธิบายดังนี้

ปาเก้เป็นไม้ซึ่งอยู่ได้ด้วยกาว ดังนั้น พื้นปาเก้จึงเป็น พื้นที่อ่อนแอ กับอาการ น้ำท่วม อย่างยิ่ง เพราะทั้งไม้ ก็จะบวมขึ้นมา กาวก็จะหลุดล่อน ดังนั้นเมื่อ น้ำท่วมพื้นปาเก้ก็ต้องมีปัญหาแน่นอน อย่าไปโทษช่างทำปาเก้ หรือ อย่าไป คิดอะไรมาก

  • หากน้ำท่วมสัก 5-7 วัน นอกจากปาเก้จะหลุดล่อนลอยน้ำ ปูดโปนขึ้นมาแล้ว ยังจะมี อาการ “บูดเน่า” ให้เกิดกลิ่นเหม็น และอาจ เป็นอันตราย น้อย ๆ หากต้อง สูดดมอยู่ตลอด ทั้งวันทั้งคืน
  • หากปาเก้เปียกน้ำสักเล็กน้อย ไม่ถึงกับหลุดล่อนปูดโปนไม่ต้องทำอะไรมาก เช็ดทำความสะอาด แล้วปล่อยทิ้งไว้ เปิดหน้าต่าง ประตู ให้อากาศถ่ายเท ความชื้นออกไป ไม่กี่วันปาเก้ก็อาจเข้ารูปเดิมปกติได้ แต่มีข้อที่น่าคิดก็คือ อย่าเอาน้ำมัน หรือแลคเกอร์ หรือแว็กซ์ ไปทาทับตอนที่ปาเก้ยังชื้นอยู่ เพราะ สารเหล่านั้น จะไปเคลือบ ผิวไม้ ทำให้ความชื้น ในเนื้อไม้ (และเนื้อพื้นคอนกรีต ใต้ปาเก้) ไม่ระเหยออกมา
  • หากปาเก้มีอาการหนัก บิดงอ ปูดโปน เบี้ยวบูด ผุกร่อน เหม็นเน่า…กรุณาอย่าเสียดาย กรุณาเลาะออกมา หากเลาะออกมาแล้ว ยังอยู่ในสภาพดี ก็ผึ่งลมเอาไว้ให้แห้ง เผื่ออาจมีประโยชน์ในวันหลัง
  • หากเลาะพื้นปาเก้ออกมีข้อคิดว่า หากจะปูอะไรทับแทนก็ต้องระวังเรื่องน้ำหนักของวัสดุที่จะปูแทนนั้น ว่าหนักมากไหม หากหนักมาก ก็ต้องดูระบบโครงสร้างบ้านเราด้วยว่ามีความแข็งแรงไหม (ถามช่างผู้รู้ ให้ช่วย ดูก็ได้) เพราะปาเก้นั้น เป็นไม้ น้ำหนักเบา พื้นที่หนึ่งตารางเมตร อาจจะหนักเพียง 5 กิโลกรัม แต่พื้นหินอ่อน หรือแกรนิต น้ำหนักรวมปูนทราย ที่ใช้ปู หนึ่งตารางเมตรอาจหนักตั้ง 120 กิโลกรัม
  • หากจะปูปาเก้เช่นเดิม (เพราะชอบความเป็นไม้ที่ให้ความนุ่มนวล) หรือปูวัสดุอื่นที่ใช้ “กาว” เป็นตัว ประสาน กรุณาอย่า ปูทับลงทันที ต้องรอ ให้พื้นคอนกรีตแห้งก่อน (อาจใช้เวลาเป็นเดือน) แล้วจึงปูลงไปได้ ไม่เช่นนั้น รับรองว่าปูเท่าไรลงไป ก็ล่อนออกมาเท่านั้น

6. ปลั๊กไฟบ้านผม น้ำท่วมไม่เป็นไร น้ำลดจะเป็นไรไหม ?

แม้คำถามของคุณออกจะกวนกวนอยู่บ้าง แต่เราก็พยายามเข้าใจและเห็นใจ ว่าในขณะที่ น้ำท่วม นั้นท่านปิดวงจรไฟฟ้าทั้งบ้าน (ภาษาชาวบ้านเรียกว่า ปิดคัทเอ๊าท์) น้ำท่วมก็คงไม่เป็นไรอยู่แล้ว เพราะไม่มีกระแส ไฟฟ้าเดิน แต่พอ น้ำลด อยากจะเปิดไฟใช้ คงหวั่นเกรงเหมือนกัน ว่าจะเป็นอย่างไร เอาละ ครับ ผมขอสรุป แนวทาง ดังนี้ดีกว่า

ลองเปิดคัทเอ๊าท์ให้มีกระแสไฟฟ้าเข้ามา (อย่าลืมต้องมีฟิวส์ที่คัทเอ๊าท์เสมอ) หากปลั๊กหรือจุดใดจุดหนึ่งยังชื้น หรือเปียกอยู่ คัทเอ๊าท์จะตัดไฟและฟิวส์จะขาด ลองเปลี่ยนฟิวส์แล้วทิ้งไว้สัก 1 วัน ให้ความชื้นระเหย ออกไปบ้าง แล้วดำเนินการใหม่ หากคัทเอ๊าท์ยังตัดไฟเหมือนเดิม กรุณาตาม ช่างไฟฟ้า ผู้รู้เรื่องมาแก้ไข (เสียเงินบ้างก็เป็นเรื่องจำเป็น) ดีกว่าเอาชีวิตเสี่ยงต่อไป

หากผ่านข้อที่ 1 ลองทดสอบเปิดไฟฟ้าทีละจุด และทดสอบกระแสไฟฟ้า ในปลั๊ก แต่ละอันว่ามี ไฟฟ้ามาปกติ หรือไม่ (อาจหาซื้อ อุปกรณ์ตรวจ กระแสไฟฟ้า ขนาดเล็ก จาก ห้างไฟฟ้าทั่วไป รูปร่างหน้าตาคล้ายไขควง มาเสียบทดสอบดูก็จะสะดวกดี) หาก ทุกจุดทำงาน ปกติก็ถือว่า สบายใจได้ไปอีกระดับหนึ่ง หากมีปัญหา บางจุด ก็อาจรอสักนิดให้ความชื้นระเหยออกเช่นข้อแรก (แต่หากพอมีเงิน กรุณาอย่าเสี่ยงเลยครับ)

ดับไฟทุกจุดในบ้าน ปลดเครื่องใช้ไฟฟ้าออกทั้งหมด แต่ยังคงเปิดคัทเอ๊าท์เอาไว้ แล้ววิ่งไปดู มิเตอร์ไฟฟ้าหน้าบ้านว่าเคลื่อนไหวหรือไม่ (อาจต้องรอสักพักโดยการจดตัวเลข หรือใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปไว้) หากไม่เคลื่อนไหวแสดงว่า ไฟฟ้าในบ้านเราไม่น่าจะรั่ว แต่หากมิเตอร์หมุนแสดงว่า ท่านยังปิดการใช้ไฟฟ้าในบ้านท่านไม่หมด หรือไฟฟ้า ตามสาย ตามท่อ ตามจุด บางจุดในบ้านท่าน อาจจะรั่วได้รีบตามช่างไฟมาดูแล

เรื่องไฟฟ้านี้เป็น เรื่องของผู้ใหญ่ ไม่ใช่เรื่องของเด็กเป็นเรื่องของคนขี้ขลาด ไม่ใช่เรื่องของผู้กล้าหาญ ดังนั้นกรุณาอย่าประมาท น้ำท่วมก็เสียหายมากพอแล้ว อย่าต้องมาจัดงานอัปมงคลตามหลังกันอีกเลย …ซีเรียสนะครับ !

Continue reading

ลีลารักเมื่อแรกรัก

เมื่อตัดสินใจมีเซ็กส์ก็ควรเป็นช่วงเวลาที่พิเศษและลึกซึ้ง คนที่เพิ่งคบหาดูใจกันจึงควรคิดไตร่ตรองให้ดีก่อนตัดสินใจ 

เคยคิดไหมคะว่าเราขึ้นรถเมล์คันเดียวกันกับคนอีกกี่สิบคน กินข้าวในร้านหรือดูหนังในโรงหนังกับคนกี่สิบชีวิต สารพัดสถานที่และช่วงเวลาที่เราร่วมแชร์กับคนอื่นๆจำนวนมากในคราวเดียวกัน และเคยถามตัวเองไหมว่าเรามีคู่นอนมาแล้วกี่คน

 ความ เป็นจริงคือ จำนวนคนที่เรามีเซ็กส์ด้วยนั้นน้อยมากถ้าเทียบกับกิจกรรมต่างๆที่เราร่วมทำ กับคนอื่น ดังนั้น เพราะเซ็กส์ครั้งแรกของสองเราอาจมีผลกับความสัมพันธ์ต่อไปในอนาคต

เมื่อไร

จริงๆ แล้วการจะมีหรือไม่มีเซ็กส์กับใครสักคนเป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง แต่สิ่งที่พอจะแนะนำได้ก็คือถ้าคิดจะมีเซ็กส์ก็ต้องมีความรับผิดชอบและมี ความเป็นผู้ใหญ่มากพอ หาความรู้ว่าร่างกายของผู้ชายและผู้หญิงทำงานอย่างไร และเรียนรู้วิธีป้องกันตัวเองจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์ที่ ไม่ต้องการ สิ่งสำคัญอีกอย่างคืออย่าลืมพิจารณาแรงจูงใจในการมีเซ็กส์ว่าอยากมีเองจริงๆ หรือเพราะถูกพูดจาหว่านล้อมให้มี ทั้งที่ใจยังไม่ไปเต็มร้อย นี่ละเขาถึงเตือนกันว่าอย่าเพิ่งรีบร้อนมีเซ็กส์ถ้าเพิ่งคบหากัน ควรใช้เวลาพิจารณาดูให้แน่ใจเสียก่อน

กับใคร

เรื่อง นี้สำหรับผู้หญิงจะซับซ้อนสักหน่อย เพราะถ้าคิดมีความสัมพันธ์ระยะยาว ผู้หญิงที่มีสมองจะรู้ว่าไม่ควรยอมมีอะไรกับผู้ชายง่ายๆ เพราะจะทำให้คุณค่าในตัวเองลดต่ำลงไป แถมยังไม่ได้ทำให้ผู้ชายรักมากขึ้น และถ้าผู้ชายคนนั้นแสดงทีท่ากดดันให้มีเซ็กส์ละก็ ยิ่งไม่ควรยอมเสี่ยงโดยเด็ดขาด ผู้หญิงไม่เหมือนผู้ชายตรงที่มีเซ็กส์เพราะแค่เรื่องทางกาย แต่ผู้หญิงจะมองในแง่จิตใจและความรู้สึกมากกว่า ดังนั้นถ้าคิดจะมีเซ็กส์กับใครก็ต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง พิจารณาความเสี่ยง และผลพ่วงต่อไปในวันข้างหน้า มองตามความจริงอย่าใช้อารมณ์เพ้อฝันมาตัดสิน แต่ถ้าคิดแล้วว่าต้องการแค่เซ็กส์ ไม่คิดผูกมัดละก็…ลุยตามสบายค่ะ

 ที่ไหน

ถ้า เป็นเซ็กส์ครั้งแรกในชีวิตก็ควรต้องพิเศษนิดนึง ควรมีความเป็นส่วนตัว สบายๆผ่อนคลาย และเพลิดเพลิน การมีเซ็กส์แบบรีบเร่งบนเบาะหลังรถไม่ใช่สิ่งที่ผู้หญิงชอบเลย ผู้หญิงต้องใช้เวลาอุ่นเครื่องนานกว่าผู้ชาย ดังนั้นการที่ต้องตื่นเต้นกับการกลัวใครบังเอิญมาพบเห็น จึงเป็นตัวการฆ่าอารมณ์เซ็กส์ของผู้หญิงจนหมดเกลี้ยง ยิ่งไปกว่านั้นผู้หญิงจะดูว่าผู้ชายเลือกสถานที่แบบไหนในการมีเซ็กส์ แล้วเอามาเป็นตัวชี้ว่าผู้ชายเห็นเธอมีค่ามากแค่ไหนในสายตาของเขา เพราะฉะนั้นควรเลือกสถานที่อย่างพิถีพิถันสักนิด เพื่อความสัมพันธ์ที่ยืนนาน

 อย่างไร

เพราะ ว่าเซ็กส์คือกิจกรรมที่ลึกซึ้งและใกล้ชิดกันอย่างแนบแน่น ดังนั้นจึงเป็นการดีที่สุดถ้าต่างผลัดกันเป็นผู้ให้และผู้รับ ประสบการณ์เซ็กส์ที่ได้จะประทับใจสุดซึ้ง และจะรู้สึกว่าทั้งคู่มีความเท่าเทียมกัน เป้าหมายของเซ็กส์ไม่ใช่ จุดสุดยอด แต่เป็นการเป็นผู้ให้และผู้รับและการมีความสุขร่วมกันต่างหากที่สำคัญ

ซื่อสัตย์กับตัวเอง ก่อนที่จะตัดสินใจมีเซ็กส์กับใคร ลองถามตัวเองก่อนสิว่า

1.เรารู้จักกับคนคนนี้นานแค่ไหนแล้ว เขาเป็นคนพิเศษสำหรับเราแน่แล้วหรือ

2.แล้วเราเป็นคนพิเศษสำหรับเขาหรือเปล่า มีอะไรบ่งบอกว่าเราใช่นอกเหนือจากคำว่า ไอเลิฟยู

3.อะไรคือแรงจูงใจให้เขาอยากมีเซ็กส์กับเรา แล้วเรามีแรงจูงใจอะไร หวังอะไรจากเซ็กส์ครั้งนี้

4.อยากจะจดจำสถานที่และช่วงเวลานี้ว่าเป็นครั้งแรกของสองเราหรือไม่

5. กล้าเสี่ยงติดโรคหรือท้องไหมถ้าไม่ได้ป้องกัน มีอุปกรณ์ป้องกันเตรียมไว้หรือยัง ถ้ามีอะไรกันแล้วความสัมพันธ์จะเปลี่ยนไปไหมในอนาคต

6.คิดดีแน่แล้วหรือ ตอนตัดสินใจเมา หดหู่ หรือประชดชีวิตหรือเปล่า มีปัจจัยอื่นมามีอิทธิพลกับการตัดสินใจหรือไม่

 

เซ็กส์ เป็นหนึ่งใน กิจกรรมสำคัญที่สุดที่เราร่วมแชร์กับใครคนหนึ่ง เซ็กส์เป็นเรื่องธรรมชาติ เหมือนการกิน ดื่ม นอนหลับ การมีเซ็กส์กับคนที่ใช่ ณ เวลาที่ใช่จึงเป็นเรื่องที่แฮปปี้มากๆ ดังนั้นควรใช้ทั้งสมองและหัวใจในการตัดสินใจมีเซ็กส์กับใครสักคน เพราะถ้าคิดที่จะทำแล้วก็ควรสนุกและมีความสุขกับมันค่ะ

24 วิธีแก้เซ็ง

1. ลองหาหนังสือที่ชอบอ่าน .. ควรจะอ่านหนังสือ “ขำขัน” ไม่ควรอ่านหนังสือนิยาย ประเภทรักไม่สมหวัง ชอกช้ำ พระเอกตาย นางเอกโดนจับไปจำหน่ายตั๋ว เพราะมันจะทำให้คุณหดหู่ยิ่งขึ้น

2. ไปเช่าหนังมาดู .. หนังตลกก็ดีน๊ะ อย่าดูหนังเศร้าล่ะ .. ถ้าจะดูหนังผีก็ดู หนังผี ฮา ๆ .. อย่าดูอะไรที่มันสยองน๊ะ .. เพราะมันอาจจะทำให้คุณอยากเป็นผีได้ ..

3. ไปเดินห้าง .. เดินดูของ เดินดูเสื้อผ้า .. เดินเหล่สาว .. เดินมองหนุ่ม ๆ แล้วแต่ชอบเลยจ้า …. จะช้อปให้แหลก ก็ตามสบาย (ระวังเป๋าแฟบล่ะ)

4. ไปออกกำลังกาย .. ไม่ว่าจะเป็น โยนโบลลิ่ง ว่ายน้ำ ฟิตเนส เต้นแอโรบิค วิ่ง ปิงปอง เปตอง ฟุตบอล แบทบินตัน บาสเกตบอล วอลเลย์บอล ขว้างจักร พุ่งแหลม (แล้วแต่ถนัดเลย) ฯลฯ

5. ไปหาอะไร อร่อย ๆ ทาน .. เลือกร้านที่บรรยากาศดี ๆ ไม่น่าเบื่อ มีอะไรแปลกใหม่ท้าทาย .. น่าตื่นเต้น

6. ชวนเพื่อน ๆ คนสนิท ไปนั่งเมาท์กาน .. เมาท์แก้เซ็ง ( อย่าเมาท์เรื่องการเมืองล่ะ 55+ )

7. ไปเที่ยวทะเล สวนสนุก เที่ยวป่า เที่ยวเขา เที่ยวน้ำตก เที่ยวสวนสัตว์ เที่ยวพิพิธภัณฑ์ .. ฯลฯ ถ้ามีตังค์หน่อยก็ไปเที่ยวต่างจังหวัด ถ้าตังค์หนาเป็นฟ่อนก็ไปเที่ยวต่างประเทศเลย ..

8. ไปบ้านเพื่อน .. (ไปบ้านที่ของกินเยอะ ๆ บรรยากาศดี ๆ แล้วก็ไปถล่มเลย) อิ อิ

9. ถ้าเบื่อ ๆ แล้วไม่รู้จะทำอะไรก็ … แกล้งเพื่อนสิ แกล้งอะไรที่มันไม่รุนแรงนะ แกล้งอะไรที่น่ารัก ๆ น่ะ ถ้าแกล้งแล้วเพื่อนโกรธอันนี้ไม่รู้ด้วยล่ะ

10. ชวนเพื่อน ๆ หรือใครก็ได้ ไปดูคอนเสิร์ตที่ชอบ .. ไปเต้นให้มันส์เลย ..

11. ดูตลกคาเฟ่ .. ดูระเบิดเถอดเทิง ดูโทรทัศน์ ดู UBC

12. กินน้ำชา + โรตี ชวนเพื่อน ๆ ไปปาร์ตี้กัน (ไม่มีแอลกอฮอล์น๊ะจ๊ะ)

13. เล่นอินเตอร์เนต แชท กับ เพื่อน ๆ หรือใครก็ได้ ไประบายความเซ็งซะ ..

14. หาเวปไซต์ดี ๆ อ่าน (คงไม่มีใครทะลึ่งไปเปิดเวปโป๊น๊ะ)

15. เล่นเกมส์ .. ไม่ว่าจะเกมส์กด เกมเพล เกมคอม เกม… ฯลฯ (แต่อย่ามากจนเกินควรนะ)

16. ชวนที่บ้านขับรถเล่น .. กินลม ชมเมือง

17. ไป สปา .. (ถ้ามีตังค์หน่อยนะ)

18. ทำกับข้าว .. ใครชอบทำกับข้าว ทำอาหาร ทำขนม ก็ลงมือเลยน๊ะจ๊ะ

19. เขียนไดอารี่ .. เขียนโน่นขีดนี่ วาดภาพ ฟังเพลง ร้องเพลง เล่นดนตรี .. สร้างบ้าน (บ้านเลโก้น๊ะจ๊ะ)

20. ทำสวน .. (ช่วยคุณพ่อคุณแม่ นะเด็กดี)

21. ทำงานบ้านกวาดบ้านถูบ้าน .. จัดทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า (เด็กดีภาค 2)

22. คุยโทรศัพท์กับคนที่คุณคิดว่าจะทำให้คุณหายเบื่อได้

23. ฝึกนั่งสมาธิ สงบจิตสงบใจ .. คิดว่าเรื่องบนโลกใบนี้มันเป็นเรื่องธรรมดา

24. นอนหลับ .. นอนซะ นอน .. นอน .. เผื่อตื่นมาแล้วจะหายเบื่อนะจ๊ะ

ก่อนรักจะจืดจาง

ชีวิตคู่ที่อยู่กันมาหลายปีแบบปราศจากน้ำตาลมาสม่ำเสมอ ครั้นปุบปับจะลุกขึ้นมารังสรรค์กันในวันนี้ก็คงประดักประเดิด หนำซ้ำเราทั้งคู่ยังผ่านชีวิตมาด้วยกัน ได้พบได้เห็นอีกฝ่ายหนึ่งมากพอสมควร สร้างความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อกัน อย่าเผลอปล่อยให้หน้าที่ความรับผิดชอบต่าง ๆ มันดูดซับความหวานไปจากชีวิตคู่จนแห้งเหี่ยวหัวโตเชียวนะ เอาล่ะ…เพื่อจะได้ไม่ต้องหวาดหวั่นว่าวันแห่งความรักจะเป็นวันร้าย เรามีคาถาไว้ใช้สร้างบรรยากาศวันแห่งความรักจะมาถึง

1. มอบเพลงผ่านคลื่นวิทยุ… หยึมกึ๋ยหน่อย ๆ แต่ถ้าเขาไม่ใช่พวกซีเรียสจริงจังขี้ยั๊วะ เขาจะอายก่อนแล้วเริ่มขำ ตามด้วยรักและเอ็นดู
2. หลังจากเจ้าตัวยุ่งนอนหมดแล้ว ชวนดูหนังรักโรแมนติก (เลือกเรื่องที่เขารับได้ เพราะผู้ชายทนความโรแมนติกได้ไม่ดีเท่าผู้หญิง) หรือเปิดเพลงรักของสองเราให้ฟังโดยบังเอิญ แล้วขึ้นต้นประโยคว่า ยังจำได้ไหม…
3. คืนเดือนหงายยกเก้าอี้มาวางนอกบ้าน ชงชาเขียวชมจันทร์ ชวนวางแผนไปเที่ยวกันตอนลูก ๆ โตแล้ว
4. เดินจูงมือกันบ้าง ลูกจะแซวหรือเพื่อนจะกัดก็ทำหูทวนลมซะ อย่าไปอายใครมาก ไม่ได้จูจุ๊บปากอย่างฝรั่งซักหน่อย บอกว่าซ้อมจูงไว้เผื่อตอนแก่ ๆ ไง
5. โทรหากันตอนกลางวันบ้าง นาน ๆ ก็หยอดซักทีว่าคิดถึง
6. นัดทานข้าวมื้อกลางวันในร้านใกล้ ๆ ที่ทำงาน หรือนัดทานข้าวมื้อเย็นกันสองคน
7. ทำให้แปลกใจเล่นบ้าง เช่นขอวันว่างพิเศษ 1 วัน พอวันนั้นมาถึง ก็พาเขาไปดูคอนเสิร์ตที่เขาบ่นอยู่นั่นแหละว่าอยากไปดู หรือบอกว่าจะพาไปกินข้าว แต่ขับรถไปหาร้านอร่อยแถวสุพรรณ ชมเมืองนิดหน่อยแล้วก็กลับบ้าน
8. ชวนกันไปขี่จักรยานในสวนสาธารณะ หรือชวนกันไปเล่นกีฬา
9. นวดให้กันวันละ 5 นาทีก่อนนอน หรือนวดเท้าให้กันตอนนั่งดูทีวี
10. หลังจากวันดี ๆ ของเขาและเรา ทิ้งเสื้อคลุม ผ้าพันคอ ที่มีกลิ่นน้ำหอมของเราไว้ในรถเขา กลิ่นช่วยเตือนความจำ ฉีดน้ำหอมเพิ่มเล็กน้อย ถ้ากลัวว่ากลิ่นจะจางไป อย่าให้ฉุนแล้วกันค่ะ
11. เขียนโน้ตหวานซุกไว้ในกระเป๋าเสื้อหรือส่งอีเมล์
12. ซุ่มซ้อมทำอาหารโปรดที่เขาไม่คิดว่าเราจะทำได้ สำหรับเลี้ยงในวันพิเศษ
13. กอดกันวันละนิดจิตแจ่มใส กอดแบบแนบชิด กอดหลวม ๆ กอดรัดฟัดเหวี่ยงแบบมันเขี้ยว กอดลูบหลัง ลองดูว่าแบบไหนโดนใจ จะกอดแบบสลับกันบ้างก็ได้
14. เลิกใส่ชุดอยู่บ้านเยิน ๆ เข้านอน แล้วสร้างบรรยากาศชวนวาบหวิวในห้องนอนเรียกร้องความสนใจให้ตาลุกวาว

เราจะแปรจากวิกฤตเป็นโอกาสหรือไม่ก็เริ่มต้นที่คุณก่อนละค่ะ เชื่อเถอะว่านานไปเขาหรือเธอคนนั้นก็ย่อมหวั่นไหวและคล้อยตาม เพราะคนรักของเราก็ต้องการความรัก และเขาหรือเธอคนนั้นก็ต้องการจะเป็นผู้รู้ใจคนที่เขารักด้วยเหมือนกันนะคะ