ก่อนรักจะจืดจาง

ชีวิตคู่ที่อยู่กันมาหลายปีแบบปราศจากน้ำตาลมาสม่ำเสมอ ครั้นปุบปับจะลุกขึ้นมารังสรรค์กันในวันนี้ก็คงประดักประเดิด หนำซ้ำเราทั้งคู่ยังผ่านชีวิตมาด้วยกัน ได้พบได้เห็นอีกฝ่ายหนึ่งมากพอสมควร สร้างความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อกัน อย่าเผลอปล่อยให้หน้าที่ความรับผิดชอบต่าง ๆ มันดูดซับความหวานไปจากชีวิตคู่จนแห้งเหี่ยวหัวโตเชียวนะ เอาล่ะ…เพื่อจะได้ไม่ต้องหวาดหวั่นว่าวันแห่งความรักจะเป็นวันร้าย เรามีคาถาไว้ใช้สร้างบรรยากาศวันแห่งความรักจะมาถึง

1. มอบเพลงผ่านคลื่นวิทยุ… หยึมกึ๋ยหน่อย ๆ แต่ถ้าเขาไม่ใช่พวกซีเรียสจริงจังขี้ยั๊วะ เขาจะอายก่อนแล้วเริ่มขำ ตามด้วยรักและเอ็นดู
2. หลังจากเจ้าตัวยุ่งนอนหมดแล้ว ชวนดูหนังรักโรแมนติก (เลือกเรื่องที่เขารับได้ เพราะผู้ชายทนความโรแมนติกได้ไม่ดีเท่าผู้หญิง) หรือเปิดเพลงรักของสองเราให้ฟังโดยบังเอิญ แล้วขึ้นต้นประโยคว่า ยังจำได้ไหม…
3. คืนเดือนหงายยกเก้าอี้มาวางนอกบ้าน ชงชาเขียวชมจันทร์ ชวนวางแผนไปเที่ยวกันตอนลูก ๆ โตแล้ว
4. เดินจูงมือกันบ้าง ลูกจะแซวหรือเพื่อนจะกัดก็ทำหูทวนลมซะ อย่าไปอายใครมาก ไม่ได้จูจุ๊บปากอย่างฝรั่งซักหน่อย บอกว่าซ้อมจูงไว้เผื่อตอนแก่ ๆ ไง
5. โทรหากันตอนกลางวันบ้าง นาน ๆ ก็หยอดซักทีว่าคิดถึง
6. นัดทานข้าวมื้อกลางวันในร้านใกล้ ๆ ที่ทำงาน หรือนัดทานข้าวมื้อเย็นกันสองคน
7. ทำให้แปลกใจเล่นบ้าง เช่นขอวันว่างพิเศษ 1 วัน พอวันนั้นมาถึง ก็พาเขาไปดูคอนเสิร์ตที่เขาบ่นอยู่นั่นแหละว่าอยากไปดู หรือบอกว่าจะพาไปกินข้าว แต่ขับรถไปหาร้านอร่อยแถวสุพรรณ ชมเมืองนิดหน่อยแล้วก็กลับบ้าน
8. ชวนกันไปขี่จักรยานในสวนสาธารณะ หรือชวนกันไปเล่นกีฬา
9. นวดให้กันวันละ 5 นาทีก่อนนอน หรือนวดเท้าให้กันตอนนั่งดูทีวี
10. หลังจากวันดี ๆ ของเขาและเรา ทิ้งเสื้อคลุม ผ้าพันคอ ที่มีกลิ่นน้ำหอมของเราไว้ในรถเขา กลิ่นช่วยเตือนความจำ ฉีดน้ำหอมเพิ่มเล็กน้อย ถ้ากลัวว่ากลิ่นจะจางไป อย่าให้ฉุนแล้วกันค่ะ
11. เขียนโน้ตหวานซุกไว้ในกระเป๋าเสื้อหรือส่งอีเมล์
12. ซุ่มซ้อมทำอาหารโปรดที่เขาไม่คิดว่าเราจะทำได้ สำหรับเลี้ยงในวันพิเศษ
13. กอดกันวันละนิดจิตแจ่มใส กอดแบบแนบชิด กอดหลวม ๆ กอดรัดฟัดเหวี่ยงแบบมันเขี้ยว กอดลูบหลัง ลองดูว่าแบบไหนโดนใจ จะกอดแบบสลับกันบ้างก็ได้
14. เลิกใส่ชุดอยู่บ้านเยิน ๆ เข้านอน แล้วสร้างบรรยากาศชวนวาบหวิวในห้องนอนเรียกร้องความสนใจให้ตาลุกวาว

เราจะแปรจากวิกฤตเป็นโอกาสหรือไม่ก็เริ่มต้นที่คุณก่อนละค่ะ เชื่อเถอะว่านานไปเขาหรือเธอคนนั้นก็ย่อมหวั่นไหวและคล้อยตาม เพราะคนรักของเราก็ต้องการความรัก และเขาหรือเธอคนนั้นก็ต้องการจะเป็นผู้รู้ใจคนที่เขารักด้วยเหมือนกันนะคะ

วันแม่และความหมายของดอกมะลิ

แม่…คำนี้มีอานุภาพยิ่งใหญ่ในใจลูกทุกคน จนยากที่จะเปรียบเทียบได้กับทุกสรรพสิ่งในโลก ดังคำขวัญที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานไว้ว่า “แม่เป็นพระอรหันต์ของลูก คนที่เที่ยววิ่งหาพระเพื่อกราบไหว้พระอรหันต์ อย่าลืมว่ามีพระอรหันต์อยู่กับตัวแล้ว ควรปฏิบัติต่อแม่อย่าให้บกพร่องได้” พระคุณของแม่อันประกอบไปด้วยความรักที่มีต่อลูกอย่างสุดหัวใจเช่นนี้ คงไม่ยากจนเกินไปนัก หากเอ่ยคำว่า “รัก” ให้แม่ได้ชื่นใจบ้าง เพราะคุณอาจโชคดีกว่าหลาย ๆ คนที่ได้เพียงแต่รำลึกถึงพระคุณแม่ผ่านภาพและเงาที่ตราตรึงไว้ในความทรงจำเท่านั้นว่า “ลูกรักแม่”

ชาวอเมริกันเป็นผู้กำหนดให้มีวันแม่อย่างเป็นทางการขึ้น และผู้ที่พยายามเรียกร้องให้มีวันแม่ในอเมริกา คือ แอนนา เอ็ม. จาร์วิส คุณครูแห่งรัฐฟิลาเดลเฟีย แต่กว่าเธอจะประสบความสำเร็จก็ครบ 2 ปีพอดีในปี ค.ศ.1914 (พ.ศ. 2457) โดยประธานาธิบดี วูดโรว์ วิลสัน ได้มีคำสั่งให้ถือวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมเป็นวันแม่แห่งชาติ และดอกไม้สำหรับวันแม่ของชาวอเมริกันก็คือดอกคาร์เนชั่น ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือถ้าแม่ยังมีชีวิตอยู่ให้ประดับตกแต่งบ้านหรือประตูด้วยดอกคาร์เนชั่นสีชมพู แต่ถ้าแม่ถึงแก่กรรมไปแล้วให้ประดับด้วยดอกคาร์เนชั่นสีขาว

สำหรับในประเทศไทยนั้นมีการจัดงานวันแม่ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2486 ณ.สวนอัมพร โดยมีกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้จัดงาน แต่เนื่องจากช่วงนั้นเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 งานวันแม่ในปีต่อมาจึงต้องงดไปโดยปริยาย หลังจากผ่านพ้นวิกฤติสงครามไปแล้ว หลายหน่วยงานได้พยายามรื้อฟื้นให้มีวันแม่ขึ้นมาอีก แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร และมีการเปลี่ยนกำหนดวันแม่ไปหลายครั้ง แต่กำหนดวันแม่ที่ประชาชนนิยม และเป็นที่รับรองของรัฐบาล คือวันที่ 15 เมษายน โดยเริ่มจัดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 กำหนดงานวันแม่ในวันนี้ยังดำเนินต่อมาอีกหลายปี ก็ต้องมาหยุดชะงักลงอีก ด้วยเหตุผลที่ว่าสภาวัฒนธรรมแห่งชาติผู้จัดงานวันแม่ขาดผู้สนับสนุนซึ่งก็คือกระทรวงวัฒนธรรมที่ถูกยุบไปนั่นเอง

ต่อมาสมาคมครูคาทอลิกแห่งประเทศไทยเห็นว่าควรมีการจัดงานวันแม่ต่อไป จึงได้รื้อฟื้นงานวันแม่ขึ้นมาอีก และได้กำหนดให้จัดงานวันแม่ คือวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2515 แต่จัดได้เพียงปีเดียวก็เลิกไป จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2519 คณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์เห็นว่าควรกำหนดวันแม่ให้แน่นอนเสียที จึงได้กำหนดวันแม่ใหม่โดยให้ถือว่าวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ และ กำหนดให้ดอกมะลิเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ตั้งแต่นั้นมา

เหตุผลที่ให้ดอกมะลิ เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ ก็เนื่องจาก ดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่มีสีขาวบริสุทธิ์ ส่งกลิ่นหอมไปไกลและหอมได้นาน อีกทั้งยังออกดอกได้ตลอดทั้งปี เปรียบได้กับความรักอันบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูกไม่มีวันเสื่อมคลาย…

ยุงลาย สาเหตุของโรคไข้เลือดออก

ยุงเป็นแมลงขนาดเล็ก ที่มักทำให้เรารู้สึกรำคาญเวลาเห็นหรือได้ยินเสียงมันบินไปมาใกล้ๆ ทั้งนี้เพราะ เรารู้ว่าถ้าถูกยุงกัด นอกจากจะรู้สึกคันแล้ว เราอาจเป็นมาลาเรีย ไข้เลือดออก ไข้สมองอักเสบ หรือไข้เหลืองได้

โลกมียุงกว่า 3,000 ชนิด ยุงส่วนมากไม่นำโรคใดๆ สู่มนุษย์ จะมีประมาณ 100 ชนิดเท่านั้นที่สามารถฆ่าคนได้ นักชีววิทยาพบว่า ยุงที่กัดคนเป็นยุงตัวเมียเท่านั้น เพราะมันต้องการเลือดยามจะวางไข่ เวลากัด มันจะใช้จะงอยปากที่แหลมเหมือนเข็มฉีดยาเจาะเข้าไปในเส้นเลือดใต้ผิวหนัง แล้วปล่อยน้ำลายออกมาเพื่อไม่ให้เลือดที่มันกำลังดูดแข็งตัว และถ้ายุงตัวนั้นเป็นพาหะนำโรค เชื้อโรคที่แฝงอยู่ในน้ำลายก็จะเข้าสู่ร่างกายคน ส่วนสารเคมีที่มีในน้ำลายจะทำให้คนที่ถูกยุงกัดรู้สึกคัน จนบางคนมีอาการแพ้ หรือรู้สึกหน้ามืดจนหายใจไม่ออก เป็นต้น

นักชีววิทยาสนใจที่จะรู้ว่า ยุงหาอาหารอย่างไร เหตุใดบางคนจึงถูกยุงกัดบ่อย แต่บางคนยุงไม่ยุ่งด้วยเลย เหตุใดยุงก้นปล่อง (Anopheles gambiae) จึงชอบกัดบริเวณเท้าและข้อเท้าของคน แต่ยุง Anopheles atroparous กลับชอบกัดบริเวณใบหน้า และเราจะป้องกันไม่ให้ยุงกัดได้อย่างไร เป็นต้น นักชีววิทยายังพบอีกว่า ในสายตายุง คนแต่ละคนมีโอกาสในการถูกกัดไม่เท่ากัน ทั้งนี้เพราะร่างกายเรามีอุณหภูมิแตกต่างกัน อีกทั้งเวลาหายใจออกจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาในปริมาณไม่เท่ากัน และมีกลิ่นตัวที่แตกต่างกัน สำหรับวิธีป้องกันยุงกัด โดยทั่วไปอาจใช้สารเคมี N, N-diethyl-3-methyl-benzamide หรือครีม calamine และ caladril ทาตามผิวหนังเพื่อไล่ยุง และพร้อมกันนั้นเราก็ควรแต่งตัวให้มิดชิดเพื่อปกป้องผิวหนังไม่ให้ถูกยุงกัด

ยุงลาย (Aedes aegypti) เป็นยุงที่ร้ายกาจและน่ากลัวรองจากยุงก้นปล่อง มันมีชื่อ ยุงลาย เพราะลำตัวมีลายขาวสลับดำ ยุงลายอยู่ในอันดับ Diptera ที่มีหลายวัฏจักรชีวิต โดยในแต่ละวัฏจักร รูปร่างและวิธีหาอาหารของมันจะไม่เหมือนกัน กล่าวคือ ยุงลายจะเริ่มชีวิตในสภาพไข่ เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 24 ชั่วโมง ไข่ที่ลอยที่ผิวน้ำจะฟักเป็นลูกน้ำ และใช้อวัยวะสำหรับหายใจที่อยู่ที่ปลายหางแตะผิวน้ำตลอดเวลา ลูกน้ำใช้ 95 เปอร์เซ็นต์ของเวลาในช่วงนี้หาอาหาร ซึ่งได้แก่ ไรน้ำ บักเตรี และพืชขนาดเล็ก ที่มีอุดมในน้ำที่สกปรก การกินอาหารอย่างต่อเนื่องและตลอดเวลา ทำให้ลูกน้ำเจริญเติบโตเร็วจนมีขา ปีก และปากปรากฏ จากนั้นก็เข้าสู่สภาพดักแด้ ซึ่งถ้าไม่มีอะไรมารบกวน มันก็จะลอยติดใต้ผิวน้ำตลอดไป แต่เวลามีเงามืดมาทาบ มันก็จะดำน้ำทันที ในช่วงเวลานี้มันจะไม่กินอาหารหรือขับถ่ายเลย จนกระทั่งกลายสภาพเป็นยุงลายอย่างสมบูรณ์ แม้ในระยะเริ่มต้นจะมีน้ำหวานจากดอกไม้มาวางอยู่ใกล้ๆ มันก็ไม่สนใจ แต่อีก 20-24 ชั่วโมงต่อมา ยุงหนุ่มหรือสาวจะเริ่มหิว โดยตัวผู้จะโผบินหาน้ำหวานดอกไม้ และจะไม่กัดคน แต่ชอบคลานไปบนผิวหนัง ส่วนยุงตัวเมียถ้าให้เลือกระหว่างน้ำหวานกับเลือด มันจะเลือกเลือด

ยุงลายที่โตเต็มมีสายตาแหลมคม และใช้หนวดในการดมกลิ่นคน ดังนั้นถ้าหนวดของยุงลายตัวเมียถูกตัด แม้จะหิวสักเพียงใด มันก็ไม่กัดคน ตามปกติมันชอบกัดคนในบ้านมากกว่านอกบ้าน ชอบแฝงตัวอยู่ตามผ้าสีทึบ และยุงตัวเมียไม่กัดคนตอนกลางคืน และถ้ามีมือที่อุ่นกับเย็นให้ยุงเลือกเกาะ มันจะเลือกมือที่อุ่น แต่ถ้ามีมือเย็นให้เลือกเพียงตัวเดียว มันก็เกาะมือเย็นอย่างไม่ยินดีนัก ยุงลายชอบเกาะมือที่แห้งมากกว่ามือที่เปียก ถ้าให้ยุงลายบินหาเหยื่อในภาชนะปิดที่มีปริมาตร 27,000 ลูกบาศก์เซนติเมตร มันจะใช้เวลาตั้งแต่ 5-30 วินาทีในการบินถึงเหยื่อ ในกรณีแขนคน เมื่อบินเกาะผิวหนังแล้ว มันจะเดินอีกสองสามก้าวก่อนจะใช้จะงอยปากกดเอียงทำมุม 75 องศากับผิวหนัง ใช้ขาทั้งหกยันบนผิวหนัง แล้วใช้เวลาอีกประมาณ 50 วินาที ในการใช้ปากเจาะผ่านผิวหนัง 2.30 นาทีในการดูดเลือด และเพียง 5 วินาทีในการถอนจะงอยปากออก ดังนั้นในการดื่มเลือดครั้งหนึ่ง ยุงลายจะได้เลือดประมาณ 3 มิลลิกรัม และขณะดื่มเลือดเชื้อโรคต่างๆ ที่มีในตัวยุงลายก็จะเล็ดลอดเข้าสู่ร่างกายของคนที่ถูกยุงลายนั้นกัดทันที และแม้ท่อน้ำลายของยุงลายจะถูกตัด มันก็ยังสามารถดูดเลือดได้ แต่ถ้าขาทั้งหกถูกตัด แม้มันจะยังบินได้ แต่ก็ไม่สามารถกัดคนได้ เพราะมันต้องการขาอย่างน้อยสามขาในการทรงตัวเวลากัดคน ส่วนเส้นประสาทที่เรียกว่า ventral nerve cord ที่ท้องยุงลาย ก็มีหน้าที่ควบคุมปริมาณการดื่มเลือด เพราะถ้าเส้นประสาทนี้ถูกตัดยุงลายจะดื่มเลือดจนท้องแตกตาย หรือถ้าไม่ตาย มันก็จะสลบ และจะตายในอีก 24 ชั่วโมงต่อมา

ยุงลายเป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออก (Dengue Haemorrhage Fever-DHF) มาสู่คน การที่แพทย์เรียกโรคชนิดนี้ว่า ไข้เลือดออก เพราะมันเป็นเชื้อโรคที่ทำให้ผู้ป่วยมีไข้สูงและมีเลือดออก คำว่า dengue มาจากคำ Danga ในภาษา West Indies และ Swahili ในแอฟริกาตะวันออก เพราะดินแดนแถบนั้นในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 18 และ 19 ถูกโรคที่ชาวบ้านเรียก Danga คุกคามหนัก ดังในปี 2336 แพทย์อเมริกันชื่อ Benjamin Rush ได้รายงานว่า มีการระบาดของโรคไข้เลือดออกในเมืองฟิลาเดลเฟีย ซึ่งเป็นเมืองหลวงของสหรัฐอเมริกาด้วย

แพทย์ปัจจุบันตระหนักดีว่า โรคไข้เลือดออกเกิดจากไวรัส dengue และผู้ป่วยอาจแสดงอาการของโรคได้สามแบบ คือ แบบแรก ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายเป็นไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ มีน้ำมูกไหล เจ็บคอ ปวดกระดูก และที่ผิวหนังมีผื่นขึ้น แต่ในที่สุดอาการเหล่านี้ก็จะหายเมื่อผู้ป่วยเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีได้ยา สำหรับแบบที่ 2 มักเกิดในหนุ่มสาวและผู้ใหญ่ โดยผู้ป่วยจะมีไข้สูง คือ มีอุณหภูมิร่างกายสูงประมาณ 39-41 องศาเซลเซียส เป็นเวลานาน 4-5 วัน ใบหน้าแดง ตัวแดง รู้สึกปวดเมื่อยตามตัว กระวนกระวาย ปวดศีรษะ อาเจียน ปวดกระดูก เจ็บคอ รู้สึกเพลีย มีอาการซึม เบื่ออาหาร ปัสสาวะน้อย ปวดท้อง คลื่นไส้ หรือมีเลือดออกตามไรฟัน จากนั้นไข้ก็จะลดเป็นเวลาสองวัน แล้วไข้ก็จะขึ้นสูงอีก 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยจะมีผื่นหรือจุดเลือด (petechiae) ตามผิวหนัง และจุดจะเริ่มปรากฏที่หลังมือหรือหลังเท้าก่อน จากนั้นจะแผ่บริเวณไปที่แขน ขา ลำตัว และคอ ตามปรกติผื่นอาจปรากฏนาน 2 ชั่วโมงหรือหลายวันก็ได้ ส่วนแบบที่ 3 นั้น ผู้ป่วยจะมีเลือดออกในลำไส้และกระเพาะ หรืออาจอาเจียนเป็นเลือดสีกาแฟ และถ่ายอุจจาระเป็นสีดำ นอกจากนี้จุดเลือดที่เกิดจากการตกเลือดใต้ผิวหนังก็จะปรากฏตามตัวทั่วร่าง เช่น บนเพดานปาก กระพุ้งแก้ม และลิ้นไก่ ซึ่งเป็นผลจากการที่ไวรัส dengue ทำให้น้ำเหลืองซึมออกจากเส้นเลือด จนเลือดที่ไหลเวียนในร่างกายมีปริมาณน้อยลงๆ และถ้าการรั่วซึมนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ผู้ป่วยจะมีความดันเลือดต่ำ จนช็อกได้

Continue reading

วัยรุ่นวัยเสี่ยง แชทรักออนไลน์

การสนทนาทางอินเตอร์เน็ตหรือ “แชท” นั้นมันเป็นการสนทนาที่มีเสน่ห์อยู่ในตัว เทคนิคการใช้ภาษาสื่ออารมณ์ ความรู้สึก การหว่านล้อม เชื้อเชิญ ซึ่งบางครั้งก็สร้างความรู้สึกแตกต่างจากการสนทนาธรรมดาเห็นหน้ากัน นั่นเพราะการแชทมันสามารถทำอะไรบางอย่างที่เมื่ออยู่ต่อหน้าอาจจะไม่กล้าแสดงออกได้ ก็ไม่แปลกนักที่หลายๆ คนจะติดอกติดใจอยู่กับการแชท แต่ในปีที่ผ่านมาศูนย์เฝ้าระวังภัยเทคโนโลยี (IT WATCH) มูลนิธิกระจกเงา รายงานสถิติคนหายจากการ “แชท” มีจำนวนทั้งสิ้น 37 ราย พุ่งสูงที่สุดในประวัติการณ์ และทุกรายเป็น “เด็กวัยรุ่น” แทบจะทุกกรณีมักจะมีเรื่องรักๆมาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ ซึ่งเป็นจุดที่เป็นกังวลของผู้ใหญ่หลายๆ ฝ่าย

“แชท” ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน “สื่อรักออนไลน์” ได้ส่งผลกระทบต่อเด็กวัยรุ่นเป็นจำนวนมากขนาดนี้ได้อย่างไร บทสัมภาษณ์ พญ.วิมลรัตน์ วันเพ็ญ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น จากสถาบันสุขภาพจิตและวัยรุ่นราชนครินทร์

พัฒนาการของเด็กวัยรุ่น
ตั้งแต่อายุประมาณ 12-13 ปี เด็กก็จะย่างก้าวเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นซึ่งเด็กในวัยนี้จะยังมีความคิดที่ไม่เหมือนผู้ใหญ่ เนื่องจากประสบการณ์ชีวิตยังน้อยและพัฒนาการทางสมองก็ยังไม่ได้เติบโตจนพร้อมที่จะเข้าใจเรื่องเหตุผลได้อย่างเต็มที่ แต่จะอยู่ในช่วงการเจริญทางอารมณ์ การพัฒนาการทางด้านอารมณ์เท่านั้น สังเกตได้ว่าช่วงวัยนี้จะมีการใช้อารมณ์กันค่อนข้างเยอะ

วัยตื่นเต้นกับสิ่งใหม่และท้าทาย
วัยรุ่นมักจะชอบอะไรใหม่ๆ อยู่แล้ว ยิ่งถ้าได้รับความรู้สึกตื่นเต้น ประหลาดใจ มันก็จะยิ่งเกิดความสนุกไปกับสิ่งนั้น จนไม่ทันได้ระวังว่าสิ่งที่เกิดขึ้นอาจเป็นการส่งสัญญาณเตือนภัยอะไรบางอย่างที่กำลังจะเข้าถึงตัว

เด็กวัยรุ่นกับการแชท
เรื่องแชทนี้ก็ถือเป็นแฟชั่นเป็นเทรนด์ของสังคม เป็นเรื่องใหม่ที่น่าตื่นเต้นสำหรับคนที่ยังไม่เคยลอง เด็กบางคนอาจจะเริ่มเข้าสู่การแชทเพราะอิงไปตามกระแส อิงไปตามเพื่อน เพราะถ้าแชทไม่เป็นมันก็อาจจะเกิดความรู้สึกแปลกแยกในกลุ่มหรือเชย ซึ่งตั้งแต่เริ่มต้นการแชทก็มักจะเป็นการพูดคุยกันในเรื่องดีดี ทุกอย่างดำเนินไปด้วยความรู้สึกดีดี เมื่อมันเป็นการสื่อสารที่ทำให้รู้สึกดีเหมือนมีคนมาทำดีด้วยเด็กวัยรุ่นจึงคิดว่า ไม่น่าจะเกิดเรื่องร้ายแรงอะไรขึ้นกับตัวเองและมองว่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวซึ่งการคิดในแบบนั้นก็เป็นไปตามเรื่องอารมณ์ความรู้สึกตามวัย วัยรุ่นวัยใส จึงไม่ค่อยได้ระมัดระวังในการพูดคุยเรื่องส่วนตัวหรือการนัดพบกับเพื่อนทางอินเตอร์เน็ต และด้วยเด็กวัยรุ่นจะมีประสบการณ์น้อยและยังไม่เข้าใจสภาพปัญหาสังคมที่แท้จริงว่ามีคนจ้องที่จะทำการล่อลวงโดยใช้การแชทเป็นเครื่องมือ และเด็กยังไม่เข้าใจในสิ่งที่ผู้ใหญ่พยายามให้คำแนะนำตักเตือน หรือบางรายยิ่งบอกมากเท่าไหร่เด็กก็จะคิดว่านั่นคือการ “บ่น”

ทำอย่างไรถึงเด็กวัยรุ่นถึงจะปลอดภัยจากวายร้ายนักแชท

1. รู้เท่าทันภัยเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในสังคม หมั่นติดตามข่าวสารที่นำเสนอผ่านสื่อต่าง ๆ หลายแขนงทั้งทางโทรทัศน์ วิทยุ อินเตอร์เน็ต หนังสือพิมพ์ เพื่อให้รับทราบสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ให้มองไปถึงรูปแบบที่วายร้ายสามารถเข้าถึงเหยื่อไปจนถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น ซึ่งจะได้นำความรู้ที่ได้รับมาประกอบการคิดทบทวนและวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองว่ามีโอกาสตกเป็นเหยื่อหรือไม่

2. ทักษะการใช้ชีวิต นอกจากจะรู้ว่าสิ่งไหนควรทำสิ่งไหนไม่ควรทำแล้วสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยก็คือทักษะการใช้ชีวิตที่จะช่วยให้สามารถเอาตัวรอดได้เมื่อเกิดปัญหา เช่น

เมื่อรู้ตัวว่ากำลังถูกหว่านล้อมจากการแชทกับคนแปลกหน้า เราจะมีวิธีการปฏิเสธหรือไม่หลงใหลไปกับคำเชื้อเชิญนั้นได้อย่างไร
การนัดพบกับเพื่อนทางอินเตอร์เน็ตในสถานที่เปลี่ยวหรือไม่ค่อยมีผู้คน หรืออาจถูกชักชวนให้ไปยังสถานที่ใดสถานที่หนึ่งซึ่งค่อนข้างล่อแหลมต่อการก่อเหตุอันไม่สมควร เราจะมีวิธีการปฏิเสธอย่างไรหรือมีการวางแผนรองรับหากเกิดความผิดพลาด

หากตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้าย จะมีเทคนิคการต่อรองกับวายร้ายนักแชทอย่างไร ถ้าเกิดเรื่องขึ้นแล้ว สิ่งที่ควรทำเพื่อเป็นการป้องกันการติดโรคหรือไม่ให้ตั้งท้องทำอย่างไร และขั้นตอนการประสานงานขอความช่วยเหลือที่ไวที่สุด เหล่านี้เป็นเพียงคำถามบางคำถามที่จะช่วยฝึกทักษะการแก้ไขปัญหาและเพิ่มเติมทักษะชีวิต

3. ความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้เด็กเชื่อฟังคำเตือนและคำแนะนำจากคนในครอบครัว หากมีความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวที่ดี เด็กบางคนเมื่อมีการนัดพบกับเพื่อนทางอินเตอร์เน็ตก็อาจจะตัดสินใจที่จะไม่ไปพบ เนื่องเขาเชื่อฟังคำเตือนและคำแนะนำจากพ่อ แม่ ที่คอยเตือนให้ระวังการถูกล่อลวงทางอินเตอร์เน็ต เป็นต้น ในทางกลับกันหากเป็นความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ไม่ค่อยดี เช่น ไม่ค่อยได้พูดคุยกัน ไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากหน้าที่การงานของพ่อแม่ทำให้ไม่สามารถมีเวลาในการเลี้ยงดูบุตรหลานที่เพียงพอ ไม่ค่อยได้ให้คำแนะนำหรือเพิ่มเติมทักษะชีวิตเด็กก็อาจไม่มีเกราะในการป้องกันที่เสริมสร้างมาจากครอบครัว หรือในความสัมพันธ์ที่ร้ายไปกว่านั้นคือการที่มักจะมีการถกเถียงหรือทะเลาะกันเป็นประจำในครอบครัว ทำให้เมื่อพ่อ แม่ พี่ น้อง ว่ากล่าวตักเตือนจึงไม่ค่อยเชื่อฟังนัก

แม้ในตอนนี้เด็กวัยรุ่นอาจจะยังไม่ค่อยรู้เท่าทันภัยเทคโนโลยีที่มีในปัจจุบัน และไม่ค่อยจะเชื่อฟังคำตักเตือนคำแนะนำสักเท่าไหร่ แต่ก็อย่าได้ละเลย นอกจากผู้ใหญ่จะต้องคอยให้การดูแลและสั่งสอนแล้วอย่าลืมติดตั้งทักษะการใช้ชีวิตไว้ให้เด็กวัยรุ่นด้วย เพราะหากเด็กกำลังตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย เด็กจะได้นำความรู้และทักษะชีวิตที่ได้รับมาช่วยแก้ไขปัญหาได้เพื่อเอาตัวรอดได้

ดวงเมือง ดวงชะตาคน ปี 54

ดวงดาววิวัฒน์ชี้ชัดดวงเมืองยังสดใส

การโคจรของดาวพระเคราะห์สำคัญในปี 2554 ประกอบด้วยดาวอังคารที่ตลอดทั้งปีโคจรเป็นปกติแตกต่างจากปี 2553 ทำให้อำนาจรัฐเข้มแข็ง ไม่มีทหารแตงโม ตำรวจมะเขือเทศเพ่นพ่านแทรกซึมสร้างความอ่อนแอปวกเปียก จนทำให้การชุมนุมของคนเสื้อแดงยืดเยื้ออย่างอหังการ และจบลงด้วยการเผาบ้านเผาเมืองพร้อมความตายและบาดเจ็บ จึงเป็นข่าวดีที่กองทัพกับตำรวจจะทำงานอย่างเด็ดขาดจริงจัง

ใครที่หวังปลุกระดมก่อความไม่สงบ ไม่ว่าจะเป็นแบบเปิดเผยหรือซึมลึกแบบคอมมิวนิสต์กลับชาติมาเกิด จะถูกจัดการอย่างถอนรากถอนโคน แต่ดาวที่ยังคงทำให้การบริหารจัดการของรัฐบาลเป็นไปอย่างมีอุปสรรคขวากหนาม นั้น เกิดจากดาวเสาร์จรในภพอริไปจนถึง 15 พฤศจิกายน
ดังจะเห็นได้ว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เผชิญกับวิกฤติทุกรูปแบบตลอดเวลาและยังจะต้องผจญกับเหตุการณ์หนักๆ อีกมากในปีนี้ แม้ว่าดาวเสาร์จะย้ายจากภพอริมาแล้ว อนาคตของผู้ที่จะมาเป็นรัฐบาลก็จะได้รับผลกระทบจากดาวนี้ไปอีกเป็นเวลา 2 ปีครึ่ง หมายถึงรัฐบาลใหม่จะอยู่ได้ไม่ครบวาระ หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโครงสร้างของสังคม การเมือง เศรษฐกิจ

แต่ดวงเมืองยังได้รับผลดีจากดาวพฤหัสบดีที่โคจรเดินหน้าในภพวินาศ ทำให้ความลับต่างๆ รั่วไหลพรั่งพรู ได้รู้ได้เห็นนักการเมืองที่ไม่มีความละอายใจต่อการไม่เคารพกฎหมาย พยายามทำร้ายชาติด้วยวิธีการสกปรกโสมมทั้งต่อหน้าและลับหลัง นำความอัปยศเสื่อมเสียให้เกิดขึ้นจนคนหมดศรัทธา ดังนั้น ก่อนที่ดาวพฤหัสบดีจะย้ายไปสู่ราศีเมษในวันที่ 9 พฤษภาคม จะมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นอีกทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ แม้ว่าจะไม่มีพิษสง แต่ก็บั่นทอนความมุ่งมั่นของรัฐบาลที่จะสร้างสรรค์ประเทศให้เข้าสู่การ ปฏิรูปเพื่อความปรองดองและความสุขสงบ

การโคจรเดินหน้าของดาวพฤหัสบดีในราศีมีนช่วงก่อนสิ้นปี 2553 ทำให้รัฐบาลผลักดันโครงการประชาวิวัฒน์เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงโอกาสในการ แก้ไขปัญหาหนี้สิน ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางสังคม นโยบายมากมายที่จะทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเดิม แตกต่างจากสิ่งที่เรียกว่าประชานิยม โดยต้องเข้าใจว่าประชานิยมนั้นถ้าไม่มีกฎหมายรองรับ เมื่อนายกรัฐมนตรีพ้นตำแหน่งหน้าที่ไปแล้วก็จบสิ้นลง แต่ในรัฐบาลนี้เป็นการสร้างสวัสดิการให้ยั่งยืน โดยประชาชนต้องพึ่งพาตัวเองได้ด้วย แม้จะมีรัฐบาลใหม่ก็ต้องดำเนินการต่อไปเพราะเป็นภาคบังคับตามกฎหมายซึ่งแตก ต่างจากยุคประชานิยมแบบทักษิณ

ในปีนี้พระราหูยังโคจรทับดาวเสาร์และดาวพฤหัสบดีในภพศุภะไปจนถึงวันที่ 6 มิถุนายน จึงมีผลทำให้เกิดความระส่ำระสายทางการเมืองตลอดเวลาที่ผ่านมา ดาวนี้เปรียบเสมือนอันธพาลกวนเมืองที่ทิ่มแทงรัฐบาล มีการเปิดเผยความลับที่ไม่เป็นจริง มีปัญหาการใส่ร้ายป้ายสีไม่เว้นแต่อำนาจของตุลาการก็ต้องมัวหมองถูกคุกคาม หลังจากนั้นพระราหูจะย้ายเข้าสู่ภพมรณะ ตามหลักการพระราหูเดิมมาจากภพวินาศจึงทำให้มีอาชญากรรมและยาเสพติดมาก มีการชุมนุมทางการเมืองที่ไม่ได้ทำให้เกิดผลดีตลอดมา เมื่อโคจรมาในตำแหน่งนี้จึงกลับกลายเป็นเรื่องดี และการที่ได้มาตรฐานราชาโชคซึ่งมีอิทธิฤทธิ์มากทำให้ศัตรูของรัฐบาลแพ้ภัย ตัวเอง นักการเมืองที่ไม่ดีจะถูกกำจัดออกไปเมื่อมีการเลือกตั้ง
ดาวพฤหัสบดีได้มาตรฐานราชาโชคเข้าทับดาวอาทิตย์ที่กุมลัคนาดวงเมืองในภพที่ หนึ่ง ซึ่งหมายถึงประเทศชาติประชาชนจะเกิดความรุ่งเรืองไพบูลย์ ชาติมีเกียรติยศศักดิ์ศรี มีโชคดีหลายด้านดังหลักโหรกล่าวไว้ว่า “พฤหัสบดีผิวประทับรวิวรรณ สิทธิโชคมหันตหิทธิบูชา” ทำให้การเมืองมีความโปร่งใส บ้านเมืองจะได้หลุดพ้นจากวงการอุบาทว์ของนักการเมืองบางพรรคที่ไม่เคยสร้าง คุณงามความดีให้เห็นประจักษ์

การเลือกตั้งทั่วไปที่น่าจะมีขึ้นระหว่าง 9 พฤษภาคมถึง 31 สิงหาคม จะทำให้นักการเมืองที่ไม่มีจิตสำนึกรักชาติบ้านเมืองหมดโอกาส ดวงดาววิวัฒน์ให้ได้รัฐบาลและผู้นำที่ดีมีคุณธรรม มุ่งมั่นทำงานเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ดังนั้น นายกรัฐมนตรีคนต่อไปจะมีอักษรของดาวอาทิตย์และอักษรของดาวพฤหัสบดีได้แก่ สระและ อ.อ่าง บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม หลังจากนั้นดาวพฤหัสบดีจะโคจรถอยหลังไปจนถึงปลายเดือนธันวาคม การพักร์องศาของดาวไม่ส่งผลเสียเพราะในดวงเมือง ดาวเดิมดวงนี้โคจรถอยหลังเช่นกันแต่อาจทำให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้ ถ้ารัฐบาลใหม่ไม่สามารถครองใจประชาชนได้ ในขณะเดียวกันพระราหูที่นักโหราศาสตร์บางคนมีความเห็นว่าทำมุมปลายศรหรือ ปลายหอกไปยังลัคนานั้น เห็นว่าไม่มีผลกระทบต่อบ้านเมืองเพราะอิทธิพลของดาวพฤหัสบดีมีมากกว่า

แต่เหตุการณ์ในระหว่าง 4 เดือนตั้งแต่กันยายนถึงธันวาคม อาจทำให้เกิดภัยพิบัติธรรมชาติรุนแรงได้เนื่องจากพระราหูเป็นดาวธาตุลมพายุ ทำลาย โคจรในราศีธาตุน้ำที่มีดาวอังคารธาตุลมกรดเป็นเจ้าเรือน จะมีผลทำให้เกิดความเสียหายด้านเศรษฐกิจติดตามมา

ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ดาวพฤหัสบดีให้คุณประโยชน์เต็มที่คือการพัฒนาคนให้มี ความรู้ความเข้าใจระบอบประชาธิปไตย ยอมรับกฎกติกา มากกว่าการหลงผิดหลงเชื่อกลุ่มการเมืองที่อยู่นอกระบบหรือเห็นแก่อามิส สินจ้างให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เปิดโอกาสให้คนที่ไม่หวังดีต่อชาติเข้ามาเป็นนักการเมือง การกำจัดกวาดล้างความเลวร้ายให้หมดไป จึงขึ้นอยู่กับประชาชนสนธิเข้ากับดวงดาวที่โคจรมาสร้างความรุ่งเรืองด้าน ต่างๆ
ในช่วงเวลาดังกล่าว ดวงดาววิวัฒน์แล้วแต่ประชาชนจะวิวัฒน์พัฒนาตามอิทธิพลของดวงดาวหรือไม่จึง ยังเป็นที่น่าสงสัย ในเมื่อดวงชะตาของคนจำนวนไม่น้อยยังด้อยคุณภาพอยู่มาก จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลปัจจุบันและในอนาคตต้องเร่งทำความเข้าใจกับประชาชน ให้หันหน้าเข้าหากันด้วยความสามัคคี โอกาสที่ดาวพฤหัสบดีให้คุณแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ

ดังนั้น การจัดการคนที่อ้างประชาธิปไตยจนเกิดขอบเขต ชุมนุมกันพร่ำเพรื่อเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ก่อการร้ายนั้นเป็นสิ่งที่ ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน เมื่อดาวดวงนี้บ่งชี้ถึงความชอบธรรมของอำนาจนิติรัฐจึงรอช้าอีกต่อไปไม่ได้ แล้ว เพราะการปรองดองไม่ได้หมายถึงการให้โอกาสแก่ผู้กระทำความผิด กระบวนการยุติธรรมต้องทำให้จบสิ้นโดยเร็วก่อนที่จะกลายเป็นวิกฤติฉุดให้การ เมืองเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่าย และเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มด้านบวกจะผันแปรไม่แน่นอน

เศรษฐกิจและสังคมปี 2554

ในปีนี้การโคจรของดาวศุกร์เป็นปรกติ ประกอบกับดาวอังคารเดิมที่อยู่ในภพของการเงินทำมุมสัมพันธ์ดีกับดาวศุกร์ เดิมและดาวนี้โคจรเป็นปรกติ ดังนั้น ด้านเศรษฐกิจของประเทศจึงมีความเข้มแข็งเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าค่าครองชีพจะสูงขึ้น มีภาวะเงินเฟ้อ แต่การว่างงานลดลงรวมถึงการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันของภาครัฐกับภาค เอกชนอย่างเต็มที่ ทำให้เกิดความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ไม่มีการถดถอยเว้นแต่จะมีภัยพิบัติเกิดขึ้น กิจการด้านอัญมณี บันเทิงเริงรมย์ เสื้อผ้าแฟชั่น ความงามที่อาศัยการแพทย์ เฟอร์นิเจอร์ ทองรูปพรรณ ยวดยานพาหนะ โรงแรม รีสอร์ต มีโอกาสโกยกำไรสูง แต่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะตกต่ำ เกิดภาวะขายไม่ออก การลงทุนด้านนี้จะต้องขยายออกไปในต่างจังหวัดที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยจากน้ำท่วม

ในปีเถาะนี้มีคำพยากรณ์ว่า สินค้าอุปโภคบริโภคจะมีการปรับราคาสูงขึ้น ประชาชนจะพากันใช้จ่ายเงินอย่างเต็มที่ เกิดการหมุนเวียนของเงินตราในระบบแต่ต้องแบกรับภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราใหม่ สังคมจะมีความฟุ้งเฟ้อ วัยรุ่น เยาวชนจะหมกมุ่นในเรื่องเพศสัมพันธ์ การลักลอบทำแท้งจะมีมากขึ้น กิจการร้านขายยา คลินิก โรงพยาบาล และสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาลจะสร้างเม็ดเงินมหาศาลเพราะในปีนี้จะ มีโรคระบาด โรคติดต่อเร็วเป็นระยะๆ

เช่นเดียวกับดาวพุธโคจรเป็นปกติเกือบทั้งปี มีผลให้ธุรกิจมีความราบรื่น กิจการด้านการสื่อสารโทรคมนาคมทุกประเภทเจริญเติบโต ทำรายได้มาก การปฏิรูปสื่อมีโอกาสเป็นจริง จิตสำนึกของสื่อจะมีมากขึ้น ข่าวรั่ว ข่าวลือ ข่าวลวง การให้ร้ายป้ายสีจะลดน้อยลง ความรับผิดชอบของสื่อโดยเฉพาะการเสนอข่าวทางโทรทัศน์เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง

การเสนอข่าวรอบด้านเป็นเรื่องดี แต่มักจะมีการสัมภาษณ์ความเห็นจากนักวิชาการบ้างและใครต่อใครที่สร้างความ เข้าใจผิด รวมถึงการเสนอข่าวของพรรคการเมืองฝ่ายค้านที่สร้างความแตกแยก จรรยาบรรณของสื่อจะต้องปรับปรุง การให้ประชาชนคิดเองตัดสินใจเองนั้นเป็นอันตรายเพราะระดับของความรู้ความ เข้าใจในข้อมูลแตกต่างกัน ความปรองดองต้องเริ่มจากสื่อซึ่งในปีนี้ ดาวพุธได้เปิดโอกาสให้แล้ว สำหรับปัญหาความรุนแรงทาง 3 จังหวัดภาคใต้จะเกิดขึ้นน้อยกว่าปีที่ผ่านมา

การโคจรของดาวพฤหัสบดีจะช่วยให้สังคมมีความสงบสุข มีระเบียบแบบแผนและตระหนักถึงความรักชาติ มีความสามัคคีมากกว่าที่ผ่านมา ใครที่คิดร้ายต่อประเทศจะมีอันเป็นอันไปตามวาระแห่งกรรมและกฎหมาย ส่วนดาวมฤตยูในปีนี้เริ่มจากเดือนสิงหาคมถึง 20 ธันวาคม โคจรถอยหลัง สอดคล้องกับช่วงเวลาที่ดาวพฤหัสบดีถอยหลัง จึงน่าจะมีเหตุการณ์ที่เกิดความอาเพศได้ในเรื่องดินฟ้าอากาศ หรือแม้แต่ในด้านการเมืองที่ไม่คาดคิด จึงเป็นช่วงเวลาที่ต้องจับตาดูว่าความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นนั้นจะมาจาก กรณีที่ยังไม่มีการยุบสภาฯ เพื่อให้มีการเลือกตั้งทั่วไป สถานการณ์ความรุนแรงจากฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลจะทำให้เกิดวิกฤติในชาติได้

ส่งท้ายด้วยดาวเสาร์ที่จะย้ายมาเล็งดวงเมืองในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2554 จนถึง 17 พฤษภาคม 2555 ย่อมก่อให้เกิดทุกข์เข็ญจากโรคระบาด มีปัญหาต่างๆ ในวงราชการ เกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน รวมถึงผู้นำประเทศจะเผชิญกับสถานการณ์แห่งความยุ่งยากและภัยพิบัติร้ายแรง ที่ยากจะป้องกันแก้ไข เศรษฐกิจจะปั่นป่วนมีความผันผวน ประเทศตกอยู่ภายใต้ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แบบพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน

อย่างไรก็ตาม ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของเดือนเมษายน-พฤษภาคม จะมีการต่อสู้ทางการเมืองที่เข้มข้น เป็นชนวนแห่งความรุนแรง ความขัดแย้ง พรรคการเมืองถูกยุบ ผู้นำคนสำคัญของฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลจบสิ้นชีวิต อีกช่วงหนึ่งคือระหว่างเดือนกันยายนถึงธันวาคม ที่สถานการณ์ทางการเมืองไม่น่าไว้วางใจ แต่ถ้าผ่านสองช่วงนี้ไปได้ ปี 2554 จะเป็นปีแห่งความรุ่งเรืองของประเทศ ประชาชนจะมีความสุข มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ความชั่วร้ายที่เกิดกับสังคมจะเบาบาง พิษภัยจากยาเสพติดจะลดลง คนส่วนใหญ่จะร่วมกันทำความดีมากขึ้น มีจิตสำนึกรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเห็นความสำคัญในการพัฒนาตนเองเพื่อคุณภาพของชีวิต

รหัสจักรวาลประจำปี 2554

รหัสจักรวาลของปีนี้คือเลข 4 สัมพันธ์กับดาวยูเรนัสหรือดาวมฤตยู จึงเป็นปีแห่งความท้าทาย เกิดความเปลี่ยนแปลงไปทั่วทั้งโลกทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ จะมีคนเป็นโรคจิตประสาทกันมากขึ้น มีพฤติกรรมแปลกประหลาด ผู้คนพากันเป็นนักต่อต้านระเบียบกฎเกณฑ์ เป็นฝ่ายตรงข้ามกับการปกครองของรัฐบาล ไม่พอใจในทุกเรื่องแม้จะเป็นสิ่งที่ดีงามหรือชอบธรรม เป็นศัตรูกับคนที่มีความคิดเห็นแตกต่าง มีเหตุการณ์ด้านดีหรือด้านร้ายเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน มนุษย์พยายามเอาชนะภัยธรรมชาติ มีการคิดค้นทางด้านวิทยาศาสตร์ อวกาศ พลังงาน มีปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าสนใจและอาจเป็นอุบัติภัยต่อโลก คนบางส่วนมีความเชื่อในด้านไสยศาสตร์ งมงายกับลัทธิที่นอกรีตนอกรอย นับได้ว่าเป็นปีที่ทุกคนจะต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ และใช้ความฉลาดให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ยุติการแข่งขันชิงดีชิงเด่นเอาชนะกันอย่างคนป่วยทางจิตและสมองเสื่อม

ดวงเมือง ดวงชะตาคน ปี 54 โดย อ.กรหริศ