27 ข้อดีของสาวอกไข่ดาว

1. ผู้คนจะสบตาคุณ: ระหว่างที่สนทนากับคนอื่นอยู่นั้น หากว่าคุณมีหน้าอกหน้าใจที่ตู้มๆมันอาจจะทำให้คุณพลาดการประสานสายตากับคนบางคนไป เพราะสายตาของเค้าจะจ้องมาที่หน้าอกของคุณหน่ะเซ่! ดังนั้นสาวหน้าอกเล็กจงมั่นใจได้เลยว่าทุกคนจะสนใจคำพูดของคุณมากกว่าหน้าอกของคุณแน่นอน

2. คาดเข็มขัดนิรภัยเป็นเรื่องง่ายไปเลย: หน้าอกของคุณจะไม่นูนเป็น 2 ส่วนเวลาที่คุณคาดเข็มขัดนิรภัย แถมยังไม่ยื่นออกมาจนน่าอับอายอีกด้วย

3. ได้ใส่เสื้อชั้นในลายน่ารักคิกขุ: เราสามารถเลือกใส่เสื้อชั้นในสายเดี่ยวหรือชิ้นเล็กกระจุ๋มกระจิ๋มได้ นอกจากนี้ยังสามารถหาซื้อได้ทุกร้านเพราะมาตรฐานก็ไม่แตกต่างกันมากนัก

4. จับหน้าอกเหรอ..ไม่มีปัญหา!: เมื่ออยู่ที่โรงเรียนคุณจะไม่ถูกลวมลามหรือล่วงละเมิดใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่มีใครมองว่าหน้าอกหน้าใจของคุณมันน่าเย้ายวนตรงไหน เมื่อคุณถอดเสื้อออกรับประกันได้เลยว่าไม่มีใครแยกคุณกับพี่ชายของคุณออกอย่างแน่นอน

5. แค่สปอร์ตบราตัวเดียวก็พอ ยิ่งหลายตัวก็ยิ่งเสียเวลาซัก ว่ามะ?

6. อาหารหกใส่เสื้อก็ร่วงทีเดียวถึงพื้นเลย: ไม่มีคำว่าเศษป๊อบคอร์นหล่นลงไปในร่องอกสำหรับสาวหน้าอกเล็ก เพราะถ้ามันไม่เข้าปากก็ร่วงลงพื้นไปเลย

7. ใส่เสื้อคอลึกขนาดไหนก็ได้: ไม่มีใครจ้องมองกระดูกหน้าอกของคุณด้วยความปรารถนาหรอก การใส่เสื้อคอลึกสำหรับสาวอกไข่ดาวไม่มีวันดึงดูดความสนใจได้เท่ากับสาวอกภูเขาไฟอย่างแน่นอน แต่ถ้าเป็นหนุ่มขนหน้าอกรุงรังนั่นก็อีกเรื่องนึง

8. ใส่เสื้อเอวลอยยังไงก็ดูไม่เหมือนบรา: เสื้อยืดของคุณอาจจะยิ่งซักก็ยิ่งหด แต่ในบางโอกาสเสื้อเอวลอยก็ทำให้หน้าอกของคุณดูใหญ่ขึ้นได้ด้วยนะ แต่ถึงยังไงมันก็ไม่โป๊ะอยู่ดีแหละ มันเรียบๆเช่นเคย

9. บราเสริมฟองน้ำเป็นเกราะกันกระสุนให้คุณได้: บราเสริมฟองน้ำแบบหนาพิเศษจะทำให้เรารู้สึกสบายๆ และไม่ดูเป็นสาว FHM ผู้มีหน้าอกหน้าใจใหญ่โตมโหฬารอีกด้วย

10. ออกกำลังกายโดยไม่ลำบาก: การไปยิมก็เป็นเรื่องหนักหนาพออยู่แล้ว เราคงไม่อยากให้หน้าอกของเราเด้งดึ๋งไปมาเพื่อบั่นทอนกำลังใจเพิ่มขึ้นไปอีก สาวหน้าอกเล็กไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นอยู่แล้วเพราะสามารถเก็บให้เป็นที่เป็นทางได้

11. อยากโนบราเมื่อไรก็ได้: สามารถเดินชิลล์ไปข้างนอกโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าโนบรา ที่สำคัญพวกมันสามารถหลุดจากการถูกจองจำภายในโครงเหล็กได้อย่างเป็นอิสระ แถมไม่ต้องแคร์สื่ออีกด้วย

12. ผู้คนจะไม่มองว่าคุณเป็นคนร่างใหญ่ซุ่มซ่าม: เอวของคุณคือคำจำกัดความที่ดีที่สุดสำหรับตัวคุณ เพราะหน้าอกของคุณมันไม่มีวันปลิ้นออกมานอกเสื้อเชิ้ต หรือคุณจะดูไม่เหมือนกล่อง 4 มิติ ทะลุออกมาเวลาที่สวมเสื้อถักไหมพรม

13. ไม่ต้องอึดอัดเมื่อไปเที่ยวพักร้อนกับเพื่อนผู้ชาย: จะไม่มีใครมองว่าคุณพยายามยั่วเพื่อนผู้ชายของตัวเองเมื่อต้องใส่บิกินี่ตัวเล็กจิ๋ว เพราะมันดูไม่มีอะไรเอาซะเลย! มันว่างเปล่าจริงๆนะ

14. ชุดว่ายน้ำแบบไหน ทรงไหนก็เหมาะกับคุณทั้งนั้น: การตามหาชุดว่ายน้ำที่ปกปิดและรองรับหน้าอกหน้าใจได้พอดีไม่ใช่ปัญหาของคุณ คุณสามารถเลือกซื้อชุดว่ายน้ำออนไลน์ก็ได้เพราะขนาดและรูปร่างของคุณประเมินได้ไม่ยากเลย ไม่ต้องห่วงว่าหน้าอกของคุณจะล้นทะลักด้วย แต่ถ้ามันล้นขึ้นมาจริงๆล่ะก็.. ไม่เห็นต้องแคร์เลย

15. ไม่ต้องปวดหลัง: เมื่อข้างหน้าไม่ใหญ่ หลังก็ไม่จำเป็นต้องแบกรับน้ำหนักอะไร สาวหน้าอกเล็กสบายใจได้เพราะหน้าอกของคุณไม่ได้ถ่วงน้ำหนักจนทำให้ต้องปวดหลัง

16. กระเป๋าสะพายเป้จะไม่ทำให้หน้าอกนูนเด่นชัดขึ้นมา: กระเป๋าเป้จะไม่ทำให้หน้าอกของคุณนูนเด่นชัดขึ้นมา นอกเสียจากว่ามันอาจทำให้คุณเจ็บไหล่บ้างเท่านั้น ที่สำคัญคุณไม่จำเป็นต้องหาซื้อกระเป๋าใบใหญ่ยักษ์มาปกปิดความตู้มของหน้าอกอีกด้วย

17. เสื้อผ่าหลัง เกาะอก และเสื้อเปิดไหล่ล้วนเหมาะกับสาวอกเล็กเสมอ: คุณสามารถเลือกสวมใส่เสื้อผ้าแบบไหนก็ได้เพราะคุณรู้ดีว่าหน้าอกไม่ใช่ปัญหาที่น่าหนักใจของคุณ รสนิยมด้านแฟชั่นไม่เกี่ยวกับขนาดหน้าอกของคุณเลย เอาล่ะ!ได้เวลาออกไปเปรี้ยวซ่าส์นอกบ้านกับเสื้อผ่าหลังกันแล้วล่ะ ใครจะแคร์จริงมั๊ย?

18. นอนคว่ำก็ได้สบายมาก: หน้าอกของคุณไม่ใช่อุปสรรคในการนอนคว่ำ รวมถึงคุณไม่ต้องคอยยกตัวให้ลอยจากที่นอนขึ้นมา 5 นิ้วด้วย

19. เสื้อเชิ้ตปลดกระดุมจะไม่ทำให้คุณดูเป็นสาวร้อนแรงในที่ทำงาน: ไม่มีใครคิดว่าคุณเป็นแบบนั้นแน่ๆ ถ้าหน้าอกของคุณแบนราบเป็นแผ่นกระดานซะขนาดนั้น เพื่อนร่วมงานจะไม่หยิบยกเอาชุดที่คุณใส่ขึ้นมาเป็นประเด็นซุบซิบนินทาอย่างแน่นอน

20. ไม่มีคนมาขอจับหรือถามไถ่เรื่องหน้าอกของคุณ: เป็นเรื่องปกติในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของสาวๆที่จะพูดคุยกันเรื่องหน้าอกหน้าใจหลังจากเพิ่งออกกำลังกายในยิมกันมาหมาดๆ จะไม่มีคำถามว่าคุณไปทำหน้าอกกับหมอคนไหนหรือจับแล้วจะรู้สึกเจ็บไหม เพราะทุกคนรู้อยู่แล้วว่าหน้าอกคู่นั้นเป็นของจริง ดูเอาก็รู้

21. คุณจะไม่มีวันได้รับคำพูดในแง่ลบเกี่ยวกับหน้าอกจากปากคนอื่น: คุณไม่มีหน้าอกบิ๊กบึ้มและรูปร่างอวบอัดซึ่งนั่นก็ดีแล้ว เพราะคุณสามารถเดินไปตามถนนโดยที่ไม่ต้องห่วงว่ามีคนกำลังจ้องมองหน้าอกของคุณอยู่ เดินตัวปลิวไปได้เลย ตรงนี้ไม่มีอะไรน่าดูหรอก

22. มั่นใจได้เลยว่าหนุ่มๆติดใจความสามารถของคุณไม่ใช่ที่หน้าอก: ผู้ชายที่สนใจแต่เรือนร่างของผู้หญิงถูกนับว่าเป็นพวกขยะที่น่ารังเกียจ แต่ถ้าพวกเค้าชอบคุณโดยที่คุณมีหน้าอกไข่ดาว อันนี้ก็น่าชื่นชมที่เค้าไม่ได้มองคนที่ภายนอก หรือบางทีพวกเค้าอาจจะกำลังโกหกอยู่ก็ได้นะ!

23. คุณสามารถหลอกคนอื่นได้ด้วยบราเสริมฟองน้ำ: รู้ไหมว่าไก่กับคุณมีอะไรที่เหมือนกัน? ก็เวลาสะบัดตัวแรงๆแล้วหน้าอกมันแบนเป็นแผ่นกระดานเหมือนกันน่ะสิ การใส่บราเสริมเข้าไปก็ไม่ได้ทำให้ดูน่าเกลียดแต่อย่างใด มันยังน่ามองกว่าตอนที่คุณไม่ได้ใส่บราเสริมซะอีก มันดูดีกว่าเยอะ

24. ขนาดของคุณมักมีเหลือ: จากการสำรวจปี 2013 บราขนาดทั่วไปคือ 34DD ซึ่งขอบอกว่าคุณไม่ได้ใกล้เคียงเอาซะเลย และหมายความว่าบราไซส์ 32AA มักจะเหลือเพื่อรอคุณมาซื้อ!

25. ไม่ต้องกระอักกระอ่วนเวลาไปพบพ่อแม่ของแฟนหนุ่ม: แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าทำไมเขาถึงเลือกคุณ

26. คุณต้องร้อนมากๆ จึงจะมีหน้าอกที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ: ปัญหาหน้าอกชุ่มเหงื่อไม่น่าจะรวมอยู่ในประสบการณ์อันเลวร้ายของคุณหรอกนะ เพราะหน้าอกของคุณก็ไม่ได้ใหญ่พอที่จะทำให้เกิดแรงเสียดทานขนาดนั้น

27. สามารถพันผ้าขนหนูรอบกายได้อย่างมั่นคง: ดูสิ ไม่ต้องใช้มือจับด้วย! มีใครทำได้อย่างคุณหรือเปล่าล่ะ?

ข้อควรรู้สำหรับผู้หญิงกับการดื่มไวน์

ถ้าดูจากสถิติการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของคนไทย เทียบเอาปริมาณผู้ดื่มนั้นห่างไกลกับคนในประเทศแถบยุโรปมากนัก เอาเป็นว่ามาพูดถึง “ผู้หญิงนักดื่ม” ดีกว่า จะด้วยรสนิยม หน้าที่การงาน หรือความชื่นชอบส่วนตัวก็ตาม จะเห็นว่า มีสุภาพสตรีไทยนิยมดื่มไวน์กันไม่น้อย ไปจนถึงค่อนข้างมาก

การดื่มไวน์เพื่อสุขภาพนั้น เป็นของดี เปรียบได้กับยาวิเศษ อย่างที่ใคร ๆ ก็ทราบว่า สารฟลาโวนอยด์ในไวน์นั้นดีต่อหัวใจ ช่วยป้องกันหลอดเลือดอุดตันได้ ซึ่งนั่นหมายถึงการเลือกดื่มไวน์ดี ๆ ในปริมาณที่พอดี ๆ

อย่างไรล่ะ? จึงเรียกว่าพอดี

คนฝรั่งเศสดื่มไวน์กันเป็นน้ำ คล้ายกับที่คนเยอรมันดื่มเบียร์กันได้ทั้งวัน และคนรัสเซียเปรียบวอดก้าเหมือนคู่ชีวิต แต่ทั้ง 3 ประเทศ ก็ยังไม่ติดอันดับต้น ๆ ของประเทศที่มีสถิติอุบัติเหตุ อันเนื่องมาจากการเมาแล้วขับ นั่นเพราะกฏหมายอันเข้มงวดส่วนหนึ่งของเขา อีกประการก็คือ พฤติกรรมการดื่ม

ชาวยุโรปนิยมดื่มก่อนมื้ออาหารเป็นเรื่องปกติ นัยว่า เพื่อเรียกน้ำย่อย ดังนั้นบนโต๊ะอาหารของทุกบ้าน จึงไม่แปลที่จะมีขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์วางอยู่ไม่ขาด หรือแม้กระทั่งในห้องนอน “วันละหนึ่งกรึ๊บก่อนนอน ช่วยให้หลับสบาย” เคยได้ยินคำกล่าวนี้ไหม?

สำหรับบ้านเรากลับเบี่ยงเบนเอนเอียงไปที่เรื่องของการห้ามมิให้ดื่ม หรืออย่าดื่มเพราะไม่ดีไปจนกระทั่ง ไม่ดีอย่าดื่ม เหมือนลืมเสียสิ้นว่าในโลกใบนี้ ทุกสิ่งอย่างล้วนเป็นเสมือนเหรียญสองด้านทั้งสิ้น แค่เพียงคนเรารู้จักที่จะมีชีวิตอยู่กับทุกสิ่งอย่างพอเหมาะ และสมดุลก็จบแล้ว แต่ ณ วันนี้หากประมวลผลดีผลร้ายต่าง ๆ ก็จะพบความจริงที่ว่า “ทุกสิ่งล้วนเป็นผลมาจากพฤติกรรมของคนเรานั่นเอง”

การกินการดื่มเป็นเรื่องของวัฒนธรรม ดังนั้นคุณสุภาพสตรีผู้นิยมดื่มไวน์ พึงสดับไว้ว่า การดื่มแต่พอเหมาะพอควร 2-3 แก้ว (มาตรฐาน) หรือสำหรับสาวนักดื่มตัวจริงอาจดื่มได้มากกว่านั้น (ซึ่งคุณจะต้องไม่ท้องว่าง) และรู้จักควบคุมความถี่ในการดื่มไปพร้อมกับการมีสติรู้ของตัวเองอยู่เสมอคือ สิ่งที่ดีที่สุด ในยุคนี้จะเห็นว่ามีผู้หญิงไทยวัยทำงานจำนวนมาก พกพาไวน์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เธอชอบไปร่วมปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ หรือแอบใส่ไวน์ไว้ในรถเพื่อเตรียมดินเนอร์พิเศษกับใครบางคน จนกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว

ไวน์ 1 ขวด สำหรับผู้หญิงจำนวนไม่น้อย ดื่มมันหมดในมื้อเดียว และเพียงคนเดียว แต่หากอยู่ที่บ้านคงไม่เป็นไร ดังนั้นไวน์ 1 ขวด สำหรับผู้หญิงที่อยากดื่มจริง ๆ เมื่ออยู่นอกบ้าน จึงควรมีเพื่อนดื่มด้วยสักคน จะช่วยให้รื่นรมย์มากกว่า และไม่เมาเกินไปนัก

ข้อสำคัญอย่าลืมว่า กลไกในร่างกายของผู้หญิงนั้น สลายแอลกอฮอล์ได้ช้ากว่าผู้ชาย ไม่ว่าจะเป็นแอลกอฮอล์ประเภทใดก็ตาม ผู้หญิงจึงควรดื่มอย่างมีสติอยู่เสมอ เพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของคุณเองนั่นแหละ

ทำไมเขาคิดนอกใจ

เรื่องนอกใจน่ะ ไม่ใช่โรคสมัยใหม่แต่อย่างใด ก็เป็นปัญหารักที่มีมาตั้งแต่ยุคโบร่ำโบราณแล้วล่ะ เพียงแต่สมัยก่อนผู้หญิงเราเป็นฝ่ายต้องยอมทน เพราะแม้ต้องกินระกำแทนข้าวอยู่ทุกเช้าเย็นก็ดีกว่าไม่รู้จะเอาอะไรใส่ท้องเข้าไปล่ะแถมสังคมสมัยนั้นก็ไม่รับรองสถานะแม่ม่ายผัวร้างแต่อย่างใด เพราะยุคก่อนผู้ชายท่านเป็นใหญ่ ก็เนื่องจากเป็นฝ่ายหาสตางค์เข้าบ้าน ส่วนผู้หญิงเราก็ได้แต่อยู่กับเหย้าเฝ้าแต่เรือน

ไม่ประสีประสากับการทำมาหากินหรอก แต่ยุคนี้ หญิงมั่นที่กล้าลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิของสตรีให้เท่าเทียมบุรุษเพศ มักจะยอมไม่ได้ ถ้าคนรักเกิดนอกใจ ยิ่งหากดีกรีความหยิ่งสูงจัด คุณเเธอก็อาจจะถึงกับลุกขึ้นมายื่นคำขาดให้เขาต้องเลือกเอาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ถ้าเลือก เจ้าหล่อน ก็ต้องไม่มีฉัน ถ้าเกิดโชคร้ายเขาเลือกเจ้าหล่อนจริงๆ แม้จะต้องยอมหน้าชื่นอกตรม เพราะคน(เคย) ดีของคุณ ได้เปลี่ยนใจไปเสียแล้ว แต่เรื่องจะให้ทนกันอยู่แบบสามคนผัวเมีย ก็คงจะมีแต่ในนิยายอ่านเล่นหรอก จริงไหม เห็นไหมว่า เรื่องนอกใจ ไม่ว่าเกิดกับใคร ก็มักจบด้วยความเศร้าได้เสมอ ก็รักสามเส้าน่ะ จะแฮปปี้แอนดิ้งได้อย่างไรกัน ถ้าฝ่ายหนึ่งสมหวังก็ต้องมีอีกฝ่ายเจ็บปวด จริงบ่ ในเมื่อมันไม่ได้สนุกอย่างที่คิด แต่ทำไมหนอผู้ชายจึงมักนอกใจกันอยู่เสียจริง แต่ใช่จะบอกว่า ผู้หญิงจะนอกใจไม่เป็น ก็เรื่องอย่างนี้น่ะ บางทีมันก็สุดจะห้ามใจได้เสียเมื่อไหร่ เพียงแต่ผู้หญิงที่มีพันธะแล้วนั้น เจ้าหล่อนมักจะประกาศให้ใคร ๆ รู้กันทั้งบาง ก็ไอ้เรื่องความภักดีน่ะ ผู้หญิงเรามีมากกว่าจริง ๆ แต่เรื่องที่ใจจะคิดเฉไฉ ออกนอกลู่นอกทางไปบ้าง ก็คงเกิดขึ้นได้เหมือนกันแหล่ะ แต่หากรายไหน คิดทั้งนอกใจและนอกกาย สังคมรอบข้างก็ยังประนามเจ้าหล่อนอยู่ดี ก็คงอย่างนี้แหล่ะที่ทำให้ผู้หญิงนอกใจมีน้อยกว่าผู้ชายหลายเท่าสิบเท่าตัว

อ่านกันมาตั้งนาน ก็คงจะสงสัยกันเต็มทีว่า แล้วทำไมคนเราจึงต้องนอกใจกันด้วย ในเมื่อมันเป็นเหตุให้ต้องหวานอมขมกลืนกันไปตาม ๆ กันก็ดูอย่างคู่รักระดับอดีตผู้นำประเทศคนดัง บิล คลินตัน นั่นไง ก็ยังนอกใจภรรยาคนเก่ง(และสวย) อย่างฮิลลารี่ จนเป็นข่าวอื้อฉาวไปทั่วโลกได้ล่ะ มาดูกันว่านักจิตวิทยาเขาได้อธิบายพฤติกรรมของคนที่คิดนอกใจไว้อย่างไรกันบ้าง

1. เป็นพวกชอบแสวงหาความตื่นเต้นทางเพศ

ใครว่าเรื่องเซ็กส์ กับชีวิตคู่ไม่สำคัญล่ะก้อ บอกได้เลยว่าโกหกแหง๋ ๆ เพราะถ้าจะอยู่กันเฉย ๆ โดยไม่ต้องมีเซ็กส์มาเจือปนน่ะ คบกันแบบเพื่อนจะดีกว่านะตัวเอง เพราะผู้ชายเขาคงไม่ยินดีด้วยหรอก ก็สำหรับผู้ชายแล้ว หากจะคบเป็นคนรัก คุณเธอก็ต้องหมั่นบริหารเสน่ห์บนเตียงกันเสียบ้าง เพราะเมื่อไหร่ที่เขารู้สึกว่า น้ำพริกถ้วยเดิม รสชาติเริ่มคล้าย ๆ แกงจืดเข้าไปทุกที ไม่จี๊ดจ๊าดเหมือนเมื่อวันวาน เมื่อไปเจอรสชาติใหม่นอกบ้าน ที่กลมกล่อม แถมครบเครื่องกว่า ก็อาจเผลอใจ เผลอกาย ไปชั่วครั้งชั่วคราวได้บ้างเหมือนกันแหล่ะน่า แต่บางรายก็อาจติดใจจนกู่ไม่กลับ(บ้าน) กันไปเลย เข้าทำนองพี่เบื่อน้ำพริกถ้วยเดิมแล้วล่ะเมียจ๋า

2. เกิดไปพบคนที่ถูกใจกว่า

ความรักน่ะ อาจเกิดขึ้นได้อีกครั้งหรือหลายครั้งก็เป็นได้ เพราะบางคนน่ะชอบแสวงหารักใหม่อยู่เรื่อย ๆ ทั้งๆทีคนรักก็แสนดีและน่ารักออกอย่างนั้น แต่ก็ยังไม่ถูกใจจริง ๆ เสียที คนประเภทนี้มักลังเลกับความรักอยู่เสมอ อย่าแปลกใจเลยถ้าเขาจะนอกใจคุณ และอย่าไปถามหานิยามรักแท้จากคนหลายใจพรรค์นี้ เพราะเมื่อยปากไปเปล่า ๆ ล่ะเธอจ๋า

3. ชอบบริหารเสน่ห์ของตัวเอง

มักเกิดกับคนที่ไม่มั่นใจในตัวเอง อาจเกิดขึ้นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง คนประเภทนี้จะมีความสุขที่ได้แอบทำผิดเล็ก ๆ กับคนรักของตัวเอง โดยเฉพาะถ้าทำให้คนอื่นที่ไม่ใช่แฟนตัวเอง ตกหลุมรักได้แล้วล่ะก็ จะเป็นปลื้มเอามาก ๆ ก็เป็นสิ่งการันตีว่าฉันยังมีเสน่ห์อยู่ล้นเหลือนั่นเอง แต่พวกนี้ดีหน่อย มักไม่ถลำลึกจนกลายเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย แต่หากไปเจอแฟนขึ้หึง มีสิทธิ์คอขาดเอาง่าย ๆ เหมือนกันแหล่ะน่า

4. มีเรื่องให้งัดข้อกันอยู่เรื่อย ๆ

แม้ชีวิตคู่ จะเหมือนกับลิ้นกับฟัน ที่มักกระทบกระทั่งกันได้ง่าย แต่หากการทะเลาะกันคือการพยายามทำร้ายจิตใจอีกฝ่าย โดยไม่สนว่า จะใช้คำพูดต่อว่า ถากถางเยาะย้ย ชนิดดุเดือดเลือดพล่าน โดยไม่แคร์ที่จะรักษาครอบครัวให้มีความสุขต่อไป ก็อาจเป็นเหตุให้เขาหันไปแสวงหาความสุขใจ และการยอมรับจากคนอื่นแทน ซึ่งทำให้เรื่องนอกใจเกิดขึ้นได้ง่าย ยิ่งหากไปเจอเด็กสาว ๆ ที่ทำให้หัวใจหนุ่มของเขากระชุ่มกระชวยด้วยความรักขึ้นมาอีกครั้ง แถมเจ้าหล่อนยังพูดหวาน ฟังเพราะ และช่างเอาอกเอาใจกันสุดขีด หัวใจอันแห้งแล้งของเขา ก็ย่อมเบิกบานสดใสเป็นธรรมดา กรณีอย่างนี้จะโทษเขาฝ่ายเดียวก็คงไม่ถูกหรอก แม้เด็กมันจะยั่วด้วยก็เหอะ ไม่อยากให้เรื่องทะเลาะเบาะแว้ง ลุกลามกลายเป็นปัญหารักหมองต้องไม่ลืมว่า คุณมีสิทธิ์โกรธกันได้ ต่พยายามอย่าถากถางกันหรือมุ่งเอาชนะกันเพราะถ้าคิดจะอยู่ด้วยกัน ก็ต้องถนอมน้ำใจกันหน่อย แม้ในยามที่คุณขุ่นเคืองเขาก็เถอะ และที่สำคัญห้ามทะเลาะกันข้ามคืน ง้อกันบนเตียงนั่นแหละง่ายจะ ตายไป

และหากคนที่เคยแสนดี มีอันต้องปันใจให้คนอื่นกันไปแล้วล่ะก็ คงมีอยู่ไม่กี่ช้อยส์ให้เลือกทำ เอาแบบสาหัสสุด ๆ ก็แนะให้ตัดสวาทกันไปเลย วิธีนี้เหมาะกับคนที่คิดว่า แม้จะต้องอยู่อย่างเดียวดาย ชาตินี้ก็ไม่ขอเป็นสองรองใครเป็นอันขาด แต่หากนอนคิดหลาบตลบแล้ว ยังไง ๆ ชีวิตนี้ขาดเธอฉันคงขาดใจเป็นแน่ ก็ต้องทำใจ ให้อภัย และเริ่มต้นกันใหม่ดู ถ้าเขากลับมารักคุณสุดสวาทเหมือนเดิม เรื่องที่ผ่านมา ก็คิดเสียว่าเป็นแค่ฝันร้าย ลืมไปได้เลย แต่หากเขายังนอกใจซ้ำซาก ต่อให้รักมากแค่ไหนก็เถอะ ถามตัวเองแบบกล้า ๆ กันหน่อย ว่าคุณมีความสุขดีหรือกับการทนอยู่กับผู้ชายหลายใจแบบนั้น

วิธีการฝึกให้ตื่นเช้า

1.ช้าๆได้พร้าเล่มงาม อย่าเปลี่ยนเวลานอนอย่างฮวบฮาบ ลองตื่นให้เร็วขึ้นกว่าเดิมสัก 15 นาที เป็นเวลา 2-3 วันก่อน หลังจากนั้นก็ค่อยตื่นให้เร็วขึ้นอีก 15 นาที ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะสามารถตื่นได้ตามเวลาที่ตั้งเป้าหมายไว้

2.นอนให้เร็วกว่าเดิมสักนิด หลายๆคนคงจะชินกับการนอนดึกๆ เนื่องจากติดทีวี หรือไม่ก็ติดอินเตอร์เน็ต แต่การกระทำเช่นนี้ควบคู่ไปกับการตื่นเช้ากว่าเดิม จะทำให้ไม่ไหว สุดท้าย อาจจะถึงขั้นต้องกลับไปเริ่มต้นฝึกตื่นเช้ากันใหม่ ถึงแม้ว่าจะยังไม่ง่วง ผมขอแนะนำให้ลองเข้านอนไปก่อน และถ้ายังไม่หลับ ก็ให้อ่านหนังสือไปด้วยเลย แล้วคุณจะพบว่ามันช่วยให้หลับง่ายขึ้นเยอะ

3.ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ไกลๆ ถ้าวางนาฬิกาปลุกไว้ใกล้ๆ เวลามันดัง เราก็จะปิดมันได้อย่างง่ายดาย แต่ถ้าเราลองวางไว้ให้ไกลจากเตียงสักหน่อย เราก็ต้องลุกขึ้นจากเตียงเพื่อไปกดปุ่มปิด ในเมื่อลุกขึ้นมาแล้ว คนส่วนใหญ่ก็คงไม่คิดจะกลับไปนอนอีก (อาจจะมีข้อยกเว้นนะครับ)

4.ออกจากห้องนอนให้เร็วที่สุดหลังจากปิดนาฬิกาปลุกแล้ว อย่าปล่อยให้ตัวคุณเริ่มคิดได้ว่า \”เออ! ไปนอนดีกว่า\” โดยส่วนตัวแล้ว ต่อให้ต้องคลาน ผมก็จะทำและควรจะทำให้มันเป็นอัตโนมัติซะ ผมจะรีบออกจากห้องนอนแล้วไปเข้าห้องน้ำให้เร็วที่สุด หลังจากที่ได้ล้างหน้าล้างตา แปรงฟัน เรียบร้อย ผมก็จะพบว่าตัวเองได้ตื่นเต็มที่เรียบร้อย

5.หาเหตุผลดีๆสักข้อ กำหนดอะไรบางอย่างสำคัญๆที่จะต้องทำในเวลาพิเศษที่ได้รับ มันจะเป็นแรงบันดาลใจให้เราลุกขึ้นจากเตียงได้ โดยส่วนตัวแล้ว เหตุผลของการตื่นนอนเช้าๆของผม คือ การได้ใช้เวลาเขียนหนังสือ และเท่าที่ผ่านมา มันทำให้ผมตื่นเช้าได้ทุกวันเลยทีเดียว

6.ใช้เวลาที่ได้รับเพิ่มนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด อย่าใช้เวลาที่เยอะแยะนี้ทำอะไรแค่อย่างเดียว หลังจากนั้นก็นั่งอยู่เฉยๆ (ไม่รู้จะทำอะไรต่อดี) เพราะมันจะทำให้กลับไปนอนอีกครั้ง ตัวผมเอง นอกจากจะเขียนหนังสือแล้ว ผมยังใช้เวลาในตอนเช้าวางแผนสิ่งที่ผมคิดจะทำในวันนี้ เตรียมอาหารให้ลูกๆ ออกกำลังกาย นั่งสมาธิ ฯลฯ หลังจากที่ตื่นมาจนถึง 6 โมงครึ่ง ผมได้ใช้เวลาทำอะไรเยอะแยะมากมายมากกว่าตัวผมในอดีต (ตอนที่ยังตื่นสาย) ใช้เวลาทำงานทั้งวันซะอีก

7.ให้รางวัลตัวเองกับการตื่นนอนตอนเช้า ตอนแรกๆ มันอาจจะดุเหมือนกับว่าการตื่นเช้าเป็นการบังคับตัวเองให้ทำอะไรที่ยากแสนยาก แต่มันจะไม่เป็นอย่างนั้นอีกต่อไป ถ้าเรากำหนดรางวัลให้กับความพยายามนี้ ซึ่งมันขึ้นอยู่กับแต่ละคน บางคนอาจจะได้ใช้เวลานี้อ่านนิยายที่ตัวเองชอบ บางคนอาจจะได้ใช้เวลานี้ทำอาหารเช้าระดับพระราชาให้ตัวเอง บางคนอาจจะใช้เวลานี้นั่งสมาธิ ไม่นานหรอกครับ การตื่นเช้าก็จะกลายเป็นกิจวัตรประจำวันได้อย่างสบายๆ

24 วิธีแก้เซ็ง

1. ลองหาหนังสือที่ชอบอ่าน .. ควรจะอ่านหนังสือ “ขำขัน” ไม่ควรอ่านหนังสือนิยาย ประเภทรักไม่สมหวัง ชอกช้ำ พระเอกตาย นางเอกโดนจับไปจำหน่ายตั๋ว เพราะมันจะทำให้คุณหดหู่ยิ่งขึ้น

2. ไปเช่าหนังมาดู .. หนังตลกก็ดีน๊ะ อย่าดูหนังเศร้าล่ะ .. ถ้าจะดูหนังผีก็ดู หนังผี ฮา ๆ .. อย่าดูอะไรที่มันสยองน๊ะ .. เพราะมันอาจจะทำให้คุณอยากเป็นผีได้ ..

3. ไปเดินห้าง .. เดินดูของ เดินดูเสื้อผ้า .. เดินเหล่สาว .. เดินมองหนุ่ม ๆ แล้วแต่ชอบเลยจ้า …. จะช้อปให้แหลก ก็ตามสบาย (ระวังเป๋าแฟบล่ะ)

4. ไปออกกำลังกาย .. ไม่ว่าจะเป็น โยนโบลลิ่ง ว่ายน้ำ ฟิตเนส เต้นแอโรบิค วิ่ง ปิงปอง เปตอง ฟุตบอล แบทบินตัน บาสเกตบอล วอลเลย์บอล ขว้างจักร พุ่งแหลม (แล้วแต่ถนัดเลย) ฯลฯ

5. ไปหาอะไร อร่อย ๆ ทาน .. เลือกร้านที่บรรยากาศดี ๆ ไม่น่าเบื่อ มีอะไรแปลกใหม่ท้าทาย .. น่าตื่นเต้น

6. ชวนเพื่อน ๆ คนสนิท ไปนั่งเมาท์กาน .. เมาท์แก้เซ็ง ( อย่าเมาท์เรื่องการเมืองล่ะ 55+ )

7. ไปเที่ยวทะเล สวนสนุก เที่ยวป่า เที่ยวเขา เที่ยวน้ำตก เที่ยวสวนสัตว์ เที่ยวพิพิธภัณฑ์ .. ฯลฯ ถ้ามีตังค์หน่อยก็ไปเที่ยวต่างจังหวัด ถ้าตังค์หนาเป็นฟ่อนก็ไปเที่ยวต่างประเทศเลย ..

8. ไปบ้านเพื่อน .. (ไปบ้านที่ของกินเยอะ ๆ บรรยากาศดี ๆ แล้วก็ไปถล่มเลย) อิ อิ

9. ถ้าเบื่อ ๆ แล้วไม่รู้จะทำอะไรก็ … แกล้งเพื่อนสิ แกล้งอะไรที่มันไม่รุนแรงนะ แกล้งอะไรที่น่ารัก ๆ น่ะ ถ้าแกล้งแล้วเพื่อนโกรธอันนี้ไม่รู้ด้วยล่ะ

10. ชวนเพื่อน ๆ หรือใครก็ได้ ไปดูคอนเสิร์ตที่ชอบ .. ไปเต้นให้มันส์เลย ..

11. ดูตลกคาเฟ่ .. ดูระเบิดเถอดเทิง ดูโทรทัศน์ ดู UBC

12. กินน้ำชา + โรตี ชวนเพื่อน ๆ ไปปาร์ตี้กัน (ไม่มีแอลกอฮอล์น๊ะจ๊ะ)

13. เล่นอินเตอร์เนต แชท กับ เพื่อน ๆ หรือใครก็ได้ ไประบายความเซ็งซะ ..

14. หาเวปไซต์ดี ๆ อ่าน (คงไม่มีใครทะลึ่งไปเปิดเวปโป๊น๊ะ)

15. เล่นเกมส์ .. ไม่ว่าจะเกมส์กด เกมเพล เกมคอม เกม… ฯลฯ (แต่อย่ามากจนเกินควรนะ)

16. ชวนที่บ้านขับรถเล่น .. กินลม ชมเมือง

17. ไป สปา .. (ถ้ามีตังค์หน่อยนะ)

18. ทำกับข้าว .. ใครชอบทำกับข้าว ทำอาหาร ทำขนม ก็ลงมือเลยน๊ะจ๊ะ

19. เขียนไดอารี่ .. เขียนโน่นขีดนี่ วาดภาพ ฟังเพลง ร้องเพลง เล่นดนตรี .. สร้างบ้าน (บ้านเลโก้น๊ะจ๊ะ)

20. ทำสวน .. (ช่วยคุณพ่อคุณแม่ นะเด็กดี)

21. ทำงานบ้านกวาดบ้านถูบ้าน .. จัดทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า (เด็กดีภาค 2)

22. คุยโทรศัพท์กับคนที่คุณคิดว่าจะทำให้คุณหายเบื่อได้

23. ฝึกนั่งสมาธิ สงบจิตสงบใจ .. คิดว่าเรื่องบนโลกใบนี้มันเป็นเรื่องธรรมดา

24. นอนหลับ .. นอนซะ นอน .. นอน .. เผื่อตื่นมาแล้วจะหายเบื่อนะจ๊ะ