นิยามของสำโรง

  • เมืองหลวงของเด็กแวนซ์ในย้านนี้
  • ซอยนี้มีพี่ใหญ่คุมคือสองแถวครับ ขับรถยังกะนึกว่ารถตัวเองคันเล็กมาก กระเป๋านึกว่าเพิ่งพ้นคดีมา ไม่ก็เป็นแบบป้าวัยทองหน้าเป็นตูด วันดีคืนดี กระเป๋ารถมันพาเพื่อนขึ้นไปสังสรรค์กันด้วย 555 แต่ละคนพูดเพราะจนขนลุก
  • รถซูบารุก็ซิ่งพอๆกัน แถมยังมอเตอร์ไซค์ทั้งมอเตอร์ไซค์วิน ที่มีรู 5 เซน ตูก้อจะแซง แลัวนี่ยังไม่นับ มอเตอร์ไซค์แวนซ์อีกนะ อันนั้นไม่ต้องพุดถึง เหม็นเขียวครับ หึหึ
  • อิมสำโรง เป็นที่สุดแห่งความสุนทรีย์ืในการจับจ่าย การเดินในห้างนี้ (เอ่อ ไม่อยากเรียกว่าห้างเลยให้ตายสิ) คุณจะได้รับการฝึกครอสระวังภัย โดยไม่ต้องจ่ายแม้แต่บาทเดียว โจรเอย เด้กแวนซ์เอย แล้วไหนจะบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับตลาดสดที่อยู่ข้างๆกันนั่นแหล่ะ วันดีคืนดี แผ่นฝ้าตกลงมาไม่รู้ด้วยนะ หึหึ ยัง ยังไม่หมดแค่นั้น ในช่วงเวลานาทีทอง (มันก้อทองตลอดวัน) คุณจะพบเห็นฝูงชนมากมาย ไม่รู้มันอัดเข้าไปเดินกันในนั้นไง อ้อ บริเวณทางเข้าใหญ่หน้าห้าง จะมีบันไดยาวๆ เป็นที่นัดพบของบรรดาเด็กแวนซ์สกอยซ์ ไม่ก็หนุ่มสาวโรงงาน ขอบอกว่า ผมเคยเห็นกับตาว่ามีการส่งยา ต่อราคาขายตัว ทั้งหญิงทั้งชายเลยครับ หน้าห้างมันนี่แหล่ะ
  • สะพานลอย 3 พี่น้อง พี่ใหญ่ ตอนนี้กลายเป็นสะพานที่หลอนที่สุดไปแล้ว เคยติดป้ายไว้ว่าสะพานชำรุดห้ามใช้ แต่สุดท้าย ก็ต้องยอมแพ้ เอาป้ายออกไป แจ็คพอต ตกไปตายไม่รู้ตัว สะพานอิมเก่า ก็เน่าสุดๆ ดึกๆลองไปเดินสงบจิตสงบใจดูนะครับ สะพานอิมใหม่ก็นะ ขายของกันทุกตารางนิ้วจริงๆ
  • มาจากบางนา จะไปอิมสำโรง ทางลอดผ่านใต้สะพาน ก็แฉะตลอดปี ไม่ว่าฤดูอะไรครับ อุดมสมบูรณ์มากๆ
  • หน้าปากซอยวัดด่าน ทั้งคน สองแถว ตุ๊กๆ สามล้อถีบ มอไซค์ จะขวักไขว่ ตลอด 24 ชม. จริงๆ ไม่รู้จะไปไหนกัน
  • ผมนั่งรถกลับจากมหาวิทยาลัย (แถวรังสิต) ถึงบางนาราวๆ 50 กม.ใช้้เวลา 40 นาที แต่จากลงทางด่วนบางนา ไปสำโรงราวๆ 2-3 กม. ใช้เวลาร่วมมากกว่า 30 นาทีตลอดครับ นี่รถโดยสารนะครับ คาดว่าเพราะว่าลงทางด่วนมา ถนนจะถูกลดเลนลงไปอีก 1 เลน เจอไฟแดงและแยกที่ห่างกันไม่ถึง 500 เมตรมากมาย กรมอุตุ ลาซาล แบริ่ง สันติคาม ซอยข้างซุปเปอร์เซฟ วัดด่าน กว่าจะไปถึงได้ นั่งกันหน้าดำคร่ำเครียด
  • หากท่านที่เคยใช้บริการรถตู้จากสำโรง-ฟิวเจอรรังสิต-สำโรง ท่านจะได้พบกันสุดยอดการบริการเหนือระดับประทับใจ ไม่มีวันลืม สภาพรถที่แสนจะคลาสสิค นั่งริมห้ามพิงเพราะฝาอาจจะหลุด ม่านทีี่บังแสงดำชนิดผ้าเช้ดเท้าเรียกพี่ เบาะแคบจนจะได้เสียกัน ยัดมันเข้าไป 3-4 คนต่อเบาะ คนขับเหมือนหลุดคดีมา แถมที่สำคัญ ถ้าท่านไปยืนรอที่วินรถตู้ข้างหน้าอิม ท่าจะไ้ด้พบกับบรรดาผู้โดยสารที่อบรมมารยาทมาอย่างดี ไม่มีการต่อแถว กระเสือกกะสนเอาเอง รถยังจอดไม่สนิทแม่งก็ขึ้นไปกันหมดแล้ว แถมยังแบกข้าวของยังกะจะย้ายบ้าน เอือมมากๆ หลังๆผมยอมนั่งรถเมลล์ไปนั่งบีทีเอส สบายใจกว่า
  • ป้ายรถเมล์ที่ยาวที่สุด หลังๆมานี่มีการจัดระเบียบใหม่ แตกออกเป็นสองป้าย ผู้โดยสารส่วนใหญ่จะไม่สามารถรู้ได้ว่าสายไหน มันจะจอดที่ป้ายไหน ป้าย 1 หรือ 2 เพราะทางการได้ปิดประกาศไว้ใหญ่มาก ขนาดราวๆกระดาษเอ 3 เป็นป้ายรถเมล์ที่เหมาะกับนักกีฬาวิ่งแข่ง มาเก็บตัวฝึกซ้อมยิ่งนัก
  • ไม่มีที่ว่างให้คุณยืนเล่น จะเดินก็เดิน จะหยุดซื้อของก็รีบๆหน่อย ที่ว่างๆทั้งหลายจะกลายเป็นที่ขายของทุกตารางนิ้ว ขายอะไรกันมากมายฟะ นอกจากนั้น แม้ที่ว่างเพียงกระดาษเอ 4 ขอทานก็จะมาจับจองราวกับบ้านเอื้ออาทร นั่งกันสลอน มีทุกเสาไฟ ใครใจบุญก็ควรแลกเหรียญมาเยอะๆหน่อยละกัน
  • พื้นถนน ที่เรียบราวกับโลกดาวอังคาร ทางเท้าที่อาจจะเดินสะดุดแผ่นหินตายได้ ไม่มีช่วงใหนเลย ที่คุณจะได้สัมผัสกับความเรียบเวลาเดิน
  • หากคุณจะเลี่ยงด้วยการใช้เส้นทางอื่น เราขอแนะนำดังนี้ มาจากบางนาเลี้ยวขวาไปบางนาตราด เข้าศรีนครินทร์ คุณเห็นถนนกว้างใหญ่ อย่าเพิ่งดีใจไป ติดบรรลัยพอๆกัน นอกจากนี้หากคิดจะใช้ทางลัดตามซอยเล็กๆเพื่อที่จะทะลุมาสำโรง เราขอเตือน เพราะก็ติดบรรลัยพอๆกัน
  • ถนนทางรถไฟสายเก่าที่มาจากสรรพาวุธบางนา ผ่านหลังห้างอิมไปโผล่ปู่เจ้า ผมไม่รู้จะบรรยายสรรพคุณได้อย่างไร เพราะทุกตารางเซน มีเรื่องราวครับ 555
  • ไม่จำเป็นจริงๆ ผมขอเตือนว่าอย่าผ่านไปเด็ดขาด หากภูมิคุ้มกันทางสังคมคุณไม่แข็งแรงพอ
  •  เรียนจบแล้วทำงานแล้ว เดี๋ยวเก็บเงินได้ ผมจะขอร้องแกมบังคับให้พ่อแม่ น้องๆ ออกไปอยู่ที่อื่นกันดีกว่าครับ เพราะที่นี่ เมืองมันตายแล้วยังไม่พอ เน่าอืดอีกตะหาก
  •  ปล.นายกเทศมนตรีและพวกกรรมการอะไรทั้งหลายนั่น สิบปีมาแล้ว ผมก็เห็นหน้าเดิมๆมันตลอด หึหึ อย่าให้พูด ไปดูบ้านมันแต่ละคนสิครับ 
  • เมื่อก่อนกลับบ้านทุก 2-3 วัน เดี๋ยวนี้เดือนละครั้งก็สุดทนละครับ

ทำอย่างไรให้เป็นที่รักของคนอื่น

1. ทำตัวให้เป็นธรรมชาติ
คือการไม่เสแสร้งเข้าใส่กันและกัน การดูถูกดูหมิ่นและเหยียดหยามผู้อื่น การเป็นคนวางท่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เองที่เป็นเหตุให้คนเราขาดเพื่อนที่จริงใจ ดังนั้น ถ้าเราต้องการให้ผู้อื่นรักและชื่นชม ก็คงต้องปฏิบัติตัวเสียใหม่ ทำตัวเราให้น่ารัก เป็นคนที่พูดจาจริงใจ ปากตรงกับใจเป็นดีที่สุด และไม่ควรกระทำการใด ๆ ที่ผู้อื่นเดือดร้อนโดยเด็ดขาด

2. อารมณ์ดี
เป็นคนที่มีอัธยาศัยดี ร่าเริง ไม่เคร่งเครียดคิ้วขมวดติดกัน เพราะคงไม่มีใครที่อยากเข้าใกล้กับคนที่มีนิสัยขี้หงุดหงิด ขี้โมโห ฉุนเฉียว มีความก้าวร้าว อารมณ์ร้าย และรุนแรง หรือเป็นคนที่อารมณ์แปรปรวนง่าย ๆ และยิ่งถ้าเราเป็นคนอารมณ์ไม่ดีอยู่เสมอ ๆ ต้องหาสาเหตุแล้วแก้ไข มิฉะนั้น ตัวของเราเองจะกลายเป็นคนไร้เพื่อน และสังคมไม่ให้การยอมรับอีกด้วย เพราะคนอื่น ๆ จะดีตัวออกห่างเราไปทีละคนสองคน เพื่อไปหาคนที่อารมณ์ดีที่เขาอยู่ใกล้แล้วสบายใจ

3. สนใจฟัง “เขา” มิใช่พูดแต่เรื่องของตนเอง
เช่น เรากำลังสนทนาอยู่ในกลุ่มเพื่อน แต่เราคุยฟุ้งแต่เรื่องส่วนตัวของเรา…”เมื่อวานนี้ไปเที่ยวทะเลมา สนุกมาก ได้เล่นน้ำทะเลกันจนเย็นแถมตัวดำอีก พอกลับมาเมื่อเช้านี้คุณแม่เกิดไม่สบายกะทันหัน ต้องพาไปโรงพยาบาล และไม่มีใครดูแลคุณพ่อที่เป็นอัมพฤกษ์..” จากคำพูดข้างต้น คนที่พูดก็ช่างเจรจาเหลือเกิน พูดถึงแต่เรื่องตัวเอง โดยที่ไม่เปิดโอกาสให้เพื่อน ๆ ในกลุ่มใดพูด หรือแสดงความคิดเห็นบ้างเลย ซึ่งจริง ๆ แล้วคนเราที่เป็นกลุ่มเพื่อนกันก็คงต้องการคุยเรื่องของตนเองให้เพื่อนฟังบ้างแต่ต้องมีการแลกเปลี่ยน และสนใจเรื่องของเขามากกว่าพูดแต่เรื่องของตนเอง

4. รู้จัก “ให้” และ “รับ”
ข้อนี้คงไม่ต้องบอก เพราะใคร ๆ ก็รู้ แต่ก็มีคนจำนวนมากไม่ยอมปฏิบัติ มีแต่จะรับข้างเดียว หวังแต่ผลประโยชน์ที่จะเกิดกับตัวเองเพียงเท่านั้น ส่วนคนอื่นไม่สนใจ ซึ่งคนประเภทที่ชอบรับข้างเดียว ไม่ได้ให้ผู้อื่นตอบแทนบ้างเลย จัดเป็นคนที่มีลักษณะเป็นคนเห็นแก่ตัว…คนมักมาก, คนเอาเปรียบ, คนเอาแต่ได้ แต่คนที่ให้มากกว่ารับจะมีเพื่อนมากกว่าคนที่รับมากกว่าให้อย่างแน่นอน การให้และการรับไม่ได้หมายความเฉพาะวัตถุ แต่รวมไปถึงการให้ความช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน หรือคนที่ตกทุกข์ได้ยาก สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นการให้ที่มีคุณค่ามาก และโดยปกติคนทั่วไปก็คงชอบคนที่ให้เราบ้างยอมรับจากเราบ้างเพราะเวลาเขารับอะไรจากเรา เรารู้สึกดีใจและพอใจ แต่ถ้าคุณเป็นฝ่ายรับจากเขาอยู่ข้างเดียว ก็คงต้องรู้สึกระอาใจบ้างไม่มากก็น้อย

5. มองโลกในแง่ดี
เราลองหันไปมองรอบ ๆ ตัวเราว่าเป็นอย่างไร โดยขอให้มีโลกทัศน์ที่กว้างไกล ไม่ตำหนิ หรือติเตียนสิ่งต่างๆ อยู่ตลอดเวลา เช่น คนนี้เป็นคนไม่ดี บ้านนี้มีอะไรที่แปลกและน่ากลัว ผู้หญิงคนนี้ไม่น่าคบ ฯลฯ คงเห็นแล้วว่าถ้าคนเรามีความคิดเช่นนี้กันทุกคน สังคมก็คงวุ่นวายน่าดูและคงมีแต่ปัญหามากมายที่จะเกิดขึ้น แต่ถ้าเราลองมองโลกในแง่ดีบ้าง และทำเป็นประจำอยู่ตลอด คนที่อยู่ใกล้เราก็จะมีความสุข

ตกลงว่า…เธอกับเค้าคนนั้น รักกันใช่ไหม

ตอนนี้ฉันไม่อาจบอกความรู้สึกของตัวฉันเองได้ว่าฉันรู้สึกอย่างไร

ฉันรักเธอ แต่เธอล่ะ รักใคร เธอรักเค้าคนนั้นที่เป็นเพื่อนสนิทของฉัน

ฉันควรจะดีใจหรือเสียใจดี

ตอนนี้ฉันเหมือนคนไร้ความรู้สึก ฉันยินดีด้วยนะกับเธอทั้งสองคนที่ฉันรัก

เวลาเธออยู่ด้วยกันเธอคงมีความสุขมาก  ฉันมันเป็นแค่ส่วนเกิน

เธอรู้ไหมเวลาที่เธอเดินข้างกันฉันไม่อยากจะเห็นภาพนั้นเลย ฉันขอหลีกทางดีกว่า

ฉันไม่สามารถที่จะทนเห็นภาพเหล่านั้นได้

ฉันคงน่ารังเกียจมากที่รู้สึกแบบนั้น

เธอรักเค้าและเค้าก้อรักเธอมากเช่นกัน ฉันรู้ดี

รักกันให้นานๆนะ

ไม่คิดเลยว่าวันนึงฉันต้องแอบรักเพื่อนสนิทของตัวเอง

ฉันเคยถามคนอื่นหลายๆครั้งว่าทำไมต้องมาชอบเพื่อนของตัวเองด้วย

แต่ก่อนฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไร้สาระมาก และฉันก้อเกลียดความรู้สึกเหล่านี้ด้วย

แต่จนกระทั่งวันนึง ความรู้สึกเหล่านี้แหละที่มันเกิดขึ้นในตัวฉัน

ฉันเริ่มรู้สึกเกลียดตัวเอง เกลียดที่ฉันมีความรู้สึกแบบนั้นไปได้ยังไง

เค้าเป็นเพื่อนของฉัน เค้าไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกับฉัน แต่ฉันสิที่คิดไปเอง

ทุกครั้งที่เราคุยกัน ฉันมีความสุขมาก ทุกครั้งที่เธอมาแกล้งฉัน

มาจับแก้มฉันและยิ้มให้ฉัน บอกว่าคิดถึงฉัน ทุกครั้งที่เธอจับมือ….

ฉันรู้สึกดีมากเลย ฉันดีใจ ฉันมีความสุข การกระทำของเธอเหล่านี้มันทำให้ฉันแอบคิดว่า

เธออาจจะมีใจให้ฉันบ้าง….แต่มันไม่ใช่เลย เธอไม่ได้ทำแบบนั้นกับฉันแค่คนเดียว

เธอทำแบบนั้นกับคนอื่นด้วย….ฉันรู้ดี ว่าฉันไม่ควรคิดกับเธอแบบนั้น ฉันคงดูแย่มาก

แย่ แย่ที่ทรยศความรู้สึกที่เธอมีให้ฉัน ฉันพูดได้คำเดียวว่า…ฉันขอโทษ

แต่ทำไงได้ล่ะ..ตอนนี้ ฉันรักเธอไปแล้ว รักมากด้วย

ฉันอยากให้เธอได้ยิน อยากให้เธอรู้ว่า มีเพื่อนคนนี้ ที่รอเธอ

ตอนนี้ฉันเหมือนคนบ้า บ้าที่ต้องเก็บความรู้สึกแบบนี้เมื่ออยู่ต่อหน้าเธอและเพื่อนคนอื่นๆ

บางที ฉันต้องแกล้งทำเป็นไม่สนใจในตัวเธอ แกล้งว่าไม่แคร์เธอ

แต่รู้ไหมใจลึกๆของฉัน มันแทบบ้า

ฉันรักแกว่ะ

……

รอยจูบทำนายรัก

หน้าผาก

คุณเป็นคนที่มีอารมณ์รุนแรง แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่รักสันติ ชอบที่จะให้อภัยคนอื่น และต้องการความนับถือจากผู้อื่นเช่นเดียวกัน คุณมีความสามารถพิเศษในการที่จะแสดงออกเป็นอย่างดี และเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีมาก คนหนึ่ง ดังนั้น คุณจึงสามารถมีชีวิตที่จะประสบ ผลสำเร็จในสังคมได้ และบรรดาเพื่อน ๆ ที่อยู่รอบกายคุณจะมองว่าคุณเป็นคนที่สุภาพและสามารถเข้าใจพวกเขาได้ เป็นอย่างดี

เปลือกตา

คุณเป็นโรมิโอที่หัวดื้อที่สุด ผู้ซึ่งต้องการที่จะรักมาก และคุณสามารถที่จะสละทุกสิ่งได้เพื่อ ความรัก ความรักของคุณจะแสดงออกมาในรูปแบบของความป่าเถื่อนและรุนแรง จนถึงกับกลายเป็นนักรักที่ดุร้าย ทำให้บางครั้งคนรักของคุณอาจมองว่าคุณเป็นคนเห็นแก่ตัว

ปลายจมูก

ในเรื่องของความสัมพันธ์ SEX ค่อนข้างที่จะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคุณคุณให้ความสำคัญต่อมิตรภาพความซื่อ สัตย์ และมีความรารถนาอย่างรุนแรง ในเรื่องของ ความรักและ SEX คุณเป็นคนสนุกสนาน และไม่ใช่คนอดทนพอ ที่จะพักอยู่เป็นเวลานานในที่ที่คุณปราศจากความ สบาย ดังนั้น จึงเป็นการยากที่คุณจะสร้างรากฐานที่มั่นคงในอาชีพหรือการดำเนินชีวิตของคุณ และมันจะเป็นการชี้นำว่า คุณไม่สามารถเปลี่ยนงานที่คุณทำอยู่ได้ หากปราศจากเหตุผลอันหนักแน่นเพียงพอ

ใบหน้า

คุณให้ความสำคัญกับสันติภาพอยู่เหนือสิ่งใดและเหล่าเพื่อนๆ ก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่าง มากต่อคุณ คุณยินดีที่จะแบ่งปันรางวัลทั้งหมดของคุณแก่เหล่าเพื่อน และคุณเป็นคนที่ไม่หงุดหงิดง่าย ๆ ถ้าเกิดมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเพียงเล็กน้อย คุณเป็นคนใจดี อีกทั้งยังไม่เก็บเรื่องแย่ ๆ ของคนอื่นมาครุ่นคิด ดังนั้น คุณจึงมีความสามารถที่จะรักษาความสัมพันธ์ด้านความรักและความเมตตาเอาไว้ได้ ยาวนาน

ใบหู

คุณสามารถเดาใจของผู้อื่นได้อย่างแม่นยำ คุณจึงสามารถเข้าใจเรื่องราวต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี คุณมีอารมณ์ที่จะชื่นชมหรือมีส่วนร่วมกับความรู้สึกและความนึกคิดของผู้อื่น อย่างไรก็ดี คุณก็สามารถที่ทำให้เกิดเรื่องตลกขึ้นได้โดยร่วมกับผู้อื่น เพื่อที่จะบรรลุจุดมุ่งหมาย คุณก็พร้อมที่จะเสียสละให้แก่ผู้อื่นได้อย่างง่ายดาย และเพื่อทีจะนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ดี คุณจะมีการควบคุมอารมณ์และการแสดงออกอันไร้เหตุผล พฤติกรรมของคุณจึงเกี่ยวพันสอดคล้อง กับความรู้สึกภายในของคุณอย่างชัดเจน 100%

ริมฝีปาก

คุณเป็นคนหนึ่งที่มีความซื่อสัตย์มาก เมื่อคุณได้จุมพิตริมฝีปากของใครคนหนึ่ง คุณได้แสดงออกอย่างแน่นอนถึงความหวังของการมีรักแท้ ราวกับมีการเปล่งประกายแสงออราของความเชื่อมั่น คุณเป็นคนหนึ่งที่มีหลักเกณฑ์ทางศีลธรรมที่เข้มงวด

ช่วงคอ

ธรรมชาติความรักของคุณ คุณไม่ได้เป็นคนที่ฝันถึงเรื่องความรักชั่วนิจนิรันดร แม้ว่าความรู้สึก ในการเป็นเจ้าของในสิ่งต่าง ๆ ของคุณจะมีมากก็ตาม แต่มันก็จะจางหายไปใน ชั่วเวลาหนึ่ง แม้ว่าคุณจะไม่ได้รักคนรักของคุณแล้ว แต่คุณก็มีความเห็นแก่ตัว ต้องการให้คนรักของคุณยัง คงรักคุณอยู่ คุณไม่ใคร่มีความกระตือรือร้นมากเท่าใดนักต่อชีวิตของคุณเอง และไม่ได้มีอะไรพิเศษ