เทคนิคจีบสาวภายใน 3 วินาที… ที่คุณก็ทำได้!

[[เกริ่นนำ : ชื่อ ปลั๊ก , อายุ 25 ปี , ตอนนี้โสด]]

———————- – - – - – - – - – - – - – - – - – - – -
หลังจากเลิกรากับแฟนที่คบกันนานสองปี ไปเมื่อวันที่ 14 กุมภาฯ ที่ผ่านมา

ผมก็กลับสู่วงโคจรเดิม ๆ ของชีวิต

ก็คือสู่วงจรของหนุ่มโฉด เอ้ย! ..หนุ่มโสด(แหะๆ)

เป็นหนุ่มโสด.. แน่นอน ต้องจีบสาว
ถ้าพูดถึงความสามารถในการจีบสาวผมของผมละก็.. ถือว่า “พอใช้”

คือจีบสาวไม่เก่งนัก.. แต่ก็ไม่ใช่ว่าจีบไม่เป็น

บวกกับรูปร่างหน้าตา ก็กลางๆ ไม่ได้หล่อโฮกหล่อฮากหล่อกระชากใจ แต่ก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่แต่อย่างใด

ทำให้ผมจีบสาวได้เป็นระยะๆ.. เหมือนขับรถอยู่แล้วน้ำหมด อยากเติมน้ำมัน ..ขับๆ ไปเดี๋ยวก็เจอเอง :D
ปัญหาเล็กๆ ที่เจอบ่อย คือสาวที่ผมจีบ ส่วนใหญ่ผมจะเลือกจีบคนที่สวยกลาง ๆ ไม่สวยเวอร์ .. ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ที่ว่า..

“คนสวยเวอร์คงมีแฟนแล้ว”

“คนสวยอย่างเค้า คงไม่สนใจเราหรอก”

และเหตุผลสุดท้ายที่ขาดไม่ได้ ก็คือ……… “ไม่กล้า”

ทำให้บ่อยครั้งเวลาเจอสาวสวยที่ถูกใจ อยากทำความรู้จัก แต่ผมทำอะไรไม่ได้นอกจากมอง .. เหมือน แมวอยากกินปลากระป๋อง..แต่เปิดกระป๋องไม่เป็น
จนมาวันหนึ่ง…..
———————————- – - – - – - – - – - – -

ผมได้เจอ E-Book เล่มหนึ่ง ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการจีบสาว
ตอนแรกที่อ่านก็ไม่คิดอะไรเลยนะ.. กะอ่านผ่านๆ เพลินๆ..

แต่พออ่านไปชักสนุก .. และช่วยให้ฉุกคิดอะไรได้หลายๆ อย่าง..

เช่น.. อย่าอายกับการเริ่มทำความรู้จักกับคนใหม่ๆ ..

..อย่ารู้สึกอาย หรือเสียหน้าเวลาที่ขอเบอร์ผู้หญิงแล้วถูกปฏิเสธ … เพราะก่อนขอ คุณก็ไม่มีเบอร์ของเธออยู่แล้ว .. และเมื่อถูกปฏิเสธ คุณก็ไม่มีเบอร์เธอเหมือน … ใช่ คุณก็ยังเหมือนเดิม! ..คุณไม่ได้เสียอะไรไป ไม่มีอะไรเสียหาย ..แถมอย่างน้อย คุณยังได้อยู่ใกล้และได้พูดคุยกับเค้าอีกด้วย
นอกจากช่วยให้คิดอะไรเกี่ยวกับสาวๆ ได้แล้ว ยังมีเทคนิคจีบสาวหลายๆ อย่างบอกได้อย่างละเอียดอีกด้วย

เทคนิค 3 วินาที

เค้าบอกว่า.. ถ้าสบตาใครแล้วรู้สึก ปิ๊ง! ..ให้รีบเข้าไปทำความรู้เธอภายใน 3 วินาที เพราะการที่คุณเข้าไปทำความรู้จักเธอในตอนนั้น.. ความคิดของคุณและเธอยังอยู่ในระหว่างประมวล แยกแยะลำดับเหตุผล เหตุการณ์ อะไรไม่มาก เป็นการกระทำด้วยความรู้สึกล้วน ๆ รับรองว่า.. การที่คุณเข้าไปทำความรู้จักกับเธอภายใน 3 วินาที ถือเป็นเทคนิคสำคัญ และใช้ได้ผลบ่อยครั้งแน่นอน

ผมอ่านดูแล้วก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อ .. แต่ก็ลองทำดู!

ได้เวลา ไอ้เสือตื่น!!
อิอิ..
———————————– – - – - – - – - – -

คืนหนึ่งผมไปเที่ยวกลางคืนกับเพื่อนๆ พี่ๆ

ภายใต้แสงไฟสลัว เสียงดนตรีสนุก ๆ .. เครื่องดื่มมึนเมา และสาวๆ เป็นร้อย ยืนเต้นอยู่เต็มร้าน

ผมมองเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง

เธอสูงประมาณ 160 , ใส่เสื้อชุดเดรสสายเดี่ยวสีขาว , หน้าตาน่ารักดี , ให้คะแนน 8.5 เต็ม 10

ซึ่ง.. ปกติผู้หญิงน่ารักขนาดนี้.. ผมเลือกที่จะไม่จีบ เพราะเหตุผลหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะความ “ไม่กล้า”

..แต่คืนนี้ผมกล้า!

โต๊ะของเรา อยู่ไม่ห่างกันมาก.. ผมแอบมองเธออยู่นาน.. จนนึกขึ้นได้ว่า ตามตำราจีบสาว เค้าห้ามแอบมอง .. ถ้าชอบก็มองไปเลย …

ผมก็มอง.. และหวังว่าให้เธอมองกลับมา

และเมื่อถึงเวลา ที่เธอมองกลับมา เราสบตากันในเสี้ยวเวลาสั้นๆ
หลังจากนั้น ผมนึกถึง “เทคนิค 3 วินาที”

ซึ่งจังหวะนี้แหละที่ต้องใช้

ผมจิบเหล้า.. สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด.. สลัดความกลัว.. รวบรวมความกล้า.. แล้วเดินเข้าไปหาเธอ..
“สวัสดีครับ” ผมทักทายอย่างสุภาพ นุ่มนวล ด้วยสีหน้าและรอยยิ้มเล็กๆ … แต่จุดสำคัญคือ สายตา.. ที่มองเธอตลอดเวลา

“สวัสดีค่ะ” เธอตอบกลับมาอย่างนุ่มนวล พร้อมกับสายตาชวนฝัน…

หลังจากนั้น.. เราแลกเบอร์กัน ไปทานข้าวด้วยกัน เหตุการทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี……….

ถ้าผมเป็นดารา แล้วมีนักข่าวมาถามเรื่องนี ก็คงตอบแบบที่ดาราหลายคนเค้าตอบกันว่า..

“ก็กะลังดูๆ กันอยู่นะครับ” :)
——————————————– – - – - – - – - – - – - — – -
หลังจากเหตุการณ์นั้น ผมก็ลองนำเทคนิคเดิมไปใช้กับผู้หญิงคนอื่นๆ ซึ่งถือว่าใช้ได้ผลดีเช่นกัน :)

แต่ก็ยังไม่จริงจังอะไรกับใครสักที ก็ยัง “ดูๆ กันอยู่” อิอิ

จะว่าไปแล้ว.. E-Book ตำราจีบสาว นี้ก็ถือว่ามันช่วยเปลี่ยนความคิด และพลิกชีวิตผมได้ดีทีเดียว
ทำให้คิดต่อไปถึงเรื่องของ ความสามารถซ่อนเร้นของคนเรา

หลายๆ คนอาจเคยอ่านคำคม คำปลุกใจ หรืออ่านประวัติของคนดัง หรือผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต

คนดังหลายๆ คนจะพูดถึงเรื่องนี้…..

—- คุณมีความสามารถซ่อนเร้นอยู่มาก จงกล้า และงัดมันออกมา! —-

งัดความสามารถนั้นออกมา!
แต่อีกประเด็นหนึ่งที่หลายคนสงสัยคือ.. “แล้วจะงัดมันออกมายังไง?”

นั่นแหละปัญหา ที่ใครก็เจอ .. คุณก็เจอ ..ผมก็เจอ
แต่อย่างกรณีจีบสาว.. ผมเจอวิธีการ .. จึงสามารถงัดเขี้ยวเล็บ เอ้ย! งัดความสามารถในการจีบสาวออกมาใช้ได้

ส่วนความสามมารถซ่อนเร้นด้านอื่นๆ ผมก็ยังคงมองหาวิธีการต่อไป…
แล้วคุณละครับ มีควมสามารถซ่อนเร้นอะไร.. แล้วงัดมันออกมาใช้ได้ไหม

ลองถามตัวเองดู แล้วจะรู้ว่าคุณต้องการอะไร ..และขอเอาใจช่วยในการนำความสามารถซ่อนเร้นนั้นออกมาใช้อย่างเต็มที่ .. ให้ชีวิตมีรสชาติดีๆ เพิ่มขึ้นนะครับ

>> เมื่อผมแอบเหงา..ผมก็เข้าเว็บสาระแน

[[ ชื่อเล่น - ปลั๊ก , อาชีพ - ครูประจำชั้น(เมื่อก่อนเคยเป็นช่างภาพ กับ ดีเจ ตอนนี้เปลี่ยนแนวซะงั้น) , สถานะ-อาจจะโสด]]

—————————————————— – - – — – - – - – - – - – — – - -

ผมรู้จักเว็บ สาระแนดอทคอม แห่งนี้มาประมาณ 10 ปีแล้วครับ(โอ้ว! นานจังวุ้ย!!)

มีบทความดีๆ ให้อ่านเยอะ แถมมีเนื้อที่ให้เขียนไดอารี่ แล้วก็มีเพื่อนๆ ใจดีแวะเข้ามาอ่าน เข้ามาคอมเม้นต์

ไดอารี่ที่ผมเขียน บางครั้งก็มียอดคลิกชมหลัก 1000-2000 ครั้ง .. ก็รู้สึก “โอ้โห! เยอะจัง.. แต่คลิกเข้ามาแล้วอ่านกันมั้ย หรือคลิกเข้ามาขำๆ ..ยังไงก็ขอบคุณนะคร้าบ!”

ผมจะหมั่นเขียนเป็นพักๆ ตามแต่อารมณ์และโอกาส เช่นว่า.. สมัยเรียนมหาวิทยาลัย จะเขียนบ่อยมาก เพราะมีเวลาว่างจากการเรียนมาเขียนไดฯ พอสมควร

แต่อย่างช่วงนี้ เปลี่ยนอาชีพ จากเมื่อก่อนเคยทำงานด้าน TV และ วิทยุ ก็ผันตัวเองมาเป็น ครู …ทั้งต้องทำตัวติดกับแฟน ก็เลยไม่มี อารมณ์-โอกาส-เวลา มาเขียนไดอารี่…

ไม่ได้เขียนมาเป็นปีแล้ว!

—- – - – - – - – - – - – - – - – - – – - —

แต่วันนี้.. ผมกลับมา

(มาทำไม… ใครเชิญ?? — แง่ว)

กลับมา เพราะตอนนี้ มีครบ.. ทั้ง เวลา-โอกาส-และโดยเฉพาะ “อารมณ์”

พูดง่าย ๆ คือ..

ช่วงนี้ อารมณ์เปลี่ยว ครับ :) 55+

สาเหตุ.. ทะเลาะกับแฟนบ่อย และครั้งล่าสุด ก็หนักมาก!!!
(มากจนไม่อยากระบายให้ใครฟัง)

หนักซะจน ไม่คุย-ไม่เห็นหน้ากัน ในวันวาเลนไทน์
วันที่คู่รักคู่ไหนๆ ก็บอกรักกัน

หนักนะ.. สำหรับคู่หนุ่มสาวที่คบกันมาด้วยความใกล้ชิดและผูกพันราว 3 ปี ต่างฝ่ายต่างปรับตัวเข้าหากัน รับข้อดีข้อเสียของกันและกัน ..และทำความรู้จักกับพ่อแม่ ญาติพี่น้องของกันและกัน ด้วยดีในระดับหนึ่ง

แต่สุดท้าย.. ต้องกลับกลายเป็นการเลิกรา

เมื่อคืนคิดว่า.. ไหนๆ ก็คงจะเลิกกับแฟน ก็เลยไปเที่ยวกลางคืนฉลองวาเลนไทน์ซะเลย!

ก็ไปเที่ยว.. ไปกินเหล้า – จีบสาวแหละ
เจอคนน่ารักด้วยนะ(เพื่อนแนะนำ) ..แลกเบอร์กันเรียบร้อยเตรียมจีบกันเต็มที่เลยแหละ

พูดไปก็เหมือนจะง่าย… แต่เอาเข้าจริง… กว่าจะจีบ.. กว่าจะเป็นแฟน.. กว่าจะสนิทสนม.. กว่าจะรู้ใจ.. กว่าจะเข้ากันได้.. กว่าจะแต่งงาน.. กว่าจะมีลูก…….

ก็ทำให้ฉุกคิดขึ้นว่า “ชีวิตรักจริงๆ แล้วมันไม่ได้ง่ายได้เลย”

ไม่ใช่แค่… กุ๊กกิ๊กกันขำๆ , เป็นแฟนแป๊บๆ แล้วก็จบ , ได้กันแล้วก็ทิ้ง ฯลฯ

ผมยังพอจำประโยคเด็ดในโฆษณาเก่าราวสิบปีของ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า ได้อยู่..
เนื้อเรื่องคือ คู่รักทะเลาะกัน ..พอพ่อรู้ว่าลูกทะเลาะกับแฟน ก็เลยมาให้แง่คิดกับลูกว่า..

“ชีวิตคู่..มันไม่ง่ายเหมือนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรอกนะ”

แล้วก็มีจบโฆษณาด้วยเพลงที่ร้องว่า.. “ก็แค่เส้นบางๆ… ระหว่างทางของเรา…..”

—- – - — – - — – - – - – - – -

นอกจากเรื่องแฟน ก็คงเป็นเรื่องหน้าที่การงาน

อายุก็เบญจเพศแล้ว ฐานะการงาน การเงินยังไม่ค่อยมั่นคงเท่าไหร่เลย

ตามประสามนุษย์วัยทำงาน .. ก็มักจะคิดแต่เรื่องพวกนี้
หน้าที่ – การงาน – ความรัก

วันวาเลนไทน์ที่ผ่าน.. ฤกษ์งามยามดี เพื่อนสนิทแต่งงาน.. ผมได้โอกาสเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวด้วย

ระหว่างทำพิธี.. ดูเพื่อนมีความสุขไป.. ตัวเองก็ปลงไป….

เพื่อนกำลังแต่งงาน แล้วจะเปิดร้านอาหาร สร้างหลักสร้างฐานสร้างชีวิตที่มั่นคง..

แต่ผม.. ยัง เหงา เหงา งง งง กับชีวิต

เฮ้อ………………………………….. . . . . . . ..

“ชีวิตเรา เอาไงดี?”

—————————————————————————- – - – -

แต่ที่บ่นๆ เพ้อๆ ไป ผมก็ไม่ได้ “ท้อแท้” อะไรหรอกครับ
ตรงกันข้าม.. ผมกลับยืนหยัดสู้กับมัน
สู้กับสถานะการณ์แย่ๆ เหล่านี้

ด้วยแบบอย่างที่ดี จากพ่อ แม่ คนรอบๆ ข้าง ประสบการณ์รอบๆ ตัว

หวังว่าจะผ่านพ้นสถานะการณ์ร้ายเหล่านี้ไปได้ด้วยดี

ตามประสาคนที่ “อยากให้ชีวิตดูดี..เหมือนหน้าตา” :D

ปล. ขอบคุณเว็บสาระแน สำหรับการแบ่งปันเนื้อที่ให้ชาวไซเบอร์ซิตี้ ได้ระบายออกนะครับ

> ทำหนังสือทำมือ..กันทำไม?

[[ เกริ่นนำ :: ชื่อ ปลั๊ก , อยู่ขอนแก่น , อาชีพ ตากล้อง และ ดีเจ , ตอนมัธยมกับมหาวิทยาลัยเคยบ้าทำหนังสือทำมือ]]

—— – - – - – - – - – - – - – - – - – - ————— – - – - – - – - – - – - — — – —–

ย้อนกลับไปเมื่อ “สมัยหนุ่มๆ” ตอนเรียนมัธยม ถ้าเทียบกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน ผมถือว่าเป็นคนหนึ่งที่ชอบเขียนหนังสือ

ไม่ได้เขียนเก่งระดับเทพอะไรหรอกนะครับ ..แต่ก็เขียนเรื่อยๆ
แถมช่วงหนึ่งยังโชคดี ที่อาจารย์ให้พื้นที่ในการเขียนคอลัมน์ลงวารสารโรงเรียนด้วย

และเมื่อถึงช่วงสุดท้ายของวัยมัธยม ผมตัดสินทำ “หนังสือทำมือ”

[[ หนังสือทำมือ คือ หนังสือที่ผู้ทำนั้นทำเองทั้งหมดครับ ตั้งแต่การคิดคอนเซ็ป เขียน พิมพ์ จัดหน้ากระดาษ เข้าเล่ม รวมถึงการจำหน่าย]]

—– – - – - – - – - – - – - – - —————– – - – - – - – - –

ตอนนั้นก้ตั้งใจว่าจะขายให้เพื่อน ๆ เป็นหลัก ไม่แสวงหากำไร ก็เลยตั้งราคาไว้ที่ 20 บาท ความหนาก็ประมาณ 60 หน้า

……

เมื่อกี๊นั่งนึกอยู่นานครับ เกือบลืม ว่าหนังสือตัวเองชื่ออะไร(ก็มันนานมาแล้ว 55+) ชื่อหนังสือคือ…

“ขยะวรรณกรรม” ครับ :)

เนื้อหาของมันหลากหลายครับ ทั้งเขียนเรื่องตัวเองในด้านความรัก การเรียน รด. เขียนเรื่องเพื่อน ฯลฯ แรกได้ว่า เขียนไปทั่ว..เขียนอะไรจบ แล้วคิดว่าดี ก็เอามาลงหนังสือตัวเอง

คือจะบอกว่าตอนนั้นไม่ได้คิด และคิดไม่เป็น(ตามประสาคนไม่รู้หลักการ) ว่าหนังสือมันจะต้องมีเอกลักษณ์ มีความโด่นเด่น หรือมีทิศทางอย่างไร

คือรู้ว่าตัวเองเขียนไปเรื่อย ๆ ไม่มีคอนเซ็ปอะไร ก็เลยตั้งชื่อแบบถ่อมตัวไว้ก่อน

ประมาณว่า “เฮ้ย! กูทำหนังสือเล่มนึง เป็นขยะวรรณกรรมนะ มึงจะซื้อหนังกูอะป่าว..”

ปรากฏว่า.. รอบแรกทำมา 100 เล่ม ขายหมดเกลี้ยง
แล้วก็ทำเพิ่มทันที.. สรุปแล้วขายได้ประมาณ 200 เล่มเศษๆ

—– – - – - – - – - – - – - – - — – —————– – - – - – - – – - – - –

ปลื้มมากมาย ที่อาจารย์แนะแนวเห็นคุณค่า ก็เลยพาตัวผมไปพบผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมกับมอบหนังสือทำมือเล็ก ๆ เล่มนั้นให้กับท่าน

และที่ปลื้มอีกอย่างคือ.. ช่วงนั้น “ปราบดา หยุ่น” นักเขียนซีไรท์ ขวัญใจใครหลายคน มาร่วมงานหนังสือที่ ม.ขอนแก่น
ผมไปขอลายเซ็นเขา แล้วก็มอบหนังสือทำให้เขา

“อะไรเหรอครับ?” ปราบดาถาม ขณะเห็นผมยื่นหนังสือทำมือให้
“หนังสือทำมือครับ..ให้ครับ” ผมบอกด้วยรอยยิ้ม
ปราบดารับหนังสือทำมือนั้นไว้ด้วยความงุนงง

คงจะทำนองว่า “คุณน้องจะให้พี่ทำไม..พี่ไม่ได้อยากได้นะคร้าบ!” 55+

————— – - – - – - – - – - —

จากนั้น อาจารย์แนะแนวยังเห้นคุณค่าของสิ่งที่ผมทำอีก.. แกเลยชวนให้ผมไปขอทุนเรียนต่อ ที่ ม.รังสิต
ผมไม่ได้อยากเรียนที่นั่นครับ ก็เลยเฉยๆ แต่พอไปเล่าให้พ่อฟัง(แบบไม่คิดอะไร) พ่อกลับยุแกมบังคับให้ผมไปทุนที่นั่น

ก็เลยต้องยอมไปขอทุนเรียนต่อเพื่อพ่อครับ
แต่ผลสุดท้ายปรากฎว่า ผลงาน..ผ่าน , แต่ผลการเรียน..ไม่ผ่าน .. เกรดไม่ถึง จึงไม่ถึง..ไม่เรียนที่นั่น

พ่อคงผิดหวังแหละ.. แต่ผมกลับดีใจที่ไม่ได้เรียน และได้เรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่ใฝ่ฝันไว้ในตอนนั้นคือ มหาวิทยาลัยรามคำแหง :)

“เปลวเทียนให้แสง รามคำแหงให้ทาง”

——————— – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - – - –

ตอนเรียน ม.รามฯ ผมก็ทำมาขายอีกเล่มครับ.. แต่เล่มนี้ ทำด้วยความหยิ่งผยอง มั่นใจเกินตัวไปหน่อย ก็เลยโดนวิจารณ์แง่ลบเยอะมาก.. จนไม่อยากทำต่อ

แต่ในที่สุด ด้วยความชอบส่วนตัว ผมก็ขอสู้ ขอทำเล่มสุดท้าย และพยายามทำให้ดีที่สุด !

ผมเขียน “นิยาย” เรื่อง.. “เดิมพันหัวใจกับใครบางคน”

ชื่อเรื่องอาจจะบ้าน ๆ นิดนึงนะครับ แต่ผลออกมา ก็ถือว่าพอใจ..ส่วนใหญ่ที่อ่านจบแล้วก็ชื่นชม พร้อมกับถามว่า “เรื่องจริงรึเปล่า?”
(แสดงว่าเขียนเรื่องโกหกได้เนียนเหมือนเรื่องจริง.. อิอิ)

———————— – - – - – – - – - – - – - – - – – - – - – - – - – - – - – - – - –

พอเรียนจบ.. ทำงาน… งานยุ่ง…..มก็เลิกทำแล้วครับ หนังสือทำมือ

แต่นาน ๆ ที ก็มี Feed Back ดีๆ กลับมา

เช่นเมื่อ ปลายปีก่อน..ผมไปเที่ยวผับกับเพื่อนๆ พี่ๆ ที่บริษัท
ปรากฏว่า คืนนั้น มีเพื่อนของพี่คนนึงมาร่วมวงด้วย.. คุยไป คุยมา ปรากฏว่า แกเคยอ่านหนังสือของผม

แกบอกว่า “ชอบหนังสือน้องมาก” , “อยากเจอตัวจริง” และสุดท้าย..พี่ชายคนนั้นขอถ่ายรูปคู่กับผมด้วย…(ทำยังกะคู่เกย์..แหะๆ)

และที่ทำให้ผมได้มาเขียนไดอารี่ในวันนี้ คือ…
วันนี้ วันทำงาน พอมาถึงออฟฟิศก็เคลียรืงานที่ค้างนิดหน่อย แล้วก็มาเล่น MSN(แหะๆ)… จากนั้นก็มีเมลล์แปลก add เข้ามา….

ปรากฏว่า เป็นน้องชายคนหนึ่ง.. อยู่เชียงใหม่ เมื่อนานมาแล้ว พี่ของน้องคนนี้มาเที่ยว กทม.และมาเที่ยวงานหนังสือทำมือ พี่ซื้อหนังสือทำมาฝากน้อง แล้วก้มีคนยืมไปอ่านๆ.. ยืมอ่านๆ ส่งต่อๆ… สุดท้าย หนังสือกลับมาที่น้องอีกครั้ง แล้วน้องชายคนนี้ก็ add เมาเพราะอยากคุยด้วย :)

——————– – - – - – - – - – - – - ————————– – - – - -

คิดดูสิครับ..
ขนาดผมเพียงแค่ทำงานหนังสือทำมือ 3 เล่ม ..ผมยังรู้สึกดี คุ้มค่า..และมีผลตอบรับดี ๆ ขนาดนี้

แล้วเหล่านักเขียนอาชีพ , นักเขียนมือรางวัลต่าง ๆ จะรู้สึก และมีผลตอบดีๆ มากมายขนาดไหน

มันน่าจะมากพอกับการเกิดมาเพื่อทำชีวิตให้มีคุณค่าต่อตัวเอง และต่อโลกใบนี้

ถ้าคุณคิดจะทำ “ผลงาน” อะไรสักอย่าง ที่ดี ที่สร้างสรรค์ ..ทำอย่างมุ่งมั่น ตั้งใจ

รับรองว่า ผู้คนรอบคุณ ไม่มาก็น้อย ที่ได้อ่าน ได้เห็น ได้เสพมันแล้วนั้น..
ต้องรู้สึกดี และ ส่งกระแสตอบรับ..กลับไปหาคุณด้วยความรู้สึกดี ๆ อย่างแน่นอน

เป็นกำลังใจให้ทุกท่าน ที่กำลังสร้างสรรค์ผลงานดี ๆ ให้กับโลกใบนี้ครับ :)

>> หมอดู ที่ดูลายมือได้แม่นที่สุดในชีวิต

[[ เกริ่นนำ : ชื่อ ปลั๊ก , อยู่ขอนแก่น , อาชีพ ตากล้อง , ดีเจ , ช่วงนี้จน..อย่ายืมเงิน]]

-______—______————-_____-____—-__________

เมื่อวันที่ 14 กุมภาฯ วาเลนไทน์ ที่ผ่านมา.. ตามประสาคนมีคู่.. ผมก็พาคู่ไปดินเนอร์ใต้แสงเทียน

เสร็จแล้วเธอร้องขอให้พาไป “เที่ยว” ..ในที่นี้หมายถึงการ Dance เต้น เที่ยวผับ ดื่มเหล้า ฯลฯ
โอเค.. ในฐานะที่เธอเป็นแฟน และวันนั้นคือวันแห่งความรัก ก็ต้องเอาใจคนรักให้มากหน่อย..

ทั้ง ๆ มีนัดสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงานอีกกลุ่มอยู่แล้ว

ก็เลยพาแฟนไปเที่ยวกับเพื่อนสาวของเธอ..สักพักก็ขอตัวออกไปสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงาน

—————————————————————

ในวงแห่งการสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงาน ส่วนมากก็มีแต่คนที่ผมรู้จัก แต่มีอยู่คนนึงที่ผมไม่รู้..และสงสัยว่าเธอคือใคร?

เธอคือสาวผิวขาว ร่างอวบอัด อายุประมาณยี่สิบนิดๆ อยู่ในสภาพมึน ๆ จากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เล็กน้อย…

เท่าที่ฟังจากคนรอบเรียกเธอ.. ได้ความว่าเธอชื่อ “น้องชมพู”

และเท่าที่ได้ฟังจากคนรอบ ๆ วงสังสรรค์ ก็ได้ความเพิ่มเติมอีกว่า “ถ้าน้องชมพูเมา..จะมี องค์ มาลงและทำให้น้องดูดวงจากลายมือแม่นมาก…”

ผมเฉยๆ

เวลาผ่านไป…

น้องชมพูเมา…………

ทุกคนที่รู้กิตติศัพท์เธอ.. ต่างขอให้เธอดูดวงให้

เริ่มที่ “พี่ออย” พี่สาวผู้ร่วมงานในบริษัทและเป็นพี่ที่นับถือ เป็นคนแรกที่ดูดวง

พี่ออยอยากรู้แต่เรื่องความรัก… น้องชมพูก็บอกว่า “เส้นลายมือพี่ก้มีแต่เรื่องความรักนี่แหละ” แล้วก็ทำนายๆๆๆ ดวงจากลายมือพี่ออย.
..

ไม่น่าน้องชมพูจะดูดวงให้พี่จนพี่ออยร้องไห้

… ดูดวงจนร้องไห้!

โอ่ว!! เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นนี่แหละ

แล้วมันก็สะกิดความอยากรู้ดวงตัวเองเป็นอย่างมาก จึงขอต่อคิวด้วยคน..

———————————————————-

ต่อคิว…….

และมาถึงคิวผม ผมยื่นมือทั้งสองข้างให้น้องชมพู หมอดูลายมือผู้เมามาย

หลังจากดูลายมือแค่แวบเดียว.. สิ่งที่น้องชมพูพูดถึงผมคือ “โหยพี่ พี่เป็นคนโคตรโลเลเลย!”

อ่าว..ซะงั้น รู้สึกเหมือนถูกหลอกด่า..

น้องชมพูอ่านลายมือของผมต่อไป… อ่านไป อ่านไป… ทำนายไป….

รู้สึกว่าทำนายตรงหลายอย่าง

แต่ที่โดนสุด ๆ แบบไม่เคยโดนมาก่อน คือ..

น้องชมพูบอกว่า “พี่ปลั๊ก เป็นคนทำงานหนัก ทำๆๆๆ,, เรื่องผู้หญิงมีเยอะ มีเยอะๆๆ มีเรื่อย ๆ ทำงานหนักๆๆ มีผู้หญิงๆๆ… แต่จนป่านนี้ พี่ก็ยังไม่เข้าใจตัวเองว่า ทำงานหนักไปทำไม และจะมีผู้หญิงเยอะ ๆ ไปทำไม คือพี่แบบ..กูทำไปเพื่ออะไรก็ไม่รู้ กูหาตัวเองไม่เจอ???”

โอ้ว!

ได้ยินประโยคนี้แล้วผมรู้สึก “สะอึก”

คือ มันจี๊ดมาก… โดนใจมาก.. เหมือนเป็นความคิดที่วงเวียนอยู่ในหัวของเราอยู่แล้ว แล้วน้องชมพูไม่รู้จักกันมาก่อนก็มาตอกย้ำความคิดงง ๆ ของเรา?

“อยากร้องไห้”……

—————————————————–

อาจไม่มีใครคิด.. ว่าที่เรียนจบ..ทำงานมาประมาณสามปี..และมีแฟนเป็นตัวตนอยู่แล้วอย่างผม.. ยังค้นหาตัวเองไม่เจอ!

คำทำนายของน้องชมพู มันยังดังก้องในหัว และติดอยู่ในใจตลอดเวลา..

จนป่านนี้ ผมก็ยังมองไม่เห็นทางออก ส่วนน้องชมพูก็ไม่ได้ทำนายอย่างฟันธงอะไรนัก ว่าผมจะเจอตัวจริงของตัวเองอย่างไร?.. เหมือนกับน้องเค้าก็รู้ดีว่า มันเป็นแค่การทำนายจากลายมือ มันไม่ใช่ลิขิตของชีวิต..ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมและเราทุกคนต้องเลือกเอง

สุดท้าย… ผมรู้สึกชื่นชมน้องชมพู หมอดู(ขี้เมา)คนนี้มากมาย ที่ทำนายได้โดนใจดำ และนั่นคือการช่วยเตือนสติ ก่อนที่มันสายไปกว่านี้..ก่อนที่ผมจะหาตัวเองไม่เจออีกเลย

ปล.

1
มีผู้หญิงคนหนึ่ง เคยบอกผมว่า “ไปแบมือให้หมอดูดูลายมือ.. ดูๆ ไปเถอะ สุดท้าย เราก็ต้อง ‘กำ(กรรม)มือ’ ของเราอยู่ดี”

..หมายถึง ให้หมอดู ดูไป สุดท้ายก็อยู่ที่กรรม หรือการกระทำของเราอยู่ดี

2
ดูดวงเสร็จ ผมกลับมาหาแฟนที่ผับ ด้วยความงุนงง..(คือเป็นคนงงๆ ตลอดเวลา 55+)

> หญิงเป็นเม็นส์แล้วหงุดหงิดง่าย…แล้วชายหงุดหงิดง่ายจะเป็นเม็นส์รึเปล่า?

[ เกริ่นนำ : ชื่อปลั๊ก , ขอนแก่น , ดีเจ กับ ตากล้อง , ช่วงนี้จน ]

—————————————————————————————-

เคยได้ยินมาว่า เวลาหญิงสาวมีประจำเดือน หรือ เม็นส์มา มักมีอารมณ์แปรปรวน , หงุดหงิดง่าย โดยเฉพาะกับคนใกล้ตัว จะหงุดหงิดง่ายเป็นพิเศษ

อันที่จริงก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกครับ ว่ามันเกี่ยวกันตรงไหน ระหว่างการเป็นเม็นส์ กับ อาการหงุดหงิดของชีวิตคน???

แต่ตอนนี้… ผมกลับมีอาการอย่างนี้ซะเอง

ไม่ได้เป็นเม็นส์นะครับ แต่เป็นอาการหงุดหงิดง่ายมาก……..ๆๆ

เลยทำให้คิดว่า “เวลาผู้หญิงเป็นเม็นส์ แล้วจะหงุดหงิด อารมณ์เสียง่ายดายอะไรอย่างนี้มั้ยน้า??”

สำหรับสาเหตุที่ทำให้ผมหงุดหงิดง่ายนั้น.. จนป่านนี้ก็ยังไม่รู้สักทีว่าเพราะอะไร

แต่รู้ตัวว่า.. อาการจะมาช่วงบ่าย ๆ เย็น ๆ หลังจากล้ามาจากการทำงานในช่วงเช้า-เที่ยง..

หรืออาจะเป็นเพราะเหนื่อยจากงาน แล้วบังเอิญมาเจอเรื่องวุ่นๆ ยุ่งๆ ก็เลยทำให้หงุดหงิดง่ายรึเปล่าก็ไม่รู้ ??

การที่เรามีอารมณ์ที่ไม่ดีเนี่ยนะ นอกจากทำให้ตัวเองเสียสุขภาพจิตแล้ว.. ก็ยังจะทำให้คนรอบตัวเราเสียสุขภาพจิตตามไปด้วย

สังเกตได้.. ถ้าคนเราอารมณ์ไม่ดี.. คนรอบ ๆ เราก็จะอารมณ์ไม่ดี หรืออย่างน้อย ถ้าคนรอบข้างเรามีอารมณ์สนุกสนานมาจากไหนไม่รู้แหละ… แต่พอเดินมาเจอเราหน้าบูดหน้าบึ้ง
แน่นอน ความสนุกของเขาก็จะหมดลงแทบทันที

ในทางกลับกัน.. ถ้าเราอารมณ์ดี มีความสุข คนรอบข้างมักมีความสุขไปด้วย

เมื่อเป็นเช่นนั้น ..ผมก็ไม่อยากเป็นคนอารมณ์ไม่ดี หรือเป็นคนหงุดหงิดง่าย แต่ช่วงนี้เป็นมาก.. กำลังหาทางแก้ไขอยู่

ใครมีวิธีแก้ก็แนะนำมาได้ และช่วยเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะคร้าบ..

ขอบคุณมากมาย :)